‘มท.4’ลั่นโกงสอบท้องถิ่นพ.ย.นี้ต้องจบ เข้ม‘ลักไก่’กลับเข้ามาทำงาน‘จ้างเหมา’

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

”วรศิษฎ์” แถลงสรุปมหากาพย์คดีโกงสอบท้องถิ่น คาดกระบวนการทุกอย่างต้องจบในพ.ย.นี้ เร่งเข้มสกัดพวก ‘ลักไก่’ เนียนกลับเข้ามาทำงานต่อผ่านการ ’จ้างเหมา‘ ลั่นไม่ว่าซีไหนหรือสูงกว่านั้น หากพบเอี่ยวจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดแน่นอน เตรียมคุยหน่วยเกี่ยวข้องแก้หลักเกณฑ์เปิดทาง ‘คนสุจริต’ เลือกพื้นที่โอนย้ายบรรจุได้ รับข้อมูล ‘กมธ.กฎหมายฯ’ มีโยงถึง ‘ฝ่ายการเมือง’ แนะหากข้อมูลพยานหลักฐาน ไปยื่น ’ป.ป.ช.‘ ได้เลย

เมื่อวันที่ 3 ก.ย.69 เมื่อเวลา09.30น. ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) เขตดุสิต กทม. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) แถลงผลการเพิกถอนการบรรจุผู้ที่มีการแก้ไขคะแนนการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ว่า ตนขอย้อนกลับไปเริ่มแรกก่อนที่จะมีการจัดสอบแข่งขันดังกล่าว ในช่วงปี 2567 ที่มีการจัดซื้อจัดจ้างในการสอบคัดเลือกผู้รับจ้างจัดการสอบ ซึ่งมหาวิทยาลัยบูรพา เป็นผู้ชนะในการจัดซื้อจัดจ้าง แต่ก่อนที่จะมีการลงนามสัญญา ให้ม.บูรพาเป็นผู้จัดสอบ มีภาคประชาชนจากจังหวัดศรีสะเกษมาร้องเรียนเกี่ยวกับการเรียกรับผลประโยชน์ กระทรวงมหาดไทยจึงประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหามาตรการป้องกันการทุจริตจากข้อร้องเรียนเกิดขึ้น มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และทำเอ็มโอยูให้หน่วยงานภาคีเครือข่ายเข้ามาตรวจสอบทุกขั้นตอน จึงได้ข้อสรุป3ประเด็น 1.มีการขอให้กำหนดใช้ผลสอบภาค ก. ของกพ. ในการสอบ 2.เพิ่มมาตรการป้องกันการทุจริตในการสอบ และ3.กำหนดให้มีภาคีเครือข่ายเข้ามาตรวจสอบการสอบทุกกระบวนการ โดยส่งข้อเสนอแนะนี้ไปยังคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันข้าราชการหรือหนักงานส่วนท้องถิ่น(กสถ.) ทาง กสถ. จึงมีการดำเนินการเพิ่มเติมในมาตรการป้องกันการทุจริต และให้หน่วยงานภาคีเครือข่ายเข้ามาตรวจสอบ

“เมื่อมีการกำหนดมาตรการเพิ่มเติมสิ่งเกิดขึ้นกับสัญญาคือ เมื่อกระบวนการเปลี่ยน งบประมาณก็เปลี่ยนตาม จึงไม่สามารถใช้สัญญาตัวเดิมได้ ทางกรม สถ. ในฐานะคู่สัญญาหารือไปยังกรมบัญชีกลาง ได้รับข้อมูลมาว่า เป็นสิทธิ์ที่กรมฯจะพิจารณา จึงนำไปสู่การยกเลิกสัญญากับม.บูรพา หลายคนที่พยายามนำประเด็นทางการเมืองมาสร้างให้เกี่ยวข้องแล้วโยงไปยังรมว.มหาดไทยว่าเป็นผู้ยกเลิกสัญญา แต่สิทธิ์และอำนาจในการยกเลิกสัญญาไม่ใช่ของ มท.1 แต่เป็นการเสนอโดยคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง แล้วส่งไปให้ กสถ.พิจารณา กลับกันถ้าเราเพิกเฉยกับข้อร้องเรียนของพี่น้องจังหวัดศรีสะเกษ มันก็จะกลับกลายเป็นว่าเราละเว้น เพิกเฉย ปล่อยให้มีการดำเนินการ” รมช.มหาดไทย กล่าว

