เตือน“ฝ่ายค้าน”อย่าใช้สภากดดัน“กกต.” “ศุภชัย”ย้ำกฎหมายต้องอยู่เหนือกระแส

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“ศุภชัย ใจสมุทร” สส.บัญชีรายชื่อ ภูมิใจไทย ตั้งคำถามฝ่ายค้านตรวจสอบ กกต. หรือกำลังกดดัน ปมอภิปรายคดีเลือก สว. ชี้หากนำข้อมูลจากสำนวนที่ยังไม่สิ้นสุดมาใช้ ต้องตอบให้ได้ว่าเอกสารมาจากไหนและเปิดเผยได้หรือไม่ ย้ำสภาตั้งคำถามได้ แต่อย่าชี้นำผลลัพธ์ เตือนการอภิปรายที่กำลังจะเกิดขึ้นอาจกลายเป็น “อภิปรายไม่ไว้วางใจ กกต.” แทนการตรวจสอบตามอำนาจรัฐสภา

เมื่อวันที่ 4 ก.ย.นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นต่อกรณีการอภิปรายการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยตั้งคำถามว่า การอภิปรายดังกล่าวเป็นการตรวจสอบ กกต.ตามหน้าที่ของรัฐสภา หรือกำลังกลายเป็นการกดดันองค์กรอิสระให้ดำเนินการไปในทิศทางที่ฝ่ายหนึ่งต้องการ

นายศุภชัยระบุว่า การตรวจสอบองค์กรอิสระเป็นหน้าที่ของรัฐสภา แต่ต้องแยกให้ชัดเจนระหว่างการตั้งคำถามต่อการทำงาน กับการชี้นำผลลัพธ์ของกระบวนการที่ยังไม่สิ้นสุด โดยการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมา มีวาระพิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานของ กกต. ประจำปี 2567 ซึ่งครอบคลุมภารกิจหลายด้าน ทั้งการจัดการเลือกตั้ง การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา การสืบสวนไต่สวน การกำกับดูแลพรรคการเมือง และการบริหารองค์กร

อย่างไรก็ตาม นายศุภชัยตั้งข้อสังเกตว่า จากการอภิปรายของสมาชิกฝ่ายค้าน มีแนวโน้มมุ่งเน้นไปที่คดีเกี่ยวกับการเลือก สว. ซึ่งยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ กกต. จึงเกิดคำถามว่า สภากำลังตรวจสอบผลการปฏิบัติงานประจำปี หรือกำลังกดดันกระบวนการที่ยังไม่สิ้นสุด

นายศุภชัยยังตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า หากมีการนำข้อมูลหรือรายละเอียดจากสำนวนการสอบสวนหรือสำนวนไต่สวนที่ยังไม่สิ้นสุดมาใช้ประกอบการอภิปราย ยิ่งต้องตรวจสอบที่มาของเอกสารดังกล่าวว่าได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ผู้เปิดเผยมีอำนาจเปิดเผยหรือไม่ และเหมาะสมหรือไม่ที่จะนำข้อมูลภายในสำนวนมาใช้ตั้งคำถามต่อองค์กรที่กำลังทำหน้าที่พิจารณาสำนวนนั้น

“เอกสิทธิ์ในการอภิปราย ไม่ควรถูกเข้าใจว่าเป็นใบอนุญาตให้ละเลยคำถามเรื่องที่มาของเอกสาร ความชอบด้วยกฎหมาย และความเป็นธรรมต่อบุคคลที่ปรากฏชื่ออยู่ในสำนวน” นายศุภชัยระบุ

พร้อมย้ำว่า กกต.สามารถถูกตรวจสอบได้ทั้งเรื่องความล่าช้า ความโปร่งใส และประสิทธิภาพ แต่การตรวจสอบต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงและกรอบกฎหมาย ไม่ควรนำข้อมูลบางส่วนมาสรุปล่วงหน้าว่าใครผิด หรือเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับบุคคลจำนวนมาก ก่อนที่กระบวนการพิจารณาพยานหลักฐานจะเสร็จสิ้น

นายศุภชัยระบุด้วยว่า กกต.ไม่ได้มีหน้าที่ดำเนินคดีกับทุกคนที่ถูกกล่าวหา แต่ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของแต่ละบุคคลอย่างรอบด้านและเป็นธรรม เพราะการมีชื่ออยู่ในคำร้องหรือสำนวน ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นกระทำความผิด

ทั้งนี้ นายศุภชัยสรุปหลักการว่า หากหลักฐานเพียงพอ กกต.ต้องดำเนินการโดยไม่เกรงใจใคร แต่หากหลักฐานไม่เพียงพอ ก็ต้องกล้ายุติเรื่องโดยไม่หวั่นไหวต่อกระแส พร้อมระบุว่า “สภามีหน้าที่ตรวจสอบ กกต. แต่ไม่ควรทำหน้าที่แทน กกต. ตั้งคำถามได้ แต่อย่าชี้นำ เร่งรัดได้ แต่อย่ากำหนดคำตอบล่วงหน้า และกระแสสังคมไม่อาจแทนที่พยานหลักฐาน”

นายศุภชัยยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพความเป็นอิสระของ กกต. พร้อมย้ำว่า กฎหมายต้องอยู่เหนือกระแส พยานหลักฐานต้องอยู่เหนือการเมือง และความเป็นอิสระของ กกต.ต้องอยู่เหนือแรงกดดันจากทุกฝ่าย

ท้ายโพสต์ นายศุภชัยระบุว่า การอภิปรายที่จะมาถึงของฝ่ายค้านอาจเป็นไปตามที่ตนคาดการณ์ไว้ โดยอาจกลายเป็น “การอภิปรายไม่ไว้วางใจองค์กรอิสระ คือ กกต.” แทนที่จะเป็นการตรวจสอบตามปกติ ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามว่าการอภิปรายจะดำเนินไปในกรอบการตรวจสอบการทำงานของ กกต. หรือจะลุกลามไปถึงการกดดันกระบวนการพิจารณาคดีที่ยังไม่สิ้นสุดกันแน่

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img