รุมถล่มคำแถลงนโยบาย “นันทนา” ทวงสัญญาแก้ รธน. – “หมอวรงค์” จับผิดตัวเลขน้ำมันหายล้านลิตร – “เสรีพิศุทธิ์” สอนมวย 6 อุดมการณ์ทำงานย้ำความซื่อสัตย์ หลังพบรายชื่อ ครม. ส่อขาดคุณสมบัติเพียบ
วันที่ 9 เม.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในการประชุม เพื่อพิจารณาการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาตามมาตรา 162 ทั้งนี้หลังเปิดให้สมาชิกรัฐสภาอภิปราย ซึ่งมีการจัดลำดับการอภิปรายให้สส.ฝ่ายค้านอภิปรายสลับกับสส.พรคร่วมรัฐบาล และสว. โดยสส.พรรคร่วมรัฐบาลได้อภิปรายสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลและขอให้พิจารณาเพิ่มเติมสวัสดิการให้ประชาชน เช่น บัตรสวัสดิการที่เพิ่มเติมสวัสดิการตามการใช้จ่ายแต่ละช่วงเดือน เช่น เดือน พ.ค. สามารถนำไปชำระค่าชุดนักเรียนของบุตรหลานได้ เป็นต้น
จากนั้นน.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. อภิปรายว่า รัฐบาลทำนโยบายสวนทางกับความเดือดร้อนของประชาชน โดยปัญหาใหญ่ไม่ถูกบรรจุไว้ในนโยบาย เช่น ฝุ่นพิษที่จ.เชียงใหม่ เผชิญปัญหาสภาพอากาศที่เลวร้ายในโลก มา 2 สัปดาห์แล้ว แต่รัฐบาลไม่มีเจตจำนงที่จะยืนยันให้ ร่างกฎหมายอากาศสะอาดเป็นกฎหมาย ซึ่งถือว่ารัฐบาลมองว่าชีวิตประชาชนมีค่าน้อยกว่าผลกำไรของนายทุน สำหรับการจัดทำนโยบายของรัฐบาลเหมือนกับทำในทุ่งลาเวนเดอร์ ขณะที่ประชาชนกำลังอยู่ในทุ่งกุลาร้องไห้
“การแก้รัฐธรรมนูญ รัฐบาลไม่เขียนไว้เลย ทั้งที่ประชาชชน 21 ล้านเสียง ลงประชามติเห็นควรให้จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ รัฐบาลจะเทกลางแดดไม่ได้ เพราะเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ ประชาชนกว่า 60% แสดงเจตจำนงชัดเจนต้องแก้รัฐธรรมนูญ รัฐบาลมีหน้าที่ทำตามผลประชามติ นอกจากนั้นแล้วเรื่องงนิติธรรม ไม่มีเขียนไว้ในนโยบาย ทำให้กังวลว่าคดีฮั้ว สว. และคดีเขากระโดงอาจเป่าหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย” น.ส.นันทนา กล่าว

ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี อภิปรายว่า จากการติดตามวิกฤติราคาน้ำมัน ในช่วงเดือนมี.ค. พบว่ามีการขึ้นราคาน้ำมันถึง 8 ครั้ง ราคารวม 20.6 บาท ซึ่งถือว่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนกรณีที่มีประเด็นน้ำมันขาดแคลนนั้นจากการตรวจสอบของตน เชื่อว่าจะมีน้ำมันหายไปกว่า 635 ล้านลิตร ในช่วง 16-31 มี.ค. ซึ่งถือว่ามีกระบวนการปลอมน้ำมัน และโกงน้ำมัน นอกจากนั้นนายกฯ บอกว่าพูดแล้วทำในเรื่องการปราบการทุจริตคอร์รัปชัน ขอให้นายกฯ ลดจำนวนผู้ช่วย สส.ลง รวมถึงยกเลิกบำนาญ สส. สว. เพื่อนำไปจุนเจือประชาชน
“สิ่งที่รัฐบาลลทำดีผมชื่นชม แต่สิ่งที่ไม่ดี เช่นน้ำมันที่พบการโกง น้ำมันเก๊ ต้องเร่งจัดการ อะไรที่ผมแนะนำแล้วทำ ท่านจะอยู่ได้4 ปี แต่หากไม่แยแส ผมว่ารัฐบาลอาจอยู่ได้ไม่นาน” นพ.วรงค์ อภิปราย
ด้านพล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย อภิปรายว่า การแต่งตั้งครม. แล้วเสร็จแล้ว พบว่ามีลูกเทพ เด็กเส้นเยอะไปหน่อย นอกจากนั้นยังมีรัฐมนตรีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชี้มูลความผิดในคดีฮั้วสว. จำนวน 12 คน ซึ่งรวมถึง นายอนุทิน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 3 ของครม. ดังนั้นขอให้พิจารณาดูว่าผลการทำงานจะเป็นรูปแบบใด
“ผมขอให้รัฐบาลยึดอุดมการณ์การทำงาน คือ ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ เสียสละ พึ่งตนเอง และร่วมมือกัน เพื่อให้ประชาชนอยู่กันอย่างเป็นสุข และทำให้คำพูดของนายกฯ ที่บอกว่า รวยแล้ว รวยไม่ไหวแล้ว จะได้เป็นของจริง”พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ กล่าว



