นายวรศิษฎ์ กล่าวต่อว่า ต่อมาภายหลังยกเลิกสัญญา ก็ไม่ได้ห้ามม.บูรพาในการเข้ามาประกวดราคาครั้งใหม่โดยการประมูลแบบอี-บิดดิ้ง คือเปิดกว้างให้ใครก็แล้วแต่ที่มีความประสงค์สามารถเข้ามาเสนอราคา และได้มีการสอบถามมหาวิทยาลัยต่างๆในการให้เสนอราคากลางเข้ามา การจะบอกว่าการจัดซื้อจัดจ้างครั้งใหม่เป็นการล็อค กีดกัน ตนว่าเป็นสิ่งที่ไม่ยุติธรรม สุดท้ายทางมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(มศว) เป็นผู้ชนะในการเสนอราคา แม้ทางมหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์จะมีการยื่นอุทธรณ์มา แต่ทางคณะกรรมการวินิจฉัยของกรมบัญชีกลางวินิจฉัยว่าการอุทธรณ์ดังกล่าวฟังไม่ขึ้น จึงยืนยันให้ มศว เป็นผู้ชนะ การที่จะมาตั้บคำถามปลายเปิดแล้วชี้นำ ว่าเป็นขบวนการจัดทำให้ผู้ใดผู้หนึ่งชนะการประกวด มันก็ไม่เป็นธรรม หากใครที่กล่าวอ้างมีข้อมูลพยานหลักฐาน ตนยินดีรับ แต่หากไม่ไว้ใจตน ไม่เป็นไร สามารถส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ที่ทำงานอย่างตรงไปตรงมาได้

รมช.มหาดไทย กล่าวว่า เมื่อพบการทุจริตครั้งนี้เมื่อวันที่22มิ.ย.ที่ผ่านมา ก็มาจากการตรวจสอบของหน่วยงานที่เราทำเอ็มโอยูไว้ตั้งแต่ปี67 หลายคนพยายามโยงบอกว่ามีขบวนการล้มการประมูลการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อหาผู้รับจ้างใหม่เข้ามา ตนอยากตั้งคำถามว่า คนถ้ามันคิดจะเป็นโจร ทำไม่ต้องเอาตำรวจมาอยู่ในบ้านตัวเอง ดังนั้น คนที่อ้างว่ามีข้อมูลช่วยบอกมาทีว่ามันคืออะไร นำข้อมูลไปแจ้งป.ป.ช.ได้เลย เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตามการเปิดโปงขบวนการทุจริตการสอบท้องถิ่น ถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เราต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อหาข้อเท็จจริงให้สังคม ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย เมื่อเกิดเรื่อง ก็ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงกับผู้เกี่ยวข้อง ก็ได้ดำเนินการเรียบร้อยหมดแล้ว เราพบบุคคลบางกลุ่มได้ถูกแก้ไขคะแนนในการประกาศคะแนนการสอบ จำนวน 5,925 คน จึงได้ประกาศผลคะแนนใหม่ นำไปสู่การถอดถอนบุคคลที่มีคะแนนผิดปกติที่ได้รับการบรรจุไปแล้ว โดยส่งรายชื่อบุคคลที่มีคะแนนผิดปกติไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่บุคคลนั้นๆลงบรรจุในจังหวัดของตัวเอง เป็นผู้ถอดถอนให้แล้วเสร็จภายในวันที่31ส.ค.ที่ผ่านมา

“ปัจจุบันการถอดถอนทั้งหมดดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สรุปเป็นประเด็นได้ดังนี้ 1.เราได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดส่งไปยัง ป.ป.ช. ป.ป.ท. ป.ป.ง. ดีเอสไอ และบก.ปปป. ดำเนินการทางอาญาต่อไป 2.ผู้รับจ้าง ทาง สถ.ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวนเรียบร้อยแล้ว ให้มีการสืบหาข้อเท็จจริง รวบรวมพยานหลักฐาน พิจารณาความรับผิดชอบทางกฎหมายต่อไป 3.ผู้ที่พบว่ามีการแก้ไขคะแนน ได้ส่งข้อมูลไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเข้าบรรจุราชการ เพื่อประกอบการพิจารณาเป็นพิเศษ และ4.การเรียกเงิน หรือสิทธิประโยชน์คืน สำหรับผู้ที่คะแนนไม่ถึง แต่มีการบรรจุใหม่ ทางสถ. กำลังหารือแนวทางกับคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าจะดำเนินการอย่างไรให้ชัดเจน“ นายวรศิษฎ์ กล่าว

