คุมเข้ม“ผลิต-นำเข้า-จำหน่าย”แบตฯEV สร้างเชื่อมั่นอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

รัฐบาลยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยแบตเตอรี่ EV คุมเข้มผลิต-นำเข้า-จำหน่าย พร้อมวางแนวทางติดตามหลังหมดอายุใช้งาน สร้างความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย

เมื่อวันที่ 23 ต.ค.69 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยอย่างยั่งยืน โดยกระทรวงอุตสาหกรรมผลักดันการกำหนดมาตรฐานบังคับสำหรับระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ขับเคลื่อนยานยนต์ ครอบคลุมการกำกับดูแลตั้งแต่การผลิต การนำเข้า และการจำหน่าย พร้อมเตรียมพิจารณาแนวทางติดตามและบริหารจัดการแบตเตอรี่หลังสิ้นสุดอายุการใช้งาน เพื่อให้การพัฒนาอุตสาหกรรม EV คำนึงถึงทั้งความปลอดภัยของประชาชนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

นางสาวลลิดากล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการกำหนดมาตรฐานระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าที่สามารถอัดประจุซ้ำได้ (Rechargeable Electrical Energy Storage System: REESS) ที่ไม่ใช่ชนิดตะกั่วกรด สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบบใช้แบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle: BEV) ประเภท M และ N ซึ่งเป็นยานยนต์ที่มีอย่างน้อย 4 ล้อ สำหรับขนส่งผู้โดยสารหรือสินค้า โดยกำหนดให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 3026-2563 ส่วนที่ 2 ด้านความปลอดภัย

มาตรฐานดังกล่าวให้ความสำคัญกับระบบป้องกันการชาร์จไฟเกิน การป้องกันอุณหภูมิสูงเกิน และการควบคุมการลัดวงจร เพื่อลดความเสี่ยงจากความผิดปกติของระบบแบตเตอรี่ที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยเมื่อกฎกระทรวงมีผลใช้บังคับ ผู้ผลิตและผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในขอบเขตจะต้องขอรับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ขณะที่ผู้จำหน่ายต้องจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตและเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

นางสาวลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยก่อนนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดแล้ว รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการแบตเตอรี่เมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งาน โดยมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมนำข้อเสนอเกี่ยวกับการติดตามผลกระทบหลังการบังคับใช้กฎหมาย และกระบวนการติดตามระบบกักเก็บพลังงาน ไปพิจารณาเพื่อวางแนวทางดำเนินงานในระยะต่อไป ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาแนวทาง ไม่ใช่การประกาศใช้ระบบรับคืนหรือบังคับรีไซเคิลแบตเตอรี่แล้ว

สำหรับระยะเวลาการบังคับใช้ ร่างกฎกระทรวงกำหนดให้มีผลเมื่อพ้น 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยผู้ประกอบการควรติดตามความคืบหน้าของการประกาศกฎหมาย และเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ การทดสอบ และการขอใบอนุญาต เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดได้อย่างถูกต้องเมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับ

“รัฐบาลต้องการให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มกำลังการผลิตหรือยอดจำหน่าย แต่ต้องสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าแบตเตอรี่ที่ใช้ในรถยนต์ไฟฟ้ามีมาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม พร้อมเตรียมความพร้อมสำหรับการดูแลผลิตภัณฑ์หลังสิ้นสุดอายุการใช้งาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค ส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรม EV ไทย และขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” นางสาวลลิดากล่าว

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img