‘กองทัพบก’ ย้ำฝ่ายไทยโต้ตอบตามสถานการณ์ทันควัน เมินข้ออ้างกัมพูชาปัดปม ‘ทหารขาดวินัย’ เผยเสียงระเบิดทำชาวบ้านผวา พร้อมแจงความคืบหน้าอ่างเก็บน้ำ ‘ห้วยตามาเรีย’ ชงนายกฯ เคาะงบชลประทาน
วันที่ 17 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) แถลงชี้แจงถึงกรณีเกิดเหตุการณ์ทหารกัมพูชาลั่นกระสุนปืนจำนวน 3 นัด บริเวณพื้นที่ตะเข็บชายแดน โดยยืนยันว่า กองทัพภาคที่ 2 และกำลังพลฝั่งไทยได้ดำเนินมาตรการตอบโต้ไปตามขั้นตอนและสถานการณ์อย่างเหมาะสมทันที ภายหลังเกิดเหตุทางผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ของฝั่งกัมพูชาได้ติดต่อประสานงานมายังผู้บัญชาการในพื้นที่ของไทย ซึ่งทางฝ่ายไทยได้ทำการประท้วงและท้วงติงอย่างรุนแรงต่อพฤติกรรมที่ส่อไปในทางสร้างสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมทั้งเน้นย้ำอย่างเด็ดขาดว่าเหตุการณ์ในลักษณะนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก เนื่องจากอาจเข้าข่ายเป็นการละเมิดข้อตกลงการหยุดยิง และผิดความตกลงร่วมกันที่ทั้งสองประเทศได้ทำไว้ก่อนหน้านี้ ส่วนกรณีที่ฝั่งกัมพูชาออกมาอ้างว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากทหารขาดวินัยนั้น ทางฝ่ายไทยยังไม่ปักใจเชื่อคำกล่าวอ้างดังกล่าว และยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ เสนาธิการทหารบก ยังได้กล่าวถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในช่วงที่มีการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee – RBC) ที่ผ่านมา โดยระบุว่าพบเหตุระเบิดเกิดขึ้นแล้วหลายครั้ง ซึ่งกองทัพบกไทยได้ยื่นหนังสือประท้วงไปโดยตลอด เนื่องจากพิจารณาว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนขั้นรุนแรงที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง
“แม้ว่าต้นเสียงและจุดระเบิดจะอยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชาเองก็ตาม แต่ด้วยแรงอัดและเสียงระเบิดที่ดังกึกก้อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อจิตใจ ทำให้ประชาชนชาวไทยที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนเกิดความวิตกกังวลในความปลอดภัย ดังนั้น จึงไม่ควรปล่อยให้เกิดเหตุซ้ำรอยอีก เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความสัมพันธ์อันดีในพื้นที่ชายแดน” พลเอก ชัยพฤกษ์ กล่าว
เมื่อถามถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำบริเวณใกล้ห้วยตามาเรีย ซึ่งเป็นพื้นที่ความมั่นคงนั้น พล.อ. ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า การขออนุมัติงบประมาณดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนที่เป็นข่าว โดยมีกรมชลประทานเป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบในการดำเนินงาน ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้มีการรายงานให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบแล้ว และอยู่ในขั้นตอนที่นายกรัฐมนตรีจะพิจารณาความเหมาะสมอย่างละเอียดรอบคอบในทุกมิติ ทั้งนี้ ในกระบวนการทำงานที่ผ่านมา กรมชลประทานได้ประสานงานและหารือร่วมกับกองทัพภาคที่ 2 อย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง จึงขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจและอย่าได้มีความกังวลต่อโครงการดังกล่าว



















