“กมธ.ตร.”ยันไม่ใช่“เกมการเมืองปิดปาก” เรียก“พริษฐ์-ยิ่งชีพ”แจงเอกสารDSIหลุด

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“ประธาน กมธ.ตำรวจ” เดินหน้าสอบปมเอกสารรายงานสอบสวนคดีพิเศษ “ฮั้ว สว.” รั่วไหล เรียก “พริษฐ์-ยิ่งชีพ” และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูล ย้ำชัดเป็นการตรวจสอบกระบวนการภายในเพื่อความโปร่งใส ปัดใช้เกมการเมืองสกัดกั้นข้อมูลฝ่ายค้าน

วันที่ 3 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น.ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกมธ.ฯ วาระพิจารณากรณีการเผยแพร่เอกสารที่เป็นรายงานการสอบสวนคดีพิเศษ 24/2568 ในความผิดฐานอั้งยี่ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องผ่านสื่อสาธารณะช่องทางต่างๆ โดยได้เชิญนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ  (ดีเอสไอ) และผู้บังคับการกองปราบปราม เข้าให้ข้อมูล

โดยนายวัชรพงศ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมกมธ.ฯ ว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาดีเอสไอได้ไปร้องทุกข์ที่กองปราบ ปรามในกรณีที่บุคคลนำเอกสารไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ ซึ่งในข้อความที่ไปแจ้งความร้องทุกข์จะเป็นในลักษณะของการทำให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติงานของดีเอสไอ โดย กมธ.หยิบยกมาหารือว่าการทำงานของดีเอสไอขณะนี้เอกสารหลุดไปได้อย่างไร และต้องมาตรวจสอบเพราะเป็นการเปิดเผยเอกสารจากฝ่ายเดียว ซึ่ง กมธ. มีหน้าที่หาข้อเท็จจริง เพื่อที่จะให้สังคมได้รับทราบข้อเท็จจริง

เมื่อถามว่า จะเป็นการเอาผิดผู้ที่เปิดเอกสารด้วยหรือไม่ นายวัชรพงศ์ กล่าวว่า อยู่ที่กองปราบพิจารณาแล้ว ว่าบุคคลที่นำข้อมูลไปเปิดเผย มีความผิดตามมาตราใด

เมื่อถามว่า กมธ.ตำรวจอยู่ในสัดส่วนของรัฐบาล การเชิญมาชี้แจงจะไม่ถูกมองว่าเป็นการสกัดทางการเมือง เพื่อปิดปากในการเปิดเผยข้อมูลในคดีฮั้ว สว. นายวัชรพงศ์ กล่าวว่า ไม่ ตนอยากให้มองว่า กมธ.เราจะทำให้บุคคลต่อไปนี้ จะทำการเปิดเผยเอกสารอะไรต่างๆ ต้องมีที่มาที่ไปชัดเจนเพื่อที่จะได้ไม่เป็นการกล่าวหาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

เมื่อถามว่า การที่ดีเอสไอแจ้งความจะต้องมีการตรวจสอบคนภายในหรือไม่ นายวัชรพงศ์ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นรายละเอียดเอกสารที่ดีเอสไอหอบไปแจ้งความ กมธ.จึงได้มีการเชิญมาชี้แจง เพราะต่อไปนี้จะกระทบต่อความเชื่อมั่นในการทำงานของดีเอสไอ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เหมือนเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน หากปล่อยให้มีเอกสารหลุดเช่นนี้ แล้วหลุดมาได้อย่างไร ดีเอสไอต้องหาตัวคนผิดให้ได้ เนื่องจากมีผลต่อรูปคดี และมีผลต่อการปฎิบัติงาน ซึ่งไม่ควรหลุดออกมา

เมื่อถามย้ำว่า จุดประสงค์ของ กมธ. คือการสอบข้อเท็จจริง ไม่ใช่การเอาผิดกับคนเปิดเผยเอกสารใช่หรือไม่ นายวัชรพงศ์ กล่าวว่า จริงๆ วันนี้ตนเชิญนายยิ่งชีพที่เป็นคนเปิดเผยข้อมูลมาด้วย แต่นายยิ่งชีพไม่มา ซึ่งก็เป็นที่น่าเสียใจอยู่ เพราะเราอยากได้ข้อเท็จจริง และเอกสารที่นายยิ่งชีพมีอยู่ก็ค่อนข้างชัด แต่เป็นการเปิดเผยข้อมูลเพียงฝ่ายเดียว จึงอยากทราบว่านายยิ่งชีพ นำเอกสารต่างๆ เหล่านี้มาได้อย่างไร เพราะหากยังจำกันได้มีเอกสารบางอย่างที่ถึงขนาดศาลแจ้งให้พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในขณะนั้น หยุดปฎิบัติหน้าที่และก้าวก่าย จึงคิดว่าประเด็นนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ฉะนั้น เราต้องหาข้อเท็จจริงออกมาให้ได้

เมื่อถามย้ำว่า การตรวจสอบครั้งนี้ไม่ใช่เป็นเกมทางการเมืองใช่หรือไม่ นายวัชรพงศ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ เพราะ กมธ.ของเรา ประกอบด้วยหลายพรรคการเมือง และมีพรรคประชาชนด้วย

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img