‘ศุภโชติ’ ชี้ รัฐบาลจากจะแฉ ‘น้ำมันหายไปไหน-ใครโกหก-ใครกักตุน’ กลายเป็นโยนความผิดประชาชน กังวลเกินเหตุจนแห่ตุนน้ำมัน การกลับไปกลับมาสะท้อนทำงานไม่เป็นเอกภาพ ไม่โปร่งใส ล้มเหลวในการบริหารวิกฤต จี้ เปิดข้อมูล สังคมจะเห็นเองทันที มีใครบางกลุ่มกักตุน-ชะลอการขายเพื่อเก็งกำไรจากวิกฤตหรือไม่ ลั่น ไม่เปิดข้อมูล กำลังปกป้องใครอยู่หรือไม่
วันที่ 20 มี.ค.69 นายศุภโชติ ไชยสัจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์
[ มีพิรุธอีกแล้วนะ! รัฐบาลพูดกลับไปกลับมา น้ำมันหายไปไหนกันแน่ สังคมตั้งคำถาม รัฐบาลกำลังเปิดโอกาสให้นายทุนพลังงานกอบโกยจากประชาชน เพื่อถอนทุนคืนหลังเลือกตั้งหรือไม่? ]
เมื่อวานนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คุณอรรถพล ออกมายืนยันว่า หลังจากสุ่มตรวจโรงกลั่นและคลังน้ำมันของผู้ค้ารายใหญ่แล้ว “ไม่พบการกักตุน” ถึงขั้นบอกว่า วาล์วปล่อยน้ำมันยังทำงานตามปกติ
แต่พอตกเย็นวันเดียวกัน รองนายกรัฐมนตรี คุณพิพัฒน์ กลับออกมาตั้งคำถามว่า น้ำมันหายไปไหน และทำท่าทีขึงขังว่าจะเรียกทุกฝ่ายมาจับแก้ผ้า ตรวจทีละรายว่าใครโกหก ใครกักตุน
แต่ล่าสุดวันนี้ ดูเหมือนความแข็งกร้าวเมื่อวานจะกลายเป็นละครบทหนึ่ง เมื่อคุณอนุทิน นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์หลังรีบลุกออกจากวงประชุมว่า “ไม่มีไอ้โม่งที่ไหนกักตุนน้ำมัน” พร้อมโยนความผิดให้ประชาชนที่กังวลเกินเหตุจนแห่เติมน้ำมัน และหลังจากนั้นคุณพิพัฒน์ รองนายกฯ ที่รับผิดชอบประเด็นนี้มาตลอดก็รายงานผลการประชุมว่า ไม่มีการกักตุนน้ำมัน จากที่เมื่อวานขึงขังจะจับผู้ประกอบการน้ำมันมาแก้ผ้า หาน้ำมันที่หายไป วันนี้ทำท่าทีสงบเสงี่ยม พูดเบาๆ “ไม่มีน้ำมันหาย”
สิ่งนี้สะท้อนการทำงานอย่างไม่เป็นเอกภาพ ไร้ซึ่งความโปร่งใส และบ่งบอกถึงความล้มเหลวในการบริหารวิกฤตครั้งนี้อย่างสิ้นเชิง
สิ่งที่รัฐบาลควรจะทำตั้งแต่สัปดาห์แรกของเดือนมีนาคมที่วิกฤตน้ำมันเริ่มต้นขึ้นคือ
การเปิดข้อมูลทั้งระบบน้ำมันตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง
– โรงกลั่นผลิตออกมาเท่าไหร่
– คลังน้ำมันรับเข้า-จ่ายออกเท่าไหร่
– พ่อค้าคนกลางหรือจ็อบเบอร์และผู้ค้าส่งกระจายไปที่ไหน
– มีการขนส่งออกนอกประเทศเท่าไหร่มากกว่าที่ควรจะเป็นหรือไม่
เมื่อข้อมูลเหล่านี้ถูกเปิดเผย สังคมจะเห็นทันทีว่า น้ำมันหายไปที่จุดไหนในระบบ และจะได้ตอบคำถามสำคัญได้อย่างชัดเจนเองว่า มีใครบางกลุ่มกำลังกักตุนหรือชะลอการขายเพื่อเก็งกำไรจากวิกฤตนี้หรือไม่
ทั้ง ๆ ที่รัฐมีอำนาจและเครื่องมือครบอยู่แล้วในการเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นกลไกการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการแก้ไขภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือระบบใบอนุญาตที่สามารถเรียกผู้ประกอบธุรกิจพลังงานเปิดเผยข้อมูลและนำมาชี้แจงต่อประชาชนได้
แต่คำถามคือ ทำไมรัฐบาลยังบ่ายเบี่ยงไม่ยอมใช้เครื่องมือที่ตัวเองมี เพื่อสร้างความโปร่งใสให้สังคมรับรู้
การไม่เปิดข้อมูล ทั้งที่สามารถเปิดได้ย่อมทำให้ประชาชนตั้งคำถามได้ว่า รัฐบาลกำลังปกป้องใครอยู่หรือไม่
และในสถานการณ์ที่ประชาชนเดือดร้อนทั้งประเทศ คำถามที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ มีการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนพลังงานหรือเข้าไปร่วมตักตวงผลประโยชน์จากค่าครองชีพของประชาชนเพื่อถอนทุนคืนผ่านการเลือกตั้งใช่หรือไม่ ?!



















