“วรศิษฎ์” เผย ก.กลาง มีมติให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นหารือกฤษฎีกา เตรียมแนวทางเรียกคืนเงินเดือนและสวัสดิการจากผู้ทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ย้ำต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมส่งข้อมูลผู้มีคะแนนสอบผิดปกติให้ ก.พ. แล้ว รอ ป.ป.ช. ไต่สวนและชี้มูลภายในเดือน พ.ย.นี้
.
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 2 พ.ย. ที่ จ.หนองคาย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการติดตามเรียกคืนเงินเดือน เงินตอบแทน และสวัสดิการจากผู้ที่มีชื่อเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) มีมติให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ทำหนังสือสอบถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อขอความเห็นทางกฎหมายเกี่ยวกับการเรียกเงินคืนจากผู้ที่ทุจริตสอบ
.
นายวรศิษฎ์กล่าวว่า การหารือดังกล่าวเป็นการเตรียมกระบวนการไว้ล่วงหน้า เมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนและมีการชี้มูล รวมถึงดำเนินการตามขั้นตอนทางคดีแล้ว หากพบผู้ใดเข้าข่ายทุจริต ก็จะต้องดำเนินการเรียกคืนเงินทั้งหมด เนื่องจากเห็นว่าการบรรจุแต่งตั้งตั้งแต่ต้นไม่ควรเกิดขึ้น จึงต้องเตรียมแนวทางไว้ให้พร้อม เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ทันทีเมื่อขั้นตอนต่าง ๆ เสร็จสิ้น
.
เมื่อถามว่าจำเป็นต้องรอให้ ป.ป.ช. ชี้มูลก่อนจึงจะเรียกเงินคืนได้หรือไม่ นายวรศิษฎ์ระบุว่า ขณะนี้กำลังรอคำตอบจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าสามารถดำเนินการเรียกเงินคืนได้ทันทีหรือจำเป็นต้องรอให้ ป.ป.ช. ชี้มูลก่อน เนื่องจากเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับบุคคลจำนวนมากและมีความละเอียดอ่อน จึงต้องยืนยันข้อกฎหมายให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานต้องเผชิญปัญหาทางกฎหมายเพิ่มเติม
.
ส่วนจำนวนเงินที่อาจต้องเรียกคืน นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานตัวเลขที่แน่นอน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่ถูกเพิกถอนรายชื่อซึ่งมีจำนวนเกือบ 4,000 คน ต้องนำจำนวนเดือนที่ได้รับเงินเดือนมาคำนวณ โดยมีอัตราเงินเดือนประมาณ 15,000-16,000 บาทต่อเดือน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการรวบรวมยอดเงินทั้งหมดอย่างเป็นทางการ
.
นายวรศิษฎ์กล่าวเพิ่มเติมว่า จะต้องมีการจัดทำบัญชีรายชื่อหรือแบล็กลิสต์ข้าราชการที่เกี่ยวข้อง โดยแม้ขณะนี้ ป.ป.ช. ยังไม่ได้มีคำสั่งฟ้อง แต่ได้รวบรวมข้อมูลผู้เข้าสอบที่มีคะแนนผิดปกติ รวมถึงพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) แล้ว เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา
.
ทั้งนี้ หาก ป.ป.ช. มีความคืบหน้าในการไต่สวนหรือมีการสั่งฟ้อง ก็จะมีการปรับปรุงข้อมูลและส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยขณะนี้ยังไม่สามารถระบุจำนวนผู้ที่เข้าข่ายทุจริตได้แน่ชัด เนื่องจากอำนาจในการชี้มูลเป็นของ ป.ป.ช. ซึ่งอยู่ระหว่างการไต่สวน และมีกำหนดรายงานผลภายในเดือน พ.ย.นี้
.



















