นายกฯ เปิดเผยได้หารือสั้น ๆ กับนายกฯ กัมพูชาระหว่างรอขึ้นเครื่อง ยืนยันไทยเดินหน้าตามกรอบ UNCLOS, JBC และ GBC พร้อมย้ำหากเข้าสู่การบังคับตาม UNCLOS อาจต้องทบทวนการเจรจาในกรอบอื่น ระบุทั้งสองฝ่ายไม่ต้องการความขัดแย้ง แต่ยอมรับเหตุการณ์กระทบความรู้สึกประชาชนทั้งสองประเทศ
เมื่อเวลา 08.15 น. วันที่ 19 มิ.ย. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดนไทยว่า รัฐบาลเฝ้าระวังสถานการณ์ชายแดนอย่างต่อเนื่อง และมีความพร้อมรับมืออยู่ตลอดเวลา
นายอนุทิน เปิดเผยว่า ระหว่างเดินทางกลับจากการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย ได้มีโอกาสพูดคุยกับนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยยืนยันจุดยืนของประเทศไทยในประเด็นการดำเนินการตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 (UNCLOS) รวมถึงกรอบการเจรจาของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) และคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC)
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า หากกระบวนการภายใต้ UNCLOS เดินไปในลักษณะของ “การประนีประนอมภาคบังคับ” เมื่อใด ไทยอาจต้องชะลอการเจรจาในกรอบอื่นไว้ก่อน ซึ่งเป็นแนวทางที่รัฐบาลไทยได้กำหนดไว้ พร้อมย้ำว่าประเทศไทยมีความพร้อมด้านการรักษาความมั่นคงบริเวณชายแดนอยู่แล้ว
เมื่อถามถึงการพูดคุยกับนายฮุน มาเนต ว่ามีการรับประกันว่าจะไม่เกิดเหตุปะทะอีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นเพียงการพูดคุยสั้น ๆ ตามธรรมเนียมทางการทูต ไม่มีเวลาหารือเชิงลึก เพราะทั้งสองฝ่ายต่างเตรียมจุดยืนของตนเองมาแล้ว
นายอนุทิน กล่าวว่า นายฮุน มาเนต ยืนยันว่าไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง ขณะที่ตนก็ตอบกลับว่า ประเทศไทยยิ่งไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งเช่นกัน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้กระทบความรู้สึกของประชาชนไทย ซึ่งฝ่ายกัมพูชาก็ระบุว่า ประชาชนของตนได้รับผลกระทบด้านความรู้สึกเช่นเดียวกัน จึงเห็นว่าทั้งสองฝ่ายควรร่วมกันหาแนวทางเดินหน้าต่อไป
ส่วนประเด็นการเปิดหรือปิดด่านชายแดน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ได้หยิบยกขึ้นมาหารือ เพราะเป็นประเด็นอ่อนไหว พร้อมกล่าวติดตลกว่า “เปิดด่าน ปิดด่าน มันเป็นคำต้องห้ามอยู่แล้ว ตนไม่ไปจั๊กจี้พูดหรอก เดี๋ยวคนไทยโกรธตาย ไม่เอา”




















