หน้าแรกHighlight‘จรัญ’ชี้สูตร20หยิบ1เลือกกมธ.ยกร่างฯ ทางออกที่เก่งกาจ-ไม่ขัดคำวินิจฉัยศาล

‘จรัญ’ชี้สูตร20หยิบ1เลือกกมธ.ยกร่างฯ ทางออกที่เก่งกาจ-ไม่ขัดคำวินิจฉัยศาล

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“จรัญ” มอง สูตร20หยิบ1  เลือกกมธ.ร่างรธน.  ประนีประนอมทุกฝ่าย ไม่ขัดคำวินิจฉัยศาลรธน. เตือนอย่าเซาะกร่อน หมวด1หมวด2 หวั่นมีปัญหากับคนไทย พร้อมมองการทำรธน.ฉบับใหม่ ต้องมี ทริปเปิลวิน  “ข้างมาก-ข้างน้อย-ประชาชน” ชนะไปพร้อมกัน

วันที่ 19 พ.ย.2568 เวลา 09.00 น.ที่รัฐสภา คณะกรรมการวิชาการของวุฒิสภา ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า จัดสัมมนาวิชาการเรื่อง “แก้ไขรัฐธรรมนูญ ใครได้ประโยชน์” โดยนายจรัญ ภักดีธนากุล กรรมการกฤษฎีกา และอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวปาฐกถาว่า สำหรับแนวคิดของตนต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของปวงชนชาวไทย ทั้งนี้คนที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ได้เห็นตรงกันทั้งหมดในแผ่นดิน ดังนั้นจะทำอย่างไรต่ออุดมการณ์ ความคิด ความเชื่อ หลักวิชาที่มาจากหลากหลาย เพื่อทำให้เดินไปได้ โดยตนมองว่าต้องหาสมดุล และดุลยภาพให้ได้ ท่ามกลางความหลากหลายของผลประโยชน์ ความเชื่อทางลัทธิการปกครอง การเมือง การปกครองประเทศ รวมทั้งระบบเศรษฐกิจและสังคมที่หลากหลาย ทำอย่างไรเพื่อหาตัวร่วมให้ได้จุดที่จะเป็นนประโยชน์สูงสุดกับประเทศและปวงชนนชาวไทย

นายจรัญ กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องหา ทรีวินโซลูชั่น ไม่ใช่แค่ วิน-วินสองด้านเท่านั้น เพราะงานใหญ่ระดับชาติ ต้องมีทริปเปิลวิน วินแรก คือ เสียงข้างมาก เป็นแกนใหญ่ของความเห็นที่ลงตัวร่วมกันของคนส่วนใหญ่ ส่วนฝ่ายข้างน้อย ที่เห็นแตกต่างหลากหลายต้องให้ความเคารพกับเสียงข้างมาก ขณะที่วินที่สอง คือ คนไทยฐานะเจ้าของประเทศ อำนาจอธิปไตยและมีส่วนร่วมสถาปนารัฐธรรมนูญไทย ในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา ตนจึงเห็นว่าฝ่ายข้างมากต้องไม่ทอดทิ้งความเห็นหลากหลายที่แตกต่าง ต้องหาที่อยู่ที่ยืน ที่เหมาะสมให้กับฝ่ายที่เห็นต่าง คือ ข้างน้อย เพื่อให้ได้รับชัยชนะที่เดินไปพร้อมกัน ไม่เป็นที่พอใจของ 100% ของสองฝ่าย แต่พอทนได้ พอรับได้ในช่วงระยะเวลาเฉพาะหน้า นอกจากนั้นต้องมีวินของปวงชนชาวไทยและประเทศไทย เพราะหากเสียงข้างมาก และเสียงข้างน้อยหาจุดร่วมกับสองฝ่ายได้ แต่หากเป็นภัย เป็นพิษต่อประเทศ ประชาชน  หากประเทศย่อยยับอับพัง ฝ่ายข้างมากและข้างน้อยยจะอยู่สุขได้อย่างไร จึงคงต้องมีทริปเปิลวินให้ได้

“ถ้าเราหาจุดสมดุลไม่ได้ บทสังเคราะห์ที่ชี้ทางออกของประเทศไม่ได้ จะแตกสามัคคี แม้เป็นรอยเล็ก ดูไม่ร้ายแรงสำหรับคนไทย ทะเลาะเป็นปกติ แต่ไม่แตกสามัคคี แต่หากเป็นรอยร้าว จะเชื้อเชิญมหาอำนาจในโลกที่แข่งขันล่าอาณาเขต เขตอิทธิพลของเขาที่แข่งกัน 2 ขั้ว 3 ขั้ว ซึ่งใช้ประเทศที่แตกแยกเป็นสงครามตัวแทน สุนัขรับใช้เหมือนกับเหตุการณ์ในยูเครน และประเทศตะวันออกกลางหลายประเทศ” นายจรัญ กล่าว

