หายนะรอบใหม่!!…. ทำไมรัฐบาลเงียบกริบ

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ยกเครื่องโครงสร้างพลังงานต้องเป็นภารกิจเร่งด่วน หลังเกิดวิกฤติในตะวันออกกลาง วิกฤติช่องแคบฮอร์มุซ แต่รัฐบาลอนุทินพลัสดูทรงเกรงอกเกรงใจนายทุนใหญ่ “ขิงอ่อน” เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน จากท่าทีขึงขังตอนเข้ามาใหม่ ตอนนี้อ่อนยวบ

ทำได้เพียงใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ไปนำเงินจากโรงกลั่นทุกโรงราวหมื่นล้านบาท มาเป็นส่วนลดให้กับผู้ใช้น้ำมัน ลดลงมาลิตรละ 10 บาทในช่วงเวลา 1 เดือน

พร้อมโยนให้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. ศึกษามาตรการที่เป็นกลไกถาวรรองรับวิกฤติพลังงานในอนาคต ที่หวังลดราคาหน้าโรงกลั่นเพื่อทำให้ราคาหน้าปั๊มลดลง

พร้อมมีปริมาณน้ำมันสำรอง ทั้งสำรองน้ำมันดิบ-น้ำมันสำเร็จรูป 25 วันตามกฎหมาย แถมมีสำรองเกินกรอบกฎหมายกำหนดอีก 30 วัน รวมเป็น 55 วันที่ไม่ต้องนำเข้า รวมถึงน้ำมันที่อยู่ในขั้นตอนการขนส่งที่ยังเดินทางมายังไม่ถึงประเทศไทย โดยรวมไทยมีน้ำมันสำรอง 100 วัน

แต่ปัจจุบันเอกชนที่เป็นผู้สำรองน้ำมันเผชิญปัญหาต้นทุนสูงจากการจัดซื้อแท็งก์สำหรับเก็บสำรองน้ำมัน ฝ่ายกำหนดนโยบายบางยุทธศาสตร์ความมั่นคงพลังงาน เน้นสำรองพลังงานรูปแบบใหม่ โดย “ขิงอ่อน” ระบุเตรียมศึกษาร่วมกับประเทศในตะวันออกกลาง หวังร่วมลงทุนสำรองน้ำมันในภูมิภาค

ไทยจะใช้น้ำมันที่ประเทศเหล่านั้นนำมาฝากสำรองไว้เพื่อการค้า มาใช้เป็นน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ โมเดลนี้อาจทำให้รัฐบาลไม่ต้องลงทุน และไม่ต้องผลักภาระการจัดเก็บไว้ที่เอกชนเหมือนในอดีต

ทั้งหมดไม่ใช่การปฏิรูปพลังงานเชิงโครงสร้าง บนสถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังเปลี่ยนรูปแบบเสี่ยงวิกฤติซ้อนวิกฤติ เมื่อช่องแคบปากทะเลแดง หรือที่รู้จักกันในนามช่องแคบบาบเอลมันเดบ แม้ยังไม่ถูกสั่งปิดเป็นทางการ ตามกฎหมายระหว่างประเทศ

แต่เส้นทางนี้ในทางปฏิบัติถูกปิด ตัดขาดกระทบต่อเรือสินค้าส่วนใหญ่ของโลกที่ตกอยู่ในอาการโคม่า ต้องเปลี่ยนเส้นทางอ้อมแหลมกู๊ดโฮป แอฟริกาใต้แทน เพิ่มทั้งระยะทางเกือบสองสัปดาห์ เพิ่มต้นทุนขนส่งราว 25-40%

ช่องแคบฮอร์มุซ-ช่องแคบบาบเอลมันเดบถูกปิด สะท้อนให้เห็นว่าอิหร่าน-กองกำลังพันธมิตร ยกระดับเปิดแนวรบทางทะเล  ระบบโลจิตติกส์โลกสะเทือน บีบหัวใจเศรษฐกิจ หลังผลเจรจาบนโต๊ะกับสหรัฐฯ ชะงัก

รัฐบาลไทยที่ศรัทธาเสื่อมทรุดลงทุกวัน ยังปลื้มอยู่กับโครงการไทยช่วยไทยพลัส โครงการไทยช่วยไทย ที่แก้ไขปัญหาปากท้องเฉพาะหน้า

โดยลืมมาตรการประหยัดพลังงาน ที่ประเดิมเปิดให้ข้าราชการเวิร์คฟอร์มโฮมเต็มรูปแบบ น่าจะสรุปเป็นภาพรวมให้สังคมได้เห็นภาพหน่วยงานรัฐใดเวิร์คฟอร์มโฮมมากที่สุด

การประกาศกฎเหล็กให้หน่วยงานรัฐลดใช้ไฟฟ้า ก็ขอให้เปิดบิลค่าไฟช่วงเดือนก่อนประกาศและค่าไฟในเดือนหลังประกาศ แต่ละหน่วยของรัฐใช้ไฟฟ้าลดลงไปเท่าไหร่ ที่สำคัญหน่วยงานในทำเนียบรัฐบาล เปิดบิลค่าไฟแต่ละเดือนโชว์สังคมด้วย

อย่างน้อย “เสี่ยหนู”นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เคยงัด “ทฤษฎีเช็กอิน” รณรงค์ให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ “ถอดสูท สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้น” ปรับอุณหภูมิแอร์ 26-27 องศาเซลเซียส เป็นต้นแบบลัดการใช้พลังงานภาครัฐ

ที่สำคัญจังหวะเกมตะวันออกกลางเปลี่ยน สถานการณ์เสี่ยงรุนแรงกว่าเปิดศึกนัดแรก 28 ก.พ. 69 รัฐบาลต้องเรียกประชุมทีมเศรษฐกิจ หรือครม. รวมถึงหน่วยมั่นคงทันที เพื่อรับหายนะพลังงานและเศรษฐกิจระลอกใหม่

……………………………..

คอลัมน์ : ไขกุญแจ-ไขแหลก

โดย #ราษฎรเต็มขั้น

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img