รมช.มหาดไทย กล่าวว่า สำหรับผู้รับจ้าง คือมศว ทาง สถ.ในฐานะคู่สัญญา ได้ทำสัญญามีงวดงานทั้งหมด4งวด จ่ายไปแล้ว3งวด ยังเหลืองวดสุดท้าย จำนวนประมาณ30กว่าล้านบาท พอเกิดเหตุการณ์ขึ้น ได้ทำหนังสือสอบถามกรมบัญชีกลางเพื่อขอชะลอจ่ายเงินงวดสุดท้ายออกไป ทางกรมบัญชีกลางแจ้งว่า รอให้มีการตรวจสอบแล้วเสร็จทุกกระบวนความก่อน แล้วค่อยมาตัดสินใจอีกครั้ง นอกจากนี้ สถ. ยังหารือกับสำนักงานอัยการสูงสุด เกี่ยวกับเงินที่จ่ายไปแล้ว3งวด ว่าจะมีการความรับผิดชอบอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น ด้านการช่วยเหลือ อปท. ตามกฎหมายหากมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น ได้ดำเนินการแล้ว โดยแต่ละจังหวัดจะมีรองผู้ว่าฯเป็นประธานในการในการสนับสนุนทางข้อกฎหมาย หากยังไม่เพียงพอ ทางสถ. ก็รอให้ความช่วยเหลืออยู่ ส่วนบุคคลที่ถูกเพิกถอนรายชื่อออกจากราชการ แล้วจะไปใช้วิธีการจ้างเหมาให้กลับไปทำงานใหม่นั้น ทางสถ. ไม่มีอำนาจไปชี้ อปท.ว่าจะสามารถจ้างใครหรือไม่จ้างใคร แต่สิ่งที่ สถ. ดำเนินการคือทำให้เห็นว่าบุคคลที่ถูกแก้ไขคะแนน เป็นกลุ่มบุคคลที่ต้องเฝ้าระวัง แม้ป.ป.ช.จะยังไม่สรุปว่าพวกเขาทุจริต ทางผู้ว่าฯ นายอำเภอต้องตรวจสอบว่ามี อปท.ไหนบ้างที่จ้างบุคคลเหล่านี้กลับเข้าไปทำงาน แล้วรายงานมายัง สถ. หากพบว่าอปท.ใดมีการจ้าง จะขอให้ชะลอการจ้างบุคคล เพราะอยู่ในข่ายการตรวจสอบ สำหรับอปท.ที่ดำเนินการจ้าง ทางสถ. รวมถึง ป.ป.ท. ป.ป.ง. จะเข้ามาช่วยตรวจสอบด้วย

นายวรศิษฎ์ กล่าวด้วยว่า กลุ่มที่สอบได้ด้วยความสุจริตที่มีการบรรจุไปแล้ว กับกลุ่มที่รอเรียกใช้บัญชีเพื่อเข้ามาบรรจุ ถือเป็น2กลุ่มที่ถูกผู้ที่แก้ไขคะแนนมาแซงไป ตนได้รับการประสานจากนายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่นและการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎรว่า ควรให้บุคคลที่สอบได้ด้วยความสุจริตที่มีการบรรจุไปแล้ว แต่ถูกแซงไป ได้มีสิทธิ์เลือกพื้นที่ในการลงบรรจุ โดยจะมีการเสนอให้คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น(ก.กลาง) พิจารณาแก้ไขหลักเกณฑ์ให้มีการโอนย้ายได้เร็วขึ้น คาดว่ากระบวนการเหล่านี้น่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนต.ค.นี้ จากนั้นเมื่อทราบว่าจะโอนย้ายไปที่ไหนแล้ว ภายในเดือนพ.ย.จะมีการเรียกผู้ที่รอใช้บัญชีเข้ามาเติมให้เต็ม ดังนั้นกระบวนการทุกอย่างจะเสร็จสิ้นภายในเดือนพ.ย. เพื่อคืนความเป็นธรรม รักษาสิทธิ์ให้แก่บุคคลกลุ่มนี้

