ครม.เห็นชอบแต่งตั้ง “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” เป็นหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทยในคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) พร้อมผู้เชี่ยวชาญต่างชาติร่วมทีม ย้ำกรอบการเจรจาของไทยมุ่งประเด็นเขตแดนทางทะเลและไหล่ทวีป ไม่เห็นด้วยกับการนำเรื่องพื้นที่พัฒนาร่วมเข้ามาพิจารณาในชั้นนี้
เมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 16 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีที่ ครม.มีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะผู้แทนฝ่ายไทยเข้าร่วมคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS)
โดย ครม.แต่งตั้งนายสีหศักดิ์ เป็นหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย และนายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ เอกอัครราชทูต ณ กรุงคูเวต เป็นรองหัวหน้าคณะ พร้อมแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายทะเลอีก 2 คน ซึ่งเป็นชาวแอฟริกาใต้และชาวเยอรมัน เข้าร่วมเป็นกรรมาธิการฝ่ายไทย
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 2 คนได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงการต่างประเทศอย่างรอบคอบ โดยทั้งคู่เคยดำรงตำแหน่งประธานศาลกฎหมายทะเลระหว่างประเทศ (International Tribunal for the Law of the Sea: ITLOS) จึงเป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติและมีประสบการณ์สูง
ทั้งนี้ เมื่อฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชาแต่งตั้งผู้ประนอมฝ่ายละ 2 คนครบถ้วนแล้ว จะต้องร่วมกันคัดเลือกบุคคลที่ 5 เพื่อทำหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการประนอม ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะต้องแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน ก่อนจะเริ่มเข้าสู่การหารืออย่างเป็นทางการ
นายสีหศักดิ์ อธิบายว่า คณะกรรมาธิการประนอมไม่ใช่ศาล แต่เป็นกลไกที่มีหน้าที่เสนอแนะแนวทางในการแก้ไขข้อพิพาท เพื่อสนับสนุนการเจรจาระหว่างไทยกับกัมพูชา
อย่างไรก็ตาม ไทยเห็นว่าขอบเขตการพิจารณาของคณะกรรมาธิการควรจำกัดอยู่ที่ประเด็นการกำหนดเขตแดนทางทะเลและไหล่ทวีปเป็นหลัก
“กรณีที่ฝ่ายกัมพูชาต้องการให้นำเรื่องพื้นที่พัฒนาร่วม (Joint Development Area) เข้ามาหารือในขั้นตอนนี้ เราเห็นว่าไม่ควร เพราะควรให้ความสำคัญกับการกำหนดเขตแดนทางทะเลให้มีความชัดเจนก่อน” นายสีหศักดิ์ กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากไทยและกัมพูชามีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับขอบเขตการพิจารณา ใครจะเป็นผู้ตัดสิน นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวจะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการประนอมในการพิจารณา โดยย้ำว่า ไทยยังคงยึดจุดยืนให้การหารือมุ่งเน้นเรื่องการกำหนดเขตแดนทางทะเลให้ได้ข้อยุติก่อน
“เราควรทำให้เรื่องเขตแดนทางทะเลมีความชัดเจนที่สุดก่อน เมื่อทราบแล้วว่าพื้นที่ทับซ้อนมีขอบเขตเพียงใด จึงค่อยมาพิจารณาในประเด็นพื้นที่พัฒนาร่วมใต้ทะเลในขั้นตอนต่อไป” นายสีหศักดิ์ กล่าว.




















