GPSC ประกาศความพร้อมลงทุนนิวเคลียร์ SMR ในไทย เล็งพื้นที่มาบตาพุด 400-600 เมกะวัตต์ ภายในปี 2580 นำร่องถือหุ้นกับพันธมิตรจีน-ยุโรป เพื่อศึกษาเทคโนโลยี จัดทัพโรงไฟฟ้า SPP ป้อนกลุ่มธุรกิจ Data center ทั้งไทย และอินเดีย
นายศิริเมธ ลี้ภากรณ์ ผู้จัดการใหญ่ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตร ทั้งจีนและยุโรป เพื่อเข้าถือหุ้นในโครงการผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor :SMR) ที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) แล้วในต่างประเทศ เบื้องต้นบริษัทจะเข้าถือหุ้นในสัดส่วนไม่มากนัก อาจไม่ถึง 25% เพื่อศึกษาเทคโนโลยี SMR และเตรียมความพร้อมด้านบุคคลากร คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในปีนี้ ส่วนการลงทุนโรงไฟฟ้า SMR ในประเทศไทยนั้น GPSC มีความพร้อม เนื่องจากมีความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยี
ทั้งนี้การที่บริษัทฯสนใจลงทุนโครงการโรงไฟฟ้า SMR เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่ผลิตไฟฟ้าอย่างมีเสถียรภาพ ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero 2050 ของประเทศ และรองรรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) ฉบับเดิมที่ได้กำหนดสัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้า SMR รวม 600 เมกะวัตต์ ในช่วงปี 2580 ซึ่งกำหนดให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เป็นผู้ดำเนินโครงการดังกล่าว ส่วนแผน PDP ฉบับใหม่คาดว่าจะเพิ่มสัดส่วน SMR มากขึ้น และจะเปิดโอกาสให้เอกชนเข้าลงทุนโรงไฟฟ้า SMR ในอนาคต อย่างไรก็ตามการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า SMR จำเป็นต้องศึกษารายละเอียดหลายด้าน ทั้งการเลือกพื้นที่ที่เหมาะสม เทคโนโลยีเฉพาะ การจัดการความปลอดภัย และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
นายศิริเมธ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้บริษัทฯยังมีแผนเข้าลงทุนในกลุ่มธุรกิจ Data center ทั้งในไทยและอินเดีย โดยในส่วนของประเทศไทยจะมีโรงไฟฟ้าในกลุ่มบริษัทที่จะหมดอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับทาง กฟผ. สามารถรองรับกลุ่มลูกค้า Data center ได้ต่อเนื่อง อาทิ โรงไฟฟ้า GSPP11 ขนาด 120 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้า GIPP ขนาด 677 เมกะวัตต์ เป็นต้น ปัจจุบันได้เจรจากับลูกค้ากลุ่ม Data center แล้ว 6-7 ราย
นอกจากนี้บริษัทยังขยายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะใน สปป.ลาว ไต้หวัน และอินเดีย โดยในส่วนของการลงทุนในลาว ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม ในพื้นที่สะหวันนะเขต ของลาว ซึ่งปัจจุบันบริษัท โคเปนเฮเกน อินฟราสตัคเจอร์ พาร์ทเนอร์ส (CIP) ซึ่งเป็นพันธมิตรอยู่ระหว่างวัดปริมาณลมในพื้นที่ โดยบริษัทตั้งเป้าถือหุ้นในโครงการดังกล่าวมากกว่า 50%

ส่วนในอินเดีย GPSC ดำเนินการภายใต้ บริษัท Avaada Energy Private Limited หรือ AEPL ผู้ดำเนินธุรกิจพลังงานหมุนเวียนชั้นนำในประเทศอินเดีย ซึ่งบริษัทฯได้เข้าไปถือหุ้น 39.90% มีเป้าหมายการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก (IPO) ส่วนจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ อินเดียเมื่อไรนั้นจะต้องดูสภาวะตลาดก่อน ซึ่งตามแผนเดิมกำหนดในปี 2570
ด้านนางสาวสุกิตตี ไชยรักษ์ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโสการเงินองค์กรและนักลงทุนสัมพันธ์ GPSC กล่าวว่า สำหรับงบลงทุน 5 ปี (ปี 2569-2573) บริษัทตั้งไว้ที่ 33,435 ล้านบาท ยังไม่รวมแผนงานในอนาคต
ปัจจุบัน GPSC มีโรงไฟฟ้า SPP ที่สามารถบริหารจัดการและจะมีลูกค้าใหม่ในอนาคตมากขึ้น รวมถึงการรองรับกลุ่ม Data center ทั้งโรงไฟฟ้าของบริษัทที่หมดอายุสัญญากับกฟผ. ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาร่วมกับพันธมิตร 3-4 พื้นที่ รวม 1,000 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนโครงการแรกภายในปีนี้ ด้วยขนาดกำลังการผลิตอย่างน้อย 300 เมกะวัตต์ ส่วนการลงทุน Data center ในอินเดีย จะลงทุนในรูปแบบของแพลตฟอร์ม เริ่มต้นขนาดไม่เกิน 50 เมกะวัตต์ และมีเป้าหมายขยายไปที่ 300 เมกะวัตต์ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า
ส่วนโครงการ AEPL ในอินเดีย ในปี 2568 AEPL สามารถเพิ่มกำลังการผลิตโครงการพลังงานหมุนเวียนที่ COD แล้วได้ถึง 1,300 เมกะวัตต์ รวมกำลังผลิต 5,969 เมกะวัตต์ สะท้อนถึงผลประกอบการของ AEPL ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งวางเป้าการเสนอขาย IPO เพื่อบริหารจัดการกำลังการผลิตที่เติบโตขึ้น สำหรับความคืบหน้าการลงทุนโรงไฟฟ้า SMR คาดว่าหากมีการลงทุน วางเป้าหมายในพื้นที่มาบตาพุด ขนาด 400-600 เมกะวัตต์ ภายในปี 2580
ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการปี 2569 คาดว่าจะเติบโตขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่ง Changfang และ Xidao (CFXD) ตั้งอยู่ชายฝั่งมณฑณชางฮัว ไต้หวัน กำลังผลิต 595 เมกะวัตต์ มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า กับบริษัท Taiwan Power Company เป็นระยะเวลา 20 ปี ซึ่งจะปรับตัวดีขึ้น และโครงการ AEPL คาดว่าจะ COD เพิ่มขึ้นประมาณ 1,000-1,400 เมกะวัตต์
ทั้งนี้ในปี 2569 จะมีกำลังการผลิตใหม่จาก 3 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการโซลาร์ของ AEPL กำลังการผลิตประมาณ 1,000-1,400 เมกะวัตต์ , 2.โครงการผลิตไฟฟ้าภายใต้บริษัท ผลิตไฟฟ้านวนคร จำกัด (NNEG Phase 3) กำลังการผลิต 9 เมกะวัตต์ และโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในรูปแบบ Private PPA ซึ่งได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับบริษัททั้งในและนอกกลุ่มปตท.กำลังผลิต 6 เมกะวัตต์



















