“พลพีร์ สุวรรณฉวี” ระบุการโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเป็นดุลยพินิจของปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อหาบุคลากรที่เหมาะสมลงไปเร่งแก้ปัญหาในพื้นที่ ย้ำนายกฯ มีความห่วงใยประชาชนและผู้ประกอบการ พร้อมเตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตัวเอง ลั่น “รอดูฝีมือพวกผมสิครับ”
เมื่อเวลา 12.05 น. วันที่ 16 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณี ครม.มีมติโยกย้ายนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งนายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตแทน ว่า เป็นความประสงค์ของปลัดกระทรวงมหาดไทยที่ต้องการส่งบุคลากรลงไปแก้ไขปัญหาในพื้นที่
เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า การโยกย้ายดังกล่าวหมายความว่านายนิรัตน์ไม่สามารถแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้ใช่หรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า ไม่ได้หมายความเช่นนั้น แต่เชื่อว่าปลัดกระทรวงมหาดไทยพิจารณาจากหลายองค์ประกอบ เพื่อคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมลงไปแก้ไขปัญหาที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องมาเป็นระยะ โดยก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ติดตามปัญหาด้วยตนเอง และยังพบว่ามีปัญหาหลายเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น โดยเฉพาะประเด็นที่กระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ
ส่วนกรณีที่มีข้อเสนอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแทนการโยกย้าย นายพลพีร์ กล่าวว่า เป็นดุลยพินิจของปลัดกระทรวงมหาดไทยว่าจะดำเนินการอย่างไร พร้อมเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้เรียกรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยทั้ง 3 คนเข้าหารือถึงแนวทางแก้ไขปัญหา และในเร็ว ๆ นี้ ตนจะลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและสังคายนาปัญหาที่เกิดขึ้น
เมื่อถามถึงการจัดการกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ นายพลพีร์ กล่าวว่า ไม่อยากใช้คำว่าผู้มีอิทธิพล แต่หากมีผู้ใดเอารัดเอาเปรียบประชาชน ถือเป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยที่จะต้องเข้าไปดำเนินการ พร้อมย้ำว่าข้าราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทยต้องมีศักดิ์ศรี ปกป้อง ดูแล และอำนวยความสะดวกให้ประชาชน เพื่อให้เศรษฐกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้
สำหรับเสียงวิจารณ์จากฝ่ายค้านที่มองว่าการแก้ปัญหาเป็นเพียงการโยกย้ายข้าราชการ นายพลพีร์ ตอบสั้น ๆ ว่า “ก็รอดูฝีมือพวกผมสิครับ”
เมื่อถามถึงกรอบเวลาการทำงานของนายโชตินรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตคนใหม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า ยังไม่มีการกำหนดไทม์ไลน์ที่ชัดเจน แต่ยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายไว้อย่างชัดเจน โดยเน้นให้จังหวัดภูเก็ตในฐานะพื้นที่แซนด์บ็อกซ์ต้องเป็นต้นแบบที่ดี พร้อมยอมรับว่ายังมีข้อกฎหมายหลายประการที่เป็นอุปสรรคต่อการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนและผู้ประกอบการ
ส่วนกรณีที่นายนิรัตน์เต็มใจย้ายออกจากพื้นที่หรือไม่นั้น นายพลพีร์ กล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียด แต่เชื่อว่าคำสั่งของผู้บังคับบัญชาทุกระดับเป็นคำสั่งที่ต้องปฏิบัติตาม และคาดว่ามีการหารือกันเรียบร้อยแล้ว พร้อมย้ำว่าตนในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่มีอำนาจในการโยกย้ายข้าราชการ โดยเป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชาตามสายงาน
เมื่อถามถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีเคยระบุว่าการโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มีมติโยกย้ายในครั้งนี้ นายพลพีร์ กล่าวว่า การโยกย้ายข้าราชการทุกระดับต้องเป็นไปตามขั้นตอน ระเบียบ และข้อบังคับของทางราชการ โดยการเสนอโยกย้ายครั้งนี้เป็นการตัดสินใจของปลัดกระทรวงมหาดไทย ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อพิจารณาเห็นชอบ
สำหรับกระแสข่าวที่มีการระบุว่ารองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ผลักดันให้มีการเปลี่ยนตัวผู้ว่าราชการจังหวัด นายพลพีร์ กล่าวว่า สิ่งที่ตนจะลงไปดูเป็นอันดับแรกคือการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนและผู้ประกอบการในจังหวัดภูเก็ต ส่วนการบริหารงานบุคคลเป็นหน้าที่ของปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมย้ำว่า “ขอยึดประชาชนเป็นหลัก”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วาระการโยกย้ายนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งนายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตคนใหม่ กระทรวงมหาดไทยได้เสนอเข้าสู่การประชุม ครม. ในฐานะ วาระจร โดยในที่ประชุม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงรัฐมนตรีคนอื่น ๆ ไม่ได้มีการอภิปรายหรือทักท้วงในประเด็นดังกล่าว ก่อนที่ที่ประชุมจะมีมติเห็นชอบตามที่เสนอ.




















