“โรม”แฉยับ“3ฉากทัศน์”โกงสอบท้องถิ่น อึ้งตัวละครลับเพียบ-แต่“มท.”ยังลอยนวล

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

สงสัยฮั้วตัดตอน! ‘รังสิมันต์ โรม’ กางหลักฐานโกงสอบท้องถิ่น แฉขบวนการแก้คนตกให้ผ่าน ชี้ 3 ฉากทัศน์ สถ.-มศว เอี่ยวทุจริต ช็อกคดีไร้ความคืบหน้า คนฝั่งมหาดไทยยังไม่โดนแม้แต่หมายเรียก ด้าน ป.ป.ง. อายัดทรัพย์ไม่ได้ จี้ ‘อนุทิน’ อยู่ใต้กำกับแท้ๆ แต่ไร้แอ็กชัน ลั่นเดินหน้าสับต่อต้น ส.ค. นี้

เมื่อวันที่ 22 ก.ค.69 เวลา 12.50 น. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมพิจารณาการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ว่า จุดที่ทุกฝ่ายยอมรับตรงกันแล้วคือการประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านไม่ตรงกับความเป็นจริง นั่นหมายความว่า มีคนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการทำให้คนที่สอบไม่ผ่าน กลายเป็นคนที่สอบผ่าน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดอยู่ในแฟลชไดฟ์ที่ส่งให้กับสถ. และข้อมูลชุดเดียวกันนี้ก็อยู่ในการครอบครองของ มศว ดังนั้นการทุจริตในเรื่องนี้มองได้ 3 ฉากทัศน์ 1. สถ.เป็นคนทุจริตเอง 2. มศว ทุจริตเอง และ 3. ร่วมกันทุจริต ซึ่งทั้งหมดนี้มีความเป็นไปได้ โดยแต่ละส่วนมีผู้บริหารระดับสูงเข้ามาเกี่ยวข้อง

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า หากดูใน TOR ที่อ้างว่ามีความรัดกุมนั้น ตนมองว่า ทั้ง สถ. และมศว ต่างก็ไม่ได้ปฏิบัติตาม TOR อย่างครบถ้วนทั้งหมด เช่น ทางมศว แบคอัพข้อมูลไว้ ทั้งที่ TOR ไม่ได้กำหนดให้ต้องทำ แต่มศว อ้างว่าการแบคอัพข้อมูลนั้นเป็นมาตรฐานที่สูงกว่า ซึ่งสถ.ก็รับรู้ รับทราบ ส่วนการประกาศรายชื่อที่ต้องมีการลงตราแสตมป์ นั้นพบว่า สถ.ได้ขอให้ มศว เป็นผู้ลงตราประทับตามที่มีการปรากฏออกมาถือว่าเป็นจุดหนึ่งที่เป็นส่วนสำคัญของการประกาศข้อมูลเท็จ ที่สถ.เป็นผู้ขอ และมศว เป็นผู้แสตมป์

“ดังนั้นข้อมูลจากการรับฟังวันนี้ได้ยืนยันไปในทำนองว่า ไม่ได้มีการตรวจสอบข้อมูลจากแฟลชไดฟ์ ซึ่งเราถือว่าเป็นข้อมูลจริงเลย ก็กลับมาส่วนแรกที่ผมบอกไปว่าตกลงแล้ว มศว ทุจริตอย่างเดียว หรือ สถ.ทุจริตอย่างเดียว หรือร่วมกันทุจริต เมื่อดุแก่นกลางชองเรื่อง จะมีคนเกี่ยวข้อง มศว บอกว่าในการพิจารณาเพื่อเอารายชื่อไปประกาศสาธารณะชนนั้น คือ นายธีรุธ อธิบดีสถ. เวลานั้นจะดำเนินการตามกรอบอำนาจหน้าที่ของตัวเอง นี่คืออีก 1 คน ที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ประการต่อมาคือการรับมอบแฟลชไดฟ์ ตามกระบวนการที่ทำกันมาของแต่ละหน่วยงาน ปกติ ประธานหน่วยงานไปรับ หรือนายวันชัย จันทร์พร ประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น ต้องไปเอง แต่กลับขอให้มศว นำมาส่งที่กรุงเทพฯ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่มีอำนาจหน้าที่ในการนำรายชื่อไปประกาศ

