“รังสิมันต์ โรม” เปิดหน้าชก! กังขามาตรฐานเจ้าหน้าที่ปล่อย สส.พรรคกล้าธรรมลอยนวล ชี้พฤติกรรม “ซื้อเวลา” รอเปิดสภาหวังใช้เอกสิทธิ์คุ้มกะลาหัว พร้อมขยี้ปมร้อน “เครื่องบินสุริยะ” โยงเครือข่ายสแกมเมอร์เบน สมิธ ซัดแรงรัฐบาลมัวแต่ “อุ้มชูมิตร” จนลืมวาระชาติ ปล่อยทุนเทาฟอกเงินฉลุย
วันที่ 10 มี.ค.69 เวลา 09.35 น.ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรมสส บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการวางกรอบตรวจสอบรัฐบาลของพรรคประชาชน ว่า เรื่องการตรวจสอบเราก็ทำมาเรื่อยๆ หลายๆ คนก็ยังดำเนินการอยู่ แม้ว่าจะยังไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ การเป็น สส.เราก็พยายามทำหน้าที่ของเราอย่างดีที่สุด แต่อาจจะมีข้อจำกัด อย่างเช่นเมื่อสภายังไม่เปิด การอภิปรายอะไรต่างๆ กลไกกรรมาธิการ อาจจะยังไม่มีความพร้อมในเรื่องนั้นก็ไม่เป็นไร แต่อย่างน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ในเชิงข้อมูลก็ดำเนินการ เช่นตนเกาะติดกรณีของเบน สมิธ
อย่างล่าสุดเมื่อวานเนี้มีข่าวออกมาว่าทางสิงคโปร์มีการจับกุม 2 กรรมการที่เชื่อมกับ บริษัท CAI (Capital Asia Investments) ซึ่งบริษัท CAI ก็เป็นบริษัทที่เกี่ยวพันกับการสแกนม่านตา เกี่ยวพันกับการไปไล่ซื้อหุ้นบริษัทต่างๆ ของประเทศ ซึ่งเชื่อมโยงกับการฟอกเงิน และ 2 กรรมการคนนี้ก็มีความเกี่ยวพันกับกองทุนที่เชื่อกันว่าเกี่ยวข้องกับบริษัทที่เรียกว่า Huione Group (ฮุยวัน กรุ๊ป)ซึ่งมีเส้นเงินไหลเวียนมากมายมหาศาล
นางรัสิมันต์ กล่าวต่อว่า ถามว่าวันนี้เราทำหน้าที่ เราทำหน้าที่ และเราก็อยากจะเห็นการขยายผล ประเด็นปัญหาก็คือเรื่องสแกมเมอร์ ดูเหมือนว่าความสม่ำเสมอของรัฐบาลในการแก้ปัญหาเรื่องนี้มันหายไป ตนขอยกตัวอย่าง อย่างเช่นกรณีเป็นเบน สมิธ ถามว่ามีการออกหมายจับ แต่ไปออกหมายจับคดีที่มันไม่ได้ใหญ่มาก เมื่อเทียบกับคดีที่จำนวนมากที่มันรออยู่ การยึดอายัดทรัพย์หมื่นกว่าล้านในคดีที่ใหญ่กว่า แต่กลับไม่ออกหมายจับในคดีนั้น มันก็เป็นเรื่องที่มันแปลกประหลาด หรือการขยายผลนักการเมืองที่มีความเชื่อมโยงเรื่องสแกมเมอร์อาจจะมีการส่งเรื่องไปดำเนินการต่อในชั้น ป.ป.ช. แต่จริงๆ เรื่องนี้อาจจะเข้าข่ายกรณีอาชญากรรมข้ามชาติ เป็นคดีนอกราชได้กับไม่มีการดำเนินการอย่างจริงจัง
“ผมอยากจะเห็นมาตรฐานในการที่จะเอาจริงเอาจังในการปราบปรามสิ่งเหล่านี้ หรือแม้แต่ในกรณีของนายชนนพัฒน์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ก็ต้องพูดกันตรงไปตรงมาว่าสิ่งที่พี่น้องประชาชนกำลังเป็นห่วงคือ นักการเมืองแบบกำลังจะซื้อเวลาตัวเอง เพื่อให้มันผ่านช่วงมีการปฏิญาณตน ผ่านช่วงที่สามารถเข้าทำหน้าที่ได้ แล้วสุดท้ายก็อาจจะอ้างในเรื่องของเอกสิทธิ์ สิทธิพิเศษต่างๆ ซึ่งเราก็ไม่อยากเห็น ผมอยากจะเห็นการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ เหมือนช่วงเลือกตั้ง