เมื่อเวลา 08.15 น. วันที่ 25 มิ.ย. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับคดี Forex เป็นคดีพิเศษ ว่า ตนได้พยายามเร่งรัดขับเคลื่อนคดีนี้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคดีดังกล่าวมีธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวเนื่องจำนวนมากถึง 60,000 – 7,0000 ธุรกรรม ทำให้ต้องใช้ระยะเวลาในการวิเคราะห์และตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างละเอียด
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวต่อว่า จากปฏิบัติการเข้าตรวจค้น 24 จุด เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้เป็นจำนวนมาก ทั้งในรูปแบบเอกสารและข้อมูลคอมพิวเตอร์ ดีเอสไอจึงได้ตั้งคณะทำงานชุดเฉพาะกิจและเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่เข้ามาเสริม เพื่อป้องกันความล่าช้า ทั้งนี้ ตนได้มอบนโยบายให้มีการแถลงความคืบหน้าให้ประชาชนรับทราบในทุก ๆ 15 วัน เพื่อความโปร่งใส
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีกระแสข่าวการเชิญ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เข้ามาชี้แจงความเชื่อมโยง รมว.ยุติธรรม ระบุว่า หลังจากดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษแล้ว ได้มีการออกหมายเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายราย ซึ่งรวมถึงนายภาวุธด้วย โดยกำหนดให้เข้าพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 2 ก.ค. นี้ อย่างไรก็ตาม ในหมายเรียกได้ระบุเงื่อนไขไว้ว่า หากผู้ใดมีความพร้อมก็สามารถเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนได้ทันทีก่อนวันนัดหมาย
ส่วนประเด็นที่นายภาวุธชี้แจงผ่านสื่อว่า คลิปวิดีโอที่เป็นประเด็นไม่ได้มีลักษณะเป็นการโฆษณาเชิญชวนนั้น พล.ต.ท.รุทธพล ชี้แจงว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการรวบรวมพยานหลักฐาน และท้ายที่สุดจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลในการวินิจฉัยว่า การเผยแพร่คลิปดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการเทรดธรรมดา หรือเป็นการชักชวนโฆษณาชวนเชื่อกันแน่
สำหรับความคืบหน้าในการตรวจสอบเส้นทางการเงินร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ดีเอสไอได้ประสานและบูรณาการการทำงานร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อย่างใกล้ชิด และที่สำคัญได้ส่งเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แล้วหลายวันก่อน เพื่อร่วมตรวจสอบเส้นทางเงินอย่างละเอียด แต่เนื่องจากปริมาณธุรกรรมมีจำนวนมหาศาล ปปง. จึงยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ทำงานเพื่อให้เกิดความละเอียดและเป็นธรรมที่สุด
เมื่อถามว่า หากนายภาวุธลาออกจากตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อ เพื่อสละเอกสิทธิ์คุ้มครอง จะทำให้คดีรวดเร็วขึ้นหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า เรื่องการลาออกตนไม่ทราบข้อเท็จจริง แต่ในส่วนของคดีความ ไม่ว่าอย่างไร ทั้งดีเอสไอ ปปง. และ ธปท. ก็จะดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมายตามปกติอยู่แล้ว
นอกจากนี้ พล.ต.ท.รุทธพล ยังได้กล่าวถึงกรณีที่มีโบรกเกอร์รายหนึ่งเข้าชี้แจงต่อดีเอสไอว่าดำเนินกิจการถูกกฎหมาย สวนทางกับที่ ธปท. ระบุว่าผิดกฎหมาย โดยเปิดเผยว่า ล่าสุดได้รับรายงานว่าบริษัท QRS Global ได้เข้ามาชี้แจงข้อมูลกับพนักงานสอบสวนแล้ว ซึ่งดีเอสไอยืนยันว่ารับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย และข้อมูลที่ได้ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก ทำให้พบหลักฐานและทราบความเชื่อมโยงของบุคคลต่าง ๆ เพิ่มเติมในจุดที่ดีเอสไอยังไม่เคยทราบมาก่อน รวมถึงข้อมูลของบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในสื่อสังคมออนไลน์ที่มีความเกี่ยวพันกับบริษัทดังกล่าวด้วย
ทั้งนี้ รมว.ยุติธรรม กล่าวทิ้งท้ายว่า ในช่วงบ่ายของวันนี้ (25 มิ.ย.) ตนมีกำหนดการเดินทางไปยังรัฐสภา เพื่อตอบกระทู้ถามสดในประเด็นดังกล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะมีการชี้แจงรายละเอียดในทุกประเด็นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น




















