“ธรรมนัส” ย้ำจุดยืนกล้าธรรม แก้รัฐธรรมนูญไม่แตะ 3 เสาหลัก ไม่หวั่นคุณสมบัติผู้สมัคร สส. ถูกเพ่งเล็ง พร้อมตรวจสอบตัวเอง ไม่โวยวายเหมือนคนอื่นที่โทษไปเรื่อย แต่ไม่ดูตัวเอง
วันที่ 27 ม.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรม เผยถึงการลงพื้นที่หาเสียงในช่วงที่ผ่านมาว่า การหาเสียงเหนื่อยดี ตระเวนไปหลายจังหวัด เสียงตอบรับจาก ประชาชนเป็นไปอย่างดี แต่เสียงตอบรับกับคะแนนก็เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกทีในวันที่ 8 กุมภาพันธ์
เมื่อถามว่ามีการจับมือทำงานกับพรรคประชาชน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตอนนี้ไม่ได้มองคนอื่น มองแต่ตัวเอง มีหลักการชัดเจน ไม่เปลี่ยนคำพูดบ่อย พรรคใดก็ตามเจตนารมณ์ในการแก้รัฐธรรมนูญหมวด 1 หมวด 2 เราไม่เอาด้วยเด็ดขาด เราไม่จำเป็นต้องไปเรียกร้องให้เขาประกาศจุดยืนอะไร เพราะพรรคกล้าธรรมประกาศจุดยืนชัดเจนและไม่เคยเปลี่ยนตนเอง ตั้งแต่เข้าสู่วิถีทางการเมือง อะไรที่เข้าไปยุ่งกับเสาหลักของบ้านเมือง เราไม่เอาเด็ดขาด ทั้ง 3 เสาหลักคือ ชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ และไม่ต้องการให้ดึงกองทัพมายุ่งกับการเมือง พอฝ่ายการเมืองไม่คุยกันเอง ชอบทะเลาะกัน ท้ายสุดก็ต้องมีกรรมการมาเบรค ทำให้บ้านเมืองเสียหาย
“วาทกรรมที่ว่าทหารมีไว้ทำไม รบไปก็แพ้ สิ่งที่พูดจะย้อนกลับมาเข้าตัวเอง ซึ่งผมไม่ได้ว่าใคร ก็ขอให้ดูกันต่อไป สิ่งสำคัญคือเราต้องศึกษาประวัติศาสตร์ ต้องสอนลูกหลานให้รู้ว่าประวัติศาสตร์ชาติไทยเป็นอย่างไร เราอยู่ได้เพราะมีกองทัพ ไม่ว่ายุคสมัยใดตั้งแต่แผ่นดินสยาม ประเทศที่เจริญแล้วก็มีกองทัพ อาจจะมีความเจริญทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป แต่อย่างไรก็ต้องมีกองทัพ”ร.อ.ธรรมนัส กล่าว
เมื่อถามว่าการที่ผู้สมัคร สส. ของพรรคถูกตั้งคำถามเรื่องคุณสมบัติ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ให้สังเกตว่าเวลาที่พรรคเรามีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เราต้องดูตัวเอง ผู้สมัครทุกคนต้องดูตัวเองว่ามีคุณสมบัติในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาคนแทนราษฎรและมีความพร้อมหรือไม่ หากยังไม่พร้อม ยังไม่ถูกต้องระเบียบกฎหมาย ที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กำหนดก็ต้องโทษตัวเอง อย่าไปโทษคนอื่น หากตัวเองมีแผลตรงไหนก็ต้องดูแลตัวเอง หากมีแผลสมัครไม่ได้ก็ต้องยอมรับตัวเอง เราต้องดูตัวเองเป็นหลัก เรามีบทเรียนมาเยอะ ไม่เหมือนกับคนอื่นที่พอโดนตรวจสอบก็ไม่มองตัวเองแต่โทษคนอื่น



