นายจรัญ กล่าวต่อว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแบบจัดทำใหม่ทั้งฉบับ ใครได้ประโยชน์ ตนมองว่าใครก็ตามไม่สำคัญต้องประคองให้ประเทศไทยและปวงชนชาวไทยได้ประโยชน์ จากนั้นค่อยไปดูข้างมากข้างน้อย และกมธ.ที่รัฐสภาแต่งตั้ง พบการลงมติไม่เอาประชาชนเลือกผู้เขียนรัฐธรรมนูญ 70 คน และให้รัฐสภาหยิบ 35 คน ตนโล่งอก เพราะไม่ต้องขัดแย้งกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และเสี่ยงเป็นเงื่อนไขการปลุกระดม เพราะการขยับแบบที่แก้ไขนั้นไม่ทำให้ประเทศไปสู่จุดเสี่ยง ขณะที่กรรมการที่สองที่ปรับ ผมชื่นใจมาก” นายจรัญ กล่าว

อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงสูตรการเลือก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยให้สมาชิกรัฐสภารวมกลุ่ม จำนวน 20 คน เลือกกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ 1 คน ว่า ตนขอชื่นชม และคนที่ทำเก่งมาก เพราะไม่มีในตำราหรือในทฤษฎีฝรั่ง แต่ได้สังเคราะห์ออกมาอย่างถูกใจ ตนมั่นใจว่าฝ่ายเสียงข้างมาก เอาแบบนี้  ฝ่ายเสียงข้างน้อยที่ไม่มั่นใจ พอรับได้  เช่นพรรคที่ได้สส. 100  คนหยยิบได้ 5 คน หากมีสส. 200 คนหยิบได้ 10 คน สว.มี 200 คน หยิบได้ 10 คน ถือว่ามีส่วนร่วม ไม่ขัดแย้งอะไรในรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้นในประเด็นความเสี่ยงต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญขณะนี้ ตนยังมองไม่เห็นความเสี่ยง แต่หากให้ตนเลือก ขอเลือกวิธีแก้ไขรายประเด็น เพื่อให้เกิดการวิเคราะห์ หรือสังเคราะห์ที่ทำให้เกิดดุลยภาพ และการแก้ไขต้องเรียงลำดับความสำคัญ ซึ่งกระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหรือพัฒนาการรัฐธรรมนูญจะยั่งยืน มั่นคง ต่อเมื่อใช้เวลาพอสมควร ในแต่ละประเด็นให้ประชาชนส่วนใหญ่ตกผลึกและพอรับได้  ที่ผ่านมาเคยศึกษาว่ามีประเด็นในรัฐธรรมนูญ จำนวน  27 ประเด็นที่ต้องพิจารณา ซึ่งต้องแก้ตามสถานการณ์บ้านเมือง

“ทั้งนี้ในความเสี่ยงที่อาจมี คือ อย่าเผลอปล่อยให้ไป เซาะกร่อนบ่อนทำลาย หมวด 1 และหมวด 2 ผมเบาใจ ว่าไม่น่าจะเกิด เพราะหากแตะหมวด 1 หมวด 2 รวมถึงมาตราที่เป็นรากฐานมาจากหมวด 1 หมวด 2 มีปัญหา ไม่ใช่ปัญหากับคุณหรือผม แต่เป็นปัญหาของประเทศไทย ปวงชนชาวไทย รวมถึงไม่เปลี่ยนแปลงมาตรา 255 ซึ่งผมมองว่าหากไปยุ่งกับพระราชอำนาจ เชื่อว่าจะเป็นปัญหา ส่วนม็อบจะจุดติดหรือไม่อย่าประมาท จะพัง จะเกิดขึ้นได้ ผมมองว่าต้องช่วยกัน ทั้งนี้รัฐธรรมนูญของประเทศไทยที่ผ่านมา ทุกฉบับเป็นรัฐธรรมนูญพระราชทาน ไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่เกิดจากสัญญาประชาคม หรือ มาจากความเห็นพ้องต้องกันของคนไทย”อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าว

นายจรัญ กล่าวต่อว่า ในรัฐธรรมนูญ 2560 ออกแบบระบบตรวจสอบที่ดูเหมือนกลายเป็นผู้ปกครองประเทศ ผิดหลักระบบตรวจสอบ เป็นเหตุผลที่ฝ่ายทำรัฐธรรมนูญใหม่ ตนมองในแง่ดีต้องเรียกร้องทำกันใหม่ แต่ทำใหม่ขอเพียงว่าอย่าทิ้งประสิทธิภาพการป้องกัน ปราบปรามคนทุจริต โกงบ้าน โกงเมือง ฉ้อราษฎร์บังหลวง กลไกของรัฐธรรมนูญ 2560 ปราบโกงมีประสิทธิภาพมาก และเป็นเงื่อนไขที่ถูกมองว่ามากเกินไป อย่างไรขอความกรุณารัฐสภาออกแบบให้มีจุดสมดุล เป็นทริปเปิลวินให้ประเทศ ทั้งนี้อย่าปล่อยปละละเลยให้เสียงข้างมากกินรวบ ขอให้แสดงออก อย่าก้าวร้าว ทำอย่างสร้างสรรค์ มีส่วนร่วมฐานะเจ้าของอธิปไตย

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img