“ไชยชนก” โต้ดราม่า “TH-AI Passport” แจงผลลัพธ์เพี้ยนเพราะใช้โมเดลผิดประเภท ยันไม่มี “ยอดผี” พร้อมสั่งปรับระบบให้ใช้ตัวโปรสูงสุดทันที

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“ไชยชนก” รมว.ดีอี ชี้แจงดราม่าแพลตฟอร์ม “TH-AI Passport” ยืนยันไม่มีการแต่งตัวเลขปลอม ยอดลงทะเบียนพุ่ง 1.3 ล้านคน แต่รับยังมีปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำของค่าอินเทอร์เน็ต เผยสาเหตุผลลัพธ์เพี้ยนเพราะผู้ใช้อาจเลือกโมเดลผิดประเภท พร้อมแนะวิธีเชื่อมข้อมูล AI เดิมเข้ามาช่วยประมวลผล และเตรียมสั่งทีมงานตั้งค่าเริ่มต้นเป็นโมเดลสูงสุดให้ประชาชนใช้งานโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

วันที่ 3 กันยายน 2569 เวลา 12.00 น.ที่รัฐสภา นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเสียงวิพากษ์วิจารณ์และดราม่าเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม “TH-AI Passport” ที่ตัวเลขยอดผู้ใช้งานไม่มีการอัปเดตต่อเนื่อง 3 วัน รวมถึงปัญหาผลลัพธ์การใช้งานที่บางครั้งมีความผิดเพี้ยน ว่า ยอดผู้ใช้งานจริงในระบบมีอยู่ประมาณ 5 แสนกว่าคน ส่วนตัวเลขที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน หยิบยกขึ้นมาอภิปรายนั้น เป็นเพียงยอดผู้ใช้งานในช่วงเวลา 09.00 – 10.00 น. ของวันแรกที่เปิดใช้งานเท่านั้น ซึ่งทางทีมงานกำลังเร่งอัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน

เมื่อถามถึงข้อกังวลของ สส.ฝ่ายค้าน เกี่ยวกับยอด Active User ที่อาจมีการทำ “ยอดผี” หรือตกแต่งตัวเลข เนื่องจากงบประมาณต้องนำไปคำนวณตามจำนวนผู้ใช้งานจริง นายไชยชนก ยืนยันเสียงแข็งว่า ทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้ และไม่มีเรื่องยอดผีอย่างแน่นอน ปัจจุบันมียอดลงทะเบียนรวมกว่า 1,300,000 คนแล้ว แต่ยอมรับว่าช่วงนี้อัตราการลงทะเบียนเริ่มชะลอตัว ซึ่งสะท้อนให้เห็นปัญหาความเหลื่อมล้ำที่รัฐบาลต้องการแก้ไข เพราะแม้รัฐบาลจะปลดล็อกให้เข้าถึง AI ฟรีได้ แต่ปัญหารายใหญ่คือ “ค่าอินเทอร์เน็ต” ที่ทำให้ยอดการกระจุกตัวอยู่แต่ในเมือง ส่วนกลุ่มเป้าหมายที่ด้อยโอกาส เช่น นักศึกษาและคุณครู ยังเข้าถึงได้ยาก

ทั้งนี้ ทางกระทรวงดีอีได้หารือร่วมกับ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แล้ว ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีและพร้อมช่วยขับเคลื่อนนโยบายหาทางลดภาระค่าอินเทอร์เน็ตให้มีราคาถูกลงต่อไป

เมื่อถามถึงกรณีที่ประชาชนทดลองใช้แล้วพบว่าผลลัพธ์มีความผิดเพี้ยน เช่น ป้อนภาษาไทยแต่ได้ผลลัพธ์เป็นภาษาอื่น นายไชยชนก กล่าวว่า แพลตฟอร์มดังกล่าวไม่ได้สร้างโมเดล AI ขึ้นมาเอง แต่เป็นการนำโมเดลระดับโลกของภาคเอกชนเข้ามาให้บริการ ซึ่งมีทั้งแบบฟรี และแบบโปร เนื่องจากเป็นเรื่องยากมากที่ประเทศไทยจะพัฒนาโมเดล AI ของตนเองให้เหนือกว่า OpenAI, Gemini หรือค่ายยักษ์ใหญ่ระดับโลกได้ ดังนั้น ความผิดเพี้ยนที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้มาจากระเบียบของแพลตฟอร์ม แต่ขึ้นอยู่กับสมรรถนะและการเลือกใช้โมเดลของผู้ใช้งาน

นายไชยชนก ยังได้เปรียบเทียบกรณีที่มีกระแสวิจารณ์ว่า AI ของรัฐใช้งานสู้เวอร์ชันฟรีที่เคยใช้อยู่ไม่ได้ ว่า AI ส่วนตัวที่ผู้ใช้งานใช้มานานนับปีจะมีการเรียนรู้ความชอบและสไตล์ของผู้ใช้ ทำให้ตอบโจทย์ได้ตรงใจมากกว่า แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้แพลตฟอร์มรัฐ จะเปรียบเสมือนการเริ่มต้นใหม่ พร้อมแนะนำวิธีแก้ปัญหาว่า ผู้ใช้งานสามารถนำข้อมูลหรือลิงก์ประวัติการใช้งานจาก AI ฟรีที่เคยใช้ มาเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มรัฐบาล เพื่อให้ระบบดึงฐานข้อมูลเก่ามาช่วยประมวลผล ซึ่งจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและสนุกกับการใช้งานมากขึ้น

รมว.ดีอี ยอมรับว่าปัญหาหนึ่งคือระบบตั้งค่าเริ่มต้น (Default) ให้ผู้ใช้งานใช้โมเดลพื้นฐาน (ฟรี) หากผู้ใช้ไม่กดเปลี่ยนโมเดล ผลลัพธ์ที่ได้จึงอาจไม่เต็มประสิทธิภาพ โดยตนได้สั่งการให้ทีมงานปรับปรุงระบบใหม่ โดยให้ตั้งค่าเริ่มต้นเป็น “โมเดลสูงสุด” ทันที เพื่อให้ประชาชนได้ใช้งานเต็มศักยภาพ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มขึ้น ยืนยันว่าไม่ใช่ภาระของประชาชน แต่เป็นหน้าที่ของคู่สัญญาภาครัฐที่ต้องไปบริหารจัดการ

“ทุกโมเดลในแพลตฟอร์ม เช่น Seedance, Nano Banana, Grok หรือ GPT มีความสามารถเฉพาะทางที่แตกต่างกัน หากนำไปใช้ผิดประเภท เช่น เอาโมเดลเก่งภาษามาเทียบกับโมเดลเก่งสร้างรูป ผลลัพธ์ก็ย่อมแตกต่างกัน เจตนาที่แท้จริงของโครงการนี้คือต้องการให้ประชาชนได้ทดลองใช้และเรียนรู้ว่าโมเดลไหนเหมาะสมกับงานประเภทใด เพื่อเป็นแนวทางในการทำงานในอนาคต ขอให้ทุกคนทดลองใช้กันต่อไปเรื่อยๆ เชื่อมั่นว่าจะพัฒนาและดีขึ้นอย่างแน่นอน” นายไชยชนก กล่าว

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img