หน้าแรกHighlightแนะ‘ส้ม’ไม่ควรเสนอ‘เท้ง’ชิงเก้าอี้นายกฯ เหตุผิดคำสัญญาที่ให้ไว้-ควรงดออกเสียง

แนะ‘ส้ม’ไม่ควรเสนอ‘เท้ง’ชิงเก้าอี้นายกฯ เหตุผิดคำสัญญาที่ให้ไว้-ควรงดออกเสียง

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“เทพไท” แนะ “พรรคส้ม” ไม่ควรเสนอ “หน.เท้ง” ลงชิงเก้าอี้นายกฯ แต่ควรวางตัวเฉยๆ ปล่อยให้โหวต “อนุทิน” เป็นนายกฯ เพราะหากคะแนนได้ไม่ถึง 250 เสียง ก็จะเป็นโอกาสของ “ปชน.” ในการเสนอชื่อนายกฯ เป็นอันดับถัดไป

เมื่อวันที่ 14 มี.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองและอดีต สส.นครศรีธรรมราช แสดงความเห็นเรื่อง “พรรคส้ม ไม่ควรส่ง เท้ง แข่งนายกฯ” มีรายละเอียดว่า…“สำหรับการเคลื่อนไหวทางการเมืองหลังจากการเลือกตั้งสส.แล้ว ได้มีกำหนดการนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร 2 คน ในวันที่ 15 มี.ค.69 และมีการนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 19 มี.ค.69

มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองของพรรคการเมือง ที่จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล กับพรรคการเมืองที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นฝ่ายค้าน มีการเสนอการแข่งขันในตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีกระแสข่าวว่า พรรคภูมิใจไทย (ภท.) จะเสนอ ชื่อนายโสภณ ซารัมย์ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในส่วนของพรรคประชาชน (ปชน.) ก็ประกาศว่า จะส่งบุคคลเข้าแข่งขันในตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรด้วยเช่นกัน

สำหรับเรื่องนี้ในความเห็นของผมเห็นว่า พรรคประชาชนจะส่งหรือไม่ส่งตัวแทนของพรรคลงแข่งขัน หรือลงชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ เพราะการส่งแข่งขันในตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นตำแหน่งแรกที่มีการแข่งขันกัน จะเป็นการวัดกำลังกัน ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน ว่าพรรคการเมืองใดจะมีเสียงสนับสนุนมากกว่ากัน เพราะถ้าหากพรรคการเมืองใดมีแนวโน้มจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรก็จะเป็นของพรรคการเมืองนั้น และอีกประการหนึ่งคือ พรรคประชาชนไม่ได้ประกาศไว้ล่วงหน้าว่า จะชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ จึงเห็นว่าเป็นสิทธิ์ของพรรคประชาชน ที่จะส่งตัวแทนของพรรคเข้าแข่งขันในตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ก็ได้

แต่สำหรับวันที่ 19 มี.ค.69 ซึ่งเป็นการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และมีแนวโน้มว่า พรรคภูมิใจไทยจะเสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ในส่วนพรรคประชาชน ได้มีมติพรรคไปแล้วว่า จะส่งคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เข้าชิงในตำแหน่งนี้

ความเห็นส่วนตัวผมเห็นว่า พรรคประชาชนไม่ควรส่งนายณัฐพงษ์เข้าแข่งขันในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เว้นแต่พรรคประชาชนจะชนะการเลือกตั้งในตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่า เสียงส่วนใหญ่สนับสนุนพรรคประชาชนให้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ถ้าหากว่า โหวตในตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชนแพ้ให้กับพรรคภูมิใจไทย ก็ไม่ควรส่งคู่แข่งขันในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้ประกาศว่า จะเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองที่ได้อันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลจะไม่เสียมารยาท จะไม่ชิงจัดตั้งรัฐบาลอย่างแน่นอน ไม่เหมือนกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 และปี 2566 ที่พรรคอันดับ 2 ชิงพรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาล สำหรับพรรคประชาชนจะไม่ทำเช่นนั้น

ในครั้งนี้การเลือกตั้งปี 2569 พรรคภูมิใจไทยได้ชนะเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 พรรคประชาชนเป็นอันดับ 2 เพราะฉะนั้นพรรคประชาชนไม่ควรเสนอตัวแข่งขันในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ควรจะวางตัวเฉย ๆ หรืองดออกเสียง เพื่อรอผลโหวตนายกรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมจะโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีเกิน 250 เสียงหรือไม่ ถ้าไม่เกิน 250 เสียง ก็แสดงว่าชื่อของนายอนุทินก็ตกไป เป็นโอกาสของพรรคประชาชน ที่จะเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเข้ามาโหวตในครั้งต่อไป

ถ้าหากว่าพรรคประชาชนวางเฉย งดออกเสียง พรรคกล้าธรรมวางเฉย งดออกเสียง และพรรคเพื่อไทยวางเฉย งดออกเสียง นายอนุทินจะมีคะแนนเสียงสนับสนุนไม่ถึง 250 เสียง ก็ถือว่าตกไป ไม่ผ่านการรับรองของสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าพรรคประชาชนเล่นเกมนี้ ประสานงานกัน 3 พรรค คือพรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาชน ให้งดออกเสียงด้วยกัน เกมก็จะประสบความสำเร็จ คิวต่อไป จะเป็นคิวของพรรคประชาชน โดยไม่ต้องแย่งกันจัดตั้งรัฐบาล หรือแข่งขันโหวตกันในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร

ส่วนตัวผมเห็นว่า 1.ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชนจะส่งแข่งหรือไม่ก็ได้ ถ้าส่งแข่ง ก็ถือว่าไม่ผิดมารยาท เป็นการประลองกำลังยกแรก 2.ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเห็นว่า ไม่ควรส่งแข่ง เพราะจะผิดคำสัญญาที่ให้ไว้ และเห็นว่าควรงดออกเสียง ปล่อยให้ที่ประชุมโหวตรับรองนายอนุทินไปก่อน ถ้าเสียงโหวตไม่ถึง 250 เสียง ก็เป็นโอกาสของพรรคประชาชน พรรคอันดับ 2 จะเป็นความชอบธรรม เพื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต่อไป

จึงขอเสนอความเห็นในฐานะผู้สังเกตการณ์ทางการเมือง มายังพรรคประชาชนให้พิจารณา จะเห็นด้วยประการใดหรือไม่ ก็เป็นสิทธิ์ของพรรคประชาชน แต่ในฐานะที่เคยผ่านการเมืองมาก่อน และเป็นผู้สังเกตการณ์ทางการเมือง จึงเสนอความเห็นมาเพื่อโปรดพิจารณา”

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img