แบบที่มีความขยันขันแข็งกับนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามแบบนั้น ผมอยากจะเห็นแบบนี้ เพื่อให้มันเป็นมาตรฐานเดียวกันว่าคุณพร้อมดำเนินการแล้ว จะไม่มีใครหลุดพ้นจากการดำเนินคดีตามกฎหมายได้ ไม่ใช่ปล่อยให้นักการเมืองบางคนแบบนี้ซื้อเวลา สุดท้ายก็จะถูกมองว่าวันนี้ วาระของรัฐบาล วาระของชาติไม่มี มันกลายเป็นวาระทางการเมือง ผลประโยชน์ของตัวเอง กลายเป็นวาระของการช่วยเหลือพวกพ้อง ใครตีสนิท ใครมีสายสัมพันธ์กับนักการเมืองผู้ใหญ่ในรัฐบาลได้ สุดท้ายก็ไม่มีการดำเนินการ”นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ยังมีเรื่องเครื่องบินของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก่อนหน้านี้มีการเปิดข้อมูลกันออกมา ว่าเกี่ยวข้อง และเชื่อมโยงไปกับนายเบน สมิธ ตกลงจะมีความชัดเจนกันอย่างไร สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงเจตจำนงของรัฐบาลว่ารัฐบาลต้องการเอาจริงเอาจังในการแก้ปัญหายังไง ตนคิดว่าเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่ฝ่ายค้านอย่างพวกเราคงต้องตรวจสอบ แต่ก็ต้องยอมรับว่าถ้าสภาเปิดได้เร็ว ก็สามารถทำหน้าที่ได้ดีที่สุด แต่ก็น่าเสียดายที่สภาชุดนี้มีข้อครหา ข้อมัวหมองในเรื่องของการเลือกตั้ง ยังมีคำถามในเรื่องของความบริสุทธิ์ยุติธรรมต่อการเลือกตั้งด้วย
เมื่อถามว่า นายชนนพัฒน์ก็พยายามจะอ้างอิงเรื่องของเอกสิทธิ์ หากเปิดสภาจะต้องมีการหารือหรือคุยกันเรื่องการส่งตัวเข้าสู่การดำเนินคดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า ตามข้อบังคับตามระเบียบสภาที่ผ่านมาก็มีน้อยมากที่จะมีการส่งตัวไปดำเนินการ ดังนั้นจังหวะที่ดีที่สุด ซึ่งเจ้าหน้าที่รู้ คือถ้าเรื่องนี้เป็นพรรคส้ม ไม่ต้องห่วง รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม แต่ว่าถ้าเป็นพรรคอื่น อย่างกรณีของคุณชนนพัฒน์ ถามว่าง่ายๆ ช่วงระหว่างนี้สามารถดำเนินการได้ จะปล่อยทำไม เข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบหรือเปล่า การอ้างว่าเดี๋ยวเขาจะต้องไปทำอะไรในวันที่ 12 มี.ค.ซึ่งประทานโทษเจ้าหน้าที่ยังดำเนินการได้ ไม่ใช่แค่นักการเมืองด้วยกันอย่างเดียว หากเป็นเรื่องพี่น้องประชาชนเวลาที่เขาถูกดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ไม่เคยมีความ เรียกว่าง่ายๆ สบายๆ แบบนี้เลย แล้วทำไมกับคุณชนนพัฒน์ถึงมีท่าทีในการปล่อยให้เขาใช้เวลาได้อย่างปกติสุขแบบนี้ สามารถไปกล่าวอะไรต่างๆ ในงานแต่งได้ ตนคิดแบบนี้จะเรียกว่าหยามกฎหมายกันหรือเปล่า แล้วก็กลับมาที่คำถามว่าตกลงมาตรฐานในการแก้ปัญหาเรื่องสแกมเมอร์ เรื่องเว็บพนันอยู่ตรงไหน หรือจะขยันขันแข็งกันเฉพาะช่วงเลือกตั้ง แต่พอพ้นเลือกตั้งแล้วไม่ขยันขันแข็งแล้ว
“วันนี้ก็เลยเป็นช่วงของการประสานมิตร สร้างมิตร ปกป้องมิตร อุ้มชูมิตรหรือเปล่า ซึ่งผมคิดว่าวิธีการแบบนี้จะเกิดคำถามที่ไม่น่าสบายใจต่อพี่น้องประชาชน ต่อประสิทธิภาพของรัฐบาลแน่นอน



