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้เราทราบกันแล้วว่ามี 5 รายชื่อที่มีความเกี่ยวข้อง และมีการตั้งกรรมการสอบวินัย แต่ยังไม่มี่การแจ้งความ ร้องทุกข์กล่าวโทษใดๆ เลย ขณะที่ ความคืบหน้าจากทางตำรวจพบว่ามี 3 รายชื่อเท่านั้น ยังไม่มีการออกหมายเรียกอธิบดีสถ. กับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในฝั่งของกระทรวงมหาดไทย มีเพียงการออกหมายเรียกฝั่ง มศว และบริษัทผู้พิมพ์เอกสาร ส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขแสกนกระดาษคำตอบทั้ง 5,900 คน ที่มีรายชื่ออปท. 11 คน กี่ยวข้อง แต่ก็ยังไม่มีการออกหมายเรียก หมายจับ รวมถึงการยึด อายัดทรัพย์สินก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ โดย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ระบุว่า ได้รับแจ้งแค่การตรวจสอบทรัพย์สิน แต่เนื่องจากเรื่องนี้ยังไม่มีการดำเนินคดีอาญาใดๆ ทางป.ป.ง.จึงยังไม่มีข้อมูลมาตอบข้อซักถามของ กมธ.

เมื่อถามว่า กมธ. จะดำเนินการอย่างไรต่อ เนื่องจากผู้เกี่ยวข้องไม่มาชี้แจง แต่ส่งคนไม่เกี่ยวข้อง หรือเกี่ยวข้องปลายๆ มาชี้แจงแทน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า คดีนี้จะจบที่การฮั้วกันหรือจบที่ตัดตอน วันนี้ฟังข้อเท็จจริงแต่ไม่มีใครสื่อสาร 100% ตกลงฉากทัศน์ที่ตนพูดถึงจะจบลงอย่างไร แน่นอนว่า สถ.มีส่วนน่าสงสัยว่าไปทำในสิ่งที่ไม่เป็นไปตาม TOR และส่วนที่สองต้งอองยอมรับว่า มศว ทำไมไปลงตราแสตม์ทั้งๆ ที่ไม่มีใน TOR และ ไปแบ๊คอัพข้อมูล ยังไม่นับว่า ข้อมูลกรดาษคำตอบที่สแกน และดำเนินในบริษัทที่นนทบุรี ดังนั้นสิ่งที่น่าสงสัยที่สุด คือทำไมคนของฝั่งกระทรวงมหาดไทยในทางคดีถึงดำเนินการได้ช้า ก้าวหน้าสุดคือออกหมายเรียกทาง มศว และ ตั้งกรรมการสอบ 5 รายชื่อ ถามว่าจะไม่สอบวินัยเลยหรือ

ทั้งนี้สิ่งที่ยังขาดหายไป คือการดำเนินการตามกฎหมายเพื่อเอาคนผิดมาลงโทษ แล้วการดำเนินการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยังไม่สามารถสอบข้อเท็จจริงไปถึงได้ว่า ใครเป็นผู้เอาข้อมูลนี้เพื่อนำไปสู่การแก้ไขข้อสอบ แต่ป.ป.ช.รับปากเอาข้อมูลแฟลชไดฟ์ไปตรวจสอบเทียบกับกระดาษว่าผิดหรือถูก และมีเพียง 5,900  รายชื่อหรือไม่ ยอมรับว่า เราทำงานเรื่องยี้ด้วยควายากลำบากในหลายกมธ.ที่ตรวจสอบเรื่องนี้ แต่เราพยายามทำให้ดีที่สุด ชัด โดยขั้นตอนต่อไป จะต้องตรวจสอบต่อว่า CIB และ ป.ป.ช. นั้น จะมีการยังคับใช้ดฎหมายเต็มความสามรรถจริงๆ หรือไม่ ทั้งนี้ ต้นเดือนส.ค.จะมีการพิจารณาเรื่องนี้ต่อให้สิ้นสงสัย โดยเฉพาะเรื่องการยึดทรัพย์ ในส่วน 3 รายชื่อ ซึ่งป.ป.ง.ชัดเจนว่ามีการแจ้งทั้ง อั้งยี่ ซ่องโจร ปลอมแปลงเอกสาราชการ รวมกันประมาณ 6 ข้อหา หากไม่มีการขยายผลถึง 11 คน และผู้บริหารระดับสูงของราชการ และมหาวิทยาลัย คิดว่าคงไม่ได้นำไปสู่การจัดการเรื่องนี้ คำถามคือ หลายองค์กรอยู่ใต้การกำกับของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ทั้ง ป.ป.ง. ตำรวจ และสถ. ทุกหน่วยงานกลับคุยกันไม่รู้เรื่อง ดังนั้นไม่รู้ว่าตกลงใครต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img