ทบ. โต้กัมพูชา ย้ำไทยใช้กำลังตามกรอบกฎหมาย มุ่งเฉพาะเป้าหมายทางทหาร ชี้ความเสียหายที่กัมพูชากระทำต่อไทย ไม่อาจลบล้างด้วยการบิดเบือนข้อมูล
จากกรณี นายเนธ เพียกตรา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศกัมพูชา โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว กล่าวอ้างถึงหลุมระเบิด ความเสียหายต่อโบราณสถาน บ้านเรือน และการสูญเสียของพลเรือนกัมพูชาว่าเป็นหลักฐานจากการโจมตีของฝ่ายไทยนั้น
เมื่อวันที่ 8 ส.ค.69 พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวยืนยันว่า การใช้กำลังของฝ่ายไทยทุกครั้งดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ มีการกำหนดและตรวจสอบเป้าหมายอย่างชัดเจน โดยคำนึงถึงความจำเป็นและความได้สัดส่วน มิใช่การใช้อาวุธโดยไม่จำแนกเป้าหมาย ซึ่งแตกต่างจากฝ่ายกัมพูชาที่ใช้อาวุธจนส่งผลกระทบต่อพื้นที่พลเรือนของไทย ทำให้ประชาชนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ รวมถึงบ้านเรือนและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย
สำหรับการใช้อาวุธจากอากาศของฝ่ายไทย มุ่งต่อเป้าหมายทางทหารที่เป็นภัยคุกคาม หรือถูกใช้ในการโจมตีจนส่งผลกระทบต่อประชาชนและกำลังทหารฝ่ายไทย โดยผ่านการพิจารณาและตรวจสอบเป้าหมายก่อนการปฏิบัติ รวมทั้งใช้มาตรการเพื่อลดผลกระทบต่อพลเรือนและพื้นที่โดยรอบให้น้อยที่สุด
ส่วนกรณีความเสียหายต่อโบราณสถาน ฝ่ายไทยตระหนักถึงการคุ้มครองโบราณสถานตามกฎหมายระหว่างประเทศและพยายามหลีกเลี่ยงการสร้างความเสียหายมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าฝ่ายกัมพูชาใช้พื้นที่โบราณสถานบางแห่งเพื่อประโยชน์ทางทหาร ทั้งเป็นที่ตั้งกำลัง ที่ตั้งอาวุธ ใช้เป็นฐานปล่อยโดรน และเป็นพื้นที่ยิงอาวุธโจมตีประชาชนและกำลังทหารฝ่ายไทย โดยเฉพาะบริเวณปราสาทตาควาย ซึ่งการนำโบราณสถานมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหารในลักษณะดังกล่าว ย่อมส่งผลต่อสถานะความคุ้มครองตามกฎหมายระหว่างประเทศ และเมื่อพื้นที่ดังกล่าวถูกใช้เป็นแหล่งก่อภัยคุกคาม ฝ่ายไทยจึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อยับยั้ง โดยใช้กำลังเท่าที่จำเป็นและพยายามจำกัดความเสียหายต่อโบราณสถานให้เหลือน้อยที่สุด
สำหรับตู้คอนเทนเนอร์และลวดหนาม เป็นเครื่องกีดขวางเพื่อรักษาความปลอดภัย ป้องกันการรุกล้ำและลดโอกาสการเผชิญหน้า เนื่องจากที่ผ่านมาเคยตรวจพบการลักลอบเข้ามาวางทุ่นระเบิดจากฝ่ายกัมพูชา จึงเป็นมาตรการเชิงป้องกัน มิใช่การสร้างสถานการณ์หรือยกระดับความขัดแย้งตามที่กล่าวอ้าง
พลตรีวินธัย กล่าวย้ำว่า ภาพและหลักฐานความเสียหายต่อชีวิต บ้านเรือน และทรัพย์สินของประชาชนไทย อันเกิดจากการใช้อาวุธของฝ่ายกัมพูชา เป็นข้อเท็จจริงที่ไม่อาจลบล้างได้ด้วยการโฆษณาชวนเชื่อ การบิดเบือนข้อมูล หรือการกล่าวย้ำข้อกล่าวหาเดิมซ้ำ ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจผิด เพราะประชาคมระหว่างประเทศย่อมมีวิจารณญาณในการพิจารณาข้อมูลและหลักฐานจากทุกฝ่าย และสามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งใดคือข้อเท็จจริงและสิ่งใดเป็นเพียงข้อกล่าวอ้าง
ทั้งนี้ ฝ่ายไทยพร้อมให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและหลักฐานอย่างรอบด้านด้วยมาตรฐานเดียวกัน และขอให้ฝ่ายกัมพูชายุติการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหรือบิดเบือน เพื่อร่วมกันสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ



















