บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ขีดเส้น 1 เดือนวางกรอบให้ชัด ย้ำไม่ปิดกั้นการลงทุน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

”เอกนิติ”เผยบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์กำหนดเวลา 1 เดือนวางแผนนโยบายและมาตรฐานขั้นต่ำในการกำกับดูแลดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งระบบให้ชัดเจน นายกฯย้ำไม่มีการปิดกั้นการลงทุนด้าน ดาต้าเซ็นเตอร์ แต่จะปรับแนวทางจากการพิจารณาอนุมัติเป็นรายหน่วยงาน ไปสู่การกำหนดยุทธศาสตร์และกรอบการพิจารณาในระดับประเทศ

เมื่อวันที่ 4 ก.ย.69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 1/2569

นายเอกนิติ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายเกี่ยวกับการบริหารจัดการดาต้าเซ็นเตอร์ โดยคณะกรรมการฯ จะทำหน้าที่กำหนดกรอบนโยบายและวางยุทธศาสตร์ เพื่อให้ ดาต้าเซ็นเตอร์ เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดิจิทัลของประเทศ  โดยรัฐบาลกำหนดกรอบภายใน 1 เดือน ต้องมีนโยบายและมาตรฐานขั้นต่ำในการกำกับดูแลดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งระบบให้ชัดเจน ซึ่งไม่ใช่เพื่อปิดกั้นการลงทุน แต่เพื่อเปลี่ยนจากระบบต่างหน่วยต่างอนุมัติ ไปสู่ยุทธศาสตร์ระดับประเทศ ให้การลงทุนเดินหน้าได้ โดยประชาชนไม่ต้องรับผลกระทบ

หัวใจสำคัญแรกที่นายกฯ มอบนโยบายว่า ประเทศไทยไม่ได้ปิดกั้นการลงทุนด้าน ดาต้าเซ็นเตอร์ แต่จะปรับแนวทางจากการพิจารณาอนุมัติเป็นรายหน่วยงาน ไปสู่การกำหนดยุทธศาสตร์และกรอบการพิจารณาในระดับประเทศ เพื่อให้การลงทุนสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ และสามารถบริหารจัดการผลกระทบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เรื่องที่ 1) เรื่องข้อมูล ปัจจุบันการขออนุญาตจัดตั้ง ดาต้าเซ็นเตอร์ เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน จึงจำเป็นต้องรวบรวมและจัดระบบข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้มีความชัดเจนและเป็นฐานข้อมูลเดียวกัน

เรื่องที่ 2) การจัดระเบียบกำหนดขั้นต่ำ (Minimum Requirement) เพื่อดูแลไม่ให้ประชาชนและพื้นที่ได้รับผลกระทบ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ดูเป็นรายพื้นที่ เป็นการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำว่าใครที่มาเปิด ดาต้าเซ็นเตอร์ จะต้องมีมาตรฐานอย่างไร พอได้ข้อมูลมาก็จะนำเอามาตรฐานนี้มาปรับใช้กับทุกคน เพื่อเป็นมาตรฐานความปลอดภัยของประชาชน

เรื่องที่ 3) การยกระดับในเชิงยุทธศาสตร์ โดยจะพิจารณาความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ เช่น พลังงานสะอาด สิ่งแวดล้อม การมุ่งสู่ Net Zero และการพัฒนา AI รวมถึงการทำให้คนไทยและผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดเล็ก สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดังกล่าวได้มากขึ้น ดังนั้น ผู้ที่จะเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐาน ดาต้าเซ็นเตอร์ จะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทย

เรื่องที่ 4) วิธีการ ออกแบบกลไกการพิจารณาที่มุ่งสร้างประโยชน์สูงสุดให้ประเทศ ผู้ประกอบการทุกรายจะต้องผ่านมาตรฐานขั้นต่ำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ของประเทศ ขณะเดียวกันจะพิจารณาถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย เช่น การสร้างรายได้และโอกาสให้คนไทย การสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัล และการขับเคลื่อนประเทศสู่ Net Zero โดยในระยะต่อไป คณะกรรมการฯ จะออกแบบรูปแบบการพิจารณาที่เหมาะสม รวมถึงแนวทางการแข่งขันหรือการคัดเลือกข้อเสนอ เพื่อให้การลงทุน ดาต้าเซ็นเตอร์ สร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศ 

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณา 4 ประเด็น และได้ข้อสรุป ดังนี้ 

1.เร่งจัดทำและบูรณาการข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ให้เป็นชุดข้อมูลเดียวกันและเร็วที่สุด   

2.เร่งจัดระเบียบและวางกติการ่วมกันในการกำกับดูแลดาต้าเซ็นเตอร์ 

3.ออกแบบ DC ที่ประเทศต้องการ  

4.กำหนดเกณฑ์การประเมินในมิติต่าง ๆ เพื่อคัดเลือกดาต้าเซ็นเตอร์ที่เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img