“ปธ.โสภณ” วอน 2 ฝ่าย “รัฐบาล-ฝ่ายค้าน” พบกันครึ่งทาง ถอยคนละ 2 ก้าว ให้เรื่องจบที่ซักฟอก 4 วัน หลังซีกรัฐบาลยอม แต่ต้องเป็นสัปดาห์หน้าเท่านั้น ขณะที่ฝ่ายค้านยืนกราน 4 วันต้องเป็นเดือนพ.ย.หรือธ.ค.เท่านั้น ย้ำหากตกลงกันไม่ได้ ก็ต้องจบที่การลงมติ หากไม่พอใจมติ ก็ให้ไปดูว่า มติชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
เมื่อวันที่ 23 ต.ค.69 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีในที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร (วิป) 3 ฝ่าย ยังหาข้อสรุปกำหนดวันประชุมและการจัดสรรเวลาในการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ไม่ได้ว่า ตนได้มอบหมายให้น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ ไปเจรจาหารือ แต่จากที่ได้รับทราบนั้น การหารือทั้ง 2 ครั้งล่มไม่เป็นผล ซึ่งฝ่ายค้านต้องการอภิปราย 5 วัน ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลแจ้งความพร้อม 3 วัน และผลการเจรจาให้มา 4 วัน ทำให้ฝ่ายค้านวอล์กเอาต์ไม่สามารถตกลงกันได้ หลังจากนั้นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคได้ขึ้นไปพบตนที่ห้องทำงาน
นายโสภณ กล่าวว่า อยากให้การเจรจาพูดคุยเป็นไปอย่างเรียบร้อย จึงได้ขอว่า ทั้งสองฝ่ายพบกันครึ่งทางคือ 4 วันได้หรือไม่ ฝ่ายค้านก็บอกว่า มีปัญหาเรื่องการปรับลดจำนวนผู้อภิปรายลง ตนจึงถามกลับว่า มันยากขนาดนั้นเลยหรือ ฝ่ายค้านบอกว่า “ยาก” เนื่องจากมีการเตรียมข้อมูลไว้แล้ว ซึ่งตนได้ถามอีกว่า แล้วสรุปจะเอาวันไหน ฝ่ายค้านก็บอกว่า หากให้ 4 วันจริง จะเป็นวันไหนก็ได้ในช่วงเดือนพ.ย.และเดือนธ.ค.
นายโสภณ กล่าวต่อว่า ตนอยากให้อภิปรายให้จบ จะได้ไม่เป็นภาระของแต่ละฝ่าย เราจะได้ไปทำงานอย่างอื่น แต่เมื่อฝ่ายค้านยืนยันว่า หากให้ 4 วันจริง จะขอเป็นในช่วงเดือนพ.ย.และธ.ค.นั้น ดังนั้น ตนจึงใช้ดุลพินิจและมีการบรรจุญัตติ ก็จะยิ่งมีปัญหา เพราะตนอยากให้สภาฯ จบที่การพูดคุยกัน ฉะนั้น จึงได้ให้แต่ละฝ่ายไปพูดคุยกันอีกครั้ง ให้จบ ซึ่งตนจะมีหน้าที่ในการบรรจุญัตติ เพราะการประชุมต้องพร้อมทั้งฝ่ายที่จะตอบและฝ่ายที่จะถาม รวมถึงองค์ประชุมที่ต้องช่วยกันทุกฝ่าย
เมื่อถามว่า หากเป็นช่วงเดือนธ.ค. รัฐบาลจะพร้อมหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบ ทราบเพียงแค่ฝ่ายค้านยืนยันว่าหากเป็น 4 วัน ขอเป็นวันอื่นในช่วงเดือนพ.ย.หรือธ.ค.
เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านอยากให้ประธานสภาฯ ทำหนังสือแจ้งกลับไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะสะดวกให้อภิปรายได้ในวันใด เช่น วันที่ 7-11 พ.ย. นายโสภณ กล่าวว่า ตนสามารถทำหนังสือได้ ไม่มีปัญหา แต่ความเรียบร้อยไม่ได้อยู่ที่หนังสือ แต่คือการเจรจาถอยคนละก้าว 2 ก้าว เรื่องก็จะจบ หากเรายืนแบบไม่ถอยให้กัน ประชาธิปไตยต้องจบที่การพูดคุย หากพูดคุยกันไม่ได้ ก็ต้องใช้มติ ซึ่งเป็นหลักของประชาธิปไตย หากไม่พอใจในมติที่เกิดขึ้น ก็ไปดูในข้อกฎหมายว่า มติที่เกิดขึ้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่



















