“อนุทิน” ย้ำปมทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นกระทบความเชื่อมั่นประชาชน ลั่นไม่ปกป้องใคร หากสอบพบข้าราชการเกี่ยวข้อง ต้องเร่งดำเนินการและพิจารณาให้ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมสั่งการให้สรุปผลภายใน 30 ก.ย.นี้ ห้ามขยายเวลา
วันที่ 17 ก.ย. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวระหว่างการติดตามการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีทุจริตการสอบแข่งขันข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนอย่างมาก เนื่องจากผลการตรวจสอบที่ผ่านมาเริ่มพบความเชื่อมโยงกับบุคคลภายนอก
นายอนุทิน กล่าวว่า แม้กระบวนการตรวจสอบยังต้องดำเนินไปตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่จากข้อมูลที่มีการตรวจสอบและขยายผล ทำให้พบว่ามีบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยระบุว่า หากไม่มีผู้กระทำผิดและเหตุการณ์เกิดขึ้นจากระบบเพียงอย่างเดียว สังคมก็อาจไม่เชื่อเช่นนั้น พร้อมกล่าวถึงกรณีที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการกับบุคคลภายนอก และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ได้ดำเนินการยึดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับคดีแล้วกว่า 380 ล้านบาท
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ต้องเร่งขยายผลการตรวจสอบไปยังส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรณีข้าราชการ หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ต้องดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง
“แค่ย้ายไม่พอ หากเข้าเกณฑ์เมื่อไหร่ ปลัดมหาดไทยต้องสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน” นายอนุทินกล่าว พร้อมย้ำว่า การดำเนินการต้องเป็นไปอย่างเต็มที่และไม่เกรงกลัวต่ออิทธิพลใด ๆ ขณะเดียวกัน หากผู้ใดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องหวาดกลัวต่อการตรวจสอบ
นายอนุทินยังกล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า ประชาชนและสื่อมวลชนมองว่าผู้มีอำนาจสูงสุดในกระทรวงมหาดไทยต้องเข้ามารับผิดชอบเรื่องดังกล่าว โดยยืนยันว่า หากผลการสืบสวนสอบสวนพาดพิงถึงบุคคลใด ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องถูกดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยไม่ละเว้นหรือปกป้องบุคคลใด
พร้อมกันนี้ นายอนุทินได้กำชับผู้บังคับบัญชาระดับสูงและคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงให้เร่งดำเนินการ โดยเฉพาะก่อนเข้าสู่ช่วงการโยกย้ายตำแหน่ง เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบมีความชัดเจนและเป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด
นายอนุทินย้ำว่า กรณีนี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรงและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกระทรวงมหาดไทย จึงต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ภายใต้กรอบกฎหมาย พร้อมขอให้ผู้เกี่ยวข้องเร่งสรุปผลการตรวจสอบ โดยยืนยันว่าจะไม่มีการขยายกรอบเวลา
“เรื่องนี้ต้องจบภายในเวลาที่กำหนดไว้ ไม่มีทางให้เลย 30 ก.ย.เป็นอันขาด” นายอนุทินกล่าว พร้อมสั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยและรองปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้องหารือร่วมกัน และนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ



















