ภายหลัง “หมวดนัท” ชายหนุ่มในชุดทหารเต็มยศ มีหมวก เสื้อเกราะ และพกวิทยุ ปรากฏตัวใกล้ชิด “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” ใน โศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก
โลกโซเชียลได้ขุดประวัติ “หมวดนัท” พบว่า ไม่ได้รับราชการทหารจริง แม้ว่าเจ้าตัวจะได้ยศ “ว่าที่ร้อยโท” จากการฝึก รด. และอบรมเพิ่มเติม เมื่อขุดลึกลงไป ปรากฎว่า “หมวดนัท” รันอยู่ในทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็น วงการบันเทิง-พระเครื่อง-กู้ภัย-จิตอาสา-การเมือง ล่าสุด ยังโผล่ไป ฝึกการจำลองเหตุการณ์สาธารณภัย ช่วยเหลือประชาชนในการฝึกคอบร้าโกลด์
ทีมข่าวได้สอบถามเกี่ยวกับ “ความหละหลวมในการรักษาความปลอดภัยของผู้นำประเทศ” ที่ปล่อยให้ “หนุ่มมั่วบ้านงาน” เข้าถึงตัวนายกฯ อย่างง่ายดาย จากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง อย่าง “เสธ.แมว-พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร” อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ

“เสธ.แมว” มองว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นจังหวะของสถานการณ์ในที่เกิดเหตุ เนื่องจาก “หมวดนัท” ทำหน้าที่เป็นจิตอาสา และมีพื้นฐานเรื่องฝึกทหาร โดยเติบโตมาจากโรงเรียนช่างฝีมือทหาร เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จึงได้รับยศ “ว่าที่ร้อยโท” และในวันที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ “หมวดนัท” ได้เข้าปฏิบัติงานด้านจิตอาสา เพราะจบการอบรมการกู้ภัย อยู่ในพื้นที่พอดี จึงมีโอกาสเข้าไปรายงานความคืบหน้าของสถานการณ์ เพราะอยู่หน้างานในขณะนั้น แม้ว่าในเวลาต่อมา จะพบว่ารายงานข้อมูลบางอย่างคลาดเคลื่อนไป
ส่วนประเด็นความเข้มงวด ในการรักษาความปลอดภัยผู้นำประเทศ ทราบมาว่า หน่วยอารักขานายกฯ ทราบภูมิหลังของ “หมวดนัท” ว่าอยู่ในแวดวงทหาร รวมถึงทำงานด้านจิตอาสามาเป็นเวลานาน จึงอนุญาตให้อยู่ในบริเวณใกล้เคียงวงสนทนา เนื่องจากไม่ได้มีพฤติการณ์ที่เป็นภัย และสามารถช่วยให้ข้อมูลสถานการณ์ได้
สำหรับการอารักขาผู้นำประเทศ มีระบบรักษาความปลอดภัยตามขั้นตอนอยู่แล้ว ทั้งตำรวจสันติบาล และศูนย์รักษาความปลอดภัย หรือ ศรภ. ที่มีการดูแลทั้งวงใน วงกลาง วงนอก อย่างเป็นระบบ แต่กรณีนี้มองว่า เจ้าหน้าที่อาจรู้จักที่มา-ที่ไป ของ “หมวดนัท” เลยอนุญาตให้ไปช่วยรายงานสถานการณ์ให้นายกรัฐมนตรีรับทราบได้

แต่ในทางกลับกัน หากเจ้าหน้าที่ไม่รู้ภูมิหลังของ “หมวดนัท” แล้วปล่อยให้เข้าใกล้ “ผู้นำประเทศ” อาจสะท้อนถึงช่องโหว่ด้านการรักษาความปลอดภัย ที่จำเป็นต้องมีการปรับปรุง เพิ่มมาตรการให้เข้มงวดมากขึ้นต่อไป
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดเผยว่าเตรียมดำเนินคดีกับ “หมวดนัท” ใน 3 ข้อกล่าวหาหลัก ประกอบด้วย
1.แสดงตนและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน โดยที่ตนเองไม่มีสิทธิ์
2.ใช้วิทยุสื่อสารโดยไม่ได้รับอนุญาต
3.ไขข่าวแพร่หลายข้อมูลเท็จ (ข่าวลือ) จนทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตกใจ จากการที่หมวดนัทให้สัมภาษณ์ในบางส่วนที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง
4.หากผลการตรวจพิสูจน์ “เสื้อเกราะ” ที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ เป็นเสื้อเกราะจริง ก็จะดำเนินความผิด เกี่ยวกับครอบครองยุทธภัณฑ์ เป็นข้อหาที่ 4
ในเบื้องต้น “ตัวหมวดนัท” ยืนยันในความบริสุทธิ์ และขอต่อสู้ข้อกล่าวหา ตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
…………….
คอลัมน์ : The Key Reported by Fah kham-ram



