เมื่อถามถึงกรอบระยะเวลาการตรวจสอบ อปท.ที่มีการจ้างบุคคลที่มีการแก้ไขคะแนนกลับเข้าไปทำงาน นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ไม่กี่วันก็เสร็จ ภายในสัปดาห์หน้ายังไงก็ต้องทราบเรื่อง ยืนยันว่าต้องเร็วที่สุด หากพบว่ามีกรณีเกิดขึ้น เราคงต้องเข้าไปตรวจสอบอย่างเข้มข้นอีกครั้ง ส่วนที่มีการปล่อยข้อมูลกระแสข่าวว่าบุคคลที่มีการถอดถอนออกไปแล้ว ทาง สถ.จะมีการจัดสอบใหม่ เพื่อจะนำบุคคลดังกล่าวเข้าไปแทน ตนยืนยันว่าไม่มี ขอฝากไปยังผู้ที่ปล่อยข้อมูลเหล่านี้ ให้กรองข้อมูลให้ดี สิ่งที่เราทำงานทุกวันนี้มันมีรายละเอียดเยอะพอสมควร อย่าให้เราต้องมาเสียเวลากับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องแบบนี้เลย อย่าทำให้ผู้ที่บริสุทธิ์รู้สึกไม่สบายใจ หรือเสียกำลังใจอีกเลย

เมื่อถามถึงกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาฯ ออกมาระบุว่าการทุจริตสอบท้องถิ่นเชื่อมโยงถึงระดับฝ่ายการเมือง นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เท่าที่ตนทราบข้อมูล มีผู้เกี่ยวข้องเข้าไปชี้แจงข้อมูลต่อกมธ.กฎหมายฯด้วย ประเด็นที่เกิดขึ้นคือมีคนอ้างว่าใกล้ชิดมท.1 ได้ติดต่อกับอาจารย์คนหนึ่ง ยอมรับว่ามีการคุยกันจริง1ครั้ง สาเหตุเกิดจากการร้องขอของทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการจัดสอบ เพราะตอนนั้นเราให้ มศว เข้ามาเสนอแผนการดำเนินการสอบ โดยมีการเสนอว่าจากที่มีการตรวจคะแนนสอบทั้ง10ศูนย์ จะขอยุบให้เหลือศูนย์เดียว แต่ได้ข้อสรุปว่าไม่ได้ ต้องดำเนินการตามสัญญาที่มีการเซ็นกันไป ข้อเท็จจริงมีแค่นั้น ยืนยันว่าหากมีหลักฐาน ตนสนับสนุนให้ดำเนินการส่งให้กับป.ป.ช.ได้เลย

เมื่อถามถึงการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงข้าราชการที่เกี่ยวข้อง ด้านนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาการอธิบดี สถ. กล่าวว่า จะดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด แต่ขอให้ทางนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ ชี้แจงรายละเอียดดีกว่า ยืนยันว่าจากกรณีที่มีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ถึงแม้จะเปลี่ยนตำแหน่ง แต่ประธานคณะกรรมการฯ ไม่เปลี่ยน เดินหน้าต่อได้เลย

นายวรศิษฎ์ กล่าวด้วยว่า ขอยืนยันถึงความจริงจังของรัฐบาลในการปราบปรามการทุจริตไม่เคยมีการสอบแข่งขันครั้งใดที่มีการดึงหน่วยงานตรวจสอบอย่าง ป.ป.ช. เข้ามาร่วมจับตาดูตั้งแต่ต้นจนสามารถเปิดโปงขบวนการได้ขนาดนี้ ส่วนคำว่าปิดจ็อบที่ทางนายนิรัตน์ เคยให้สัมภาษณ์ไป เป็นเพียงการปิดขั้นตอนการบริหารจัดการบัญชีผู้สอบและการถอดถอนผู้ทุจริตออก ไม่ใช่การยุติการดำเนินคดีอาญา ที่มีการไปบิดเบือนว่า จับเฉพาะตัวเล็ก ปลาซิวปลาสร้อยแล้วแยกย้ายมันไม่ใช่ ทาง ป.ป.ช. และตำรวจยังคงเดินหน้าสืบสวนขยายผลเพื่อเอาผิดผู้บงการและผู้เกี่ยวข้องทุกคน ไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งระดับสูงแค่ไหน ทั้งระดับ ซี10 ซี11 หรือสูงกว่านั้น จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาจนถึงที่สุดอย่างแน่นอน

เมื่อถามถึงกรณีมีการแฉข้อมูลการทุจริตสอบนายอำเภอปี 2568 ที่พบว่ามีการเรียกเงินหัวละ3ล้านบาท ได้มีการตรวจสอบแล้วหรือไม่ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบ หรือรับรายงาน แต่ตนยินดีรับข้อมูลพยานหลักฐานไปดำเนินการ แต่ส่วนใหญ่ก็จะบอกว่าเขาว่ามาแบบนั้น คนนั้นว่ามาแบบนี้ มีการอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ข้อเท็จจริงอยู่ตรงไหน ขอย้ำว่าหากไม่ไว้ตนที่มาจากฝ่ายการเมือง ท่านวิ่งตรงไปป.ป.ช.เลย

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img