“เทพไท” จวกยับ “นายกฯ อนุทิน” อย่ากีดกันศึกซักฟอก หลังวิปฝ่ายค้านขอเวลา 5 วัน แต่ซีกรัฐบาลไม่ยอมให้แค่ 3 วัน เย้ยแสบ “ยุคลุงตู่” ที่ไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ โดนซักฟอกคนเดียว ยังให้เวลาถึง 4 วัน แต่รอบนี้ 18 รมต.โดนยื่นซักฟอก กลับให้แค่ 3 วัน ถือว่าน่าผิดหวัง ขณะที่ล่าสุด สัปดาห์หน้า ไม่มีประชุมศึกซักฟอกตามที่เคยกำหนดไว้แล้ว
เมื่อวันที่ 23 ต.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และอดีต สส.นครศรีธรรมราช แสดงความเห็นทางเฟซบุ๊ก ในหัวเรื่อง “อนุทิน อย่ากีดกันการซักฟอก” มีรายละเอียดว่า…“ช่วงนี้ติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมือง จะเห็นได้ว่า บรรยากาศค่อนข้างคึกคักและดุเดือดเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่อาคารรัฐสภา อย่างน้อยมีการประชุมอยู่ 2 คณะ คือ คณะกรรมาธิการกฎหมายยุติธรรม สิทธิมนุษชน สภาผู้แทนราษฎร กับคณะกรรมการประสานงานวิป 3 ฝ่าย และการประชุมทั้ง 2 คณะนี้ มีปัญหาถกเถียงกันจนหาข้อยุติไม่ได้ จนในที่สุดมีการวอล์คเอาต์จากห้องประชุม เช่น การประชุมคณะกรรมาธิการกฎหมาย ยุติธรรมและสิทธิมนุษชน นายศุภชัย ใจสมุทร สส.พรรคภูมิใจไทย นำทีมวอล์คเอาต์ออกจากห้องประชุมของคณะกรรมาธิการ
ส่วนคณะกรรมการประสานงานวิป 3 ฝ่าย มีการประชุมหาข้อยุติเพื่อกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรี ก็หาข้อยุติไม่ได้เช่นเดียวกัน เพราะฝ่ายค้านเสนอวันอภิปราย 5 วัน ฝ่ายรัฐบาลยืนกรานให้การอภิปรายเพียง 3 วัน จนในที่สุดวิปฝ่ายค้านวอล์คเอาต์ ออกจากห้องประชุมเช่นเดียวกัน
ซึ่งเรื่องนี้ถ้าพิจารณาจากท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเห็นได้ว่า “มีธง” ค่อนข้างชัดเจน จะอนุญาตให้อภิปรายได้เพียง 3 วัน โดยอ้างเอาเหตุผลภารกิจของตัวนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลมาอธิบายว่า ไม่สามารถจะเพิ่มวันอภิปรายได้ไปมากกว่านี้
เมื่อฝ่ายค้านเสนอเลื่อนวันอภิปรายออกไปเป็นเดือนพ.ย. เพื่อให้รัฐบาลมีวันเวลาที่สามารถมาตอบคำอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ฝ่ายรัฐบาลก็อ้างว่าไม่มีวันว่าง ที่จะให้อภิปรายติดต่อได้ยาวถึง 5 วัน ยังคงยืนกรานจะให้อภิปรายเพียง 3 วัน และมีข้อแม้ว่าถ้าหากฝ่ายค้านอภิปราย 3 วันไม่พอ สามารถจะแบ่งเวลาจากการตอบคำอภิปรายของรัฐมนตรีไปให้ได้
ในเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า ในทัศนคติของนายอนุทิน ต่อการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล น่าจะเป็นเพียง “พิธีกรรม” เท่านั้น เพราะได้ให้ความสำคัญกับการอภิปรายน้อยมาก โดยเฉพาะการตอบคำถามในการอภิปราย ซึ่งนายอนุทินบอกว่า สามารถจะเจียดเวลาการตอบคำถามของรัฐมนตรีไปให้ฝ่ายค้านได้ แสดงว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายอย่างไรก็ได้ หรือจะอภิปรายเรื่องอะไรก็ได้ รัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องตอบ หรือใช้เวลาตอบน้อยที่สุดก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องตอบคำถามหรือคำอธิบายให้เคลียร์
เมื่อเป็นเช่นนี้แสดงให้เห็นว่า นายอนุทินไม่ได้ให้ความสำคัญต่อญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้านเลย ทั้งที่เป็นกลไกตามรัฐธรรมนูญ ที่พรรคฝ่ายค้านสามารถใช้สิทธิ์เป็นตัวแทนของประชาชนตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาลได้
ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจเป็นอย่างยิ่ง ที่นายอนุทินเป็นนักการเมืองมามานาน เรียกได้ว่าเป็นนักการเมืองอาชีพ แต่ทัศนคติต่อการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติต่อฝ่ายบริหาร คับแคบกว่านักการเมืองที่เข้ามารับตำแหน่งเพียงชั่วคราว หรือนักการเมืองจำเป็นบางคนเสียด้วยซ้ำไป
เพราะในอดีตที่ผ่านมาในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งไม่ใช่นักการมืออาชีพ เป็นนายทหารมาก่อน และมารับตำแหน่งทางการเมือง เมื่อมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยังเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านตรวจสอบได้ ใช้เวลา 4 วัน แต่รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกุล ซึ่งเป็นนักการเมืองอาชีพ ฝ่ายค้านขออภิปราย 5 วัน มีผู้ถูกอภิปราย 18 คน กลับกำหนดเวลาอภิปรายเพียง 3 วัน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง
ในฐานะนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และเป็นนักการเมืองมาก่อน อยากให้เรื่องนี้เป็นกลไกการตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญ รัฐบาลควรจะเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านอภิปรายได้เต็มที่ และฝ่ายรัฐบาลก็สามารถที่จะตอบคำถามในคำอภิปรายข้อสงสัยได้อย่างเต็มที่เช่นเดียวกัน เพื่อจะทำให้กลไกการตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญ มีความศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่คาดหวังของพี่น้องประชาชนชาวไทยได้”
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ในสัปดาห์หน้าจะไม่มีอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ออกหนังสือนัดประชุมและระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 19 วันพุธที่ 29 ต.ค.69 และครั้งที่ 20 วันพฤหัสบดีที่ 29 ต.ค.69 เวลา 9.00 น. ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร



















