“…..กองทัพอากาศมีแผนที่จะซื้อเครื่องบิน Gripen ฝูง 2 จาก SAAB สวีเดน ให้ครบ1 ฝูง 12 เครื่อง เฟส 2 และเฟส 3 ที่ยังคงเหลืออีก รวม 8 เครื่อง ที่จำนวน 4 เครื่องแรกส่งมอบในปี 2572 แล้วคาดว่าจะครบฝูงภายในปี 2580 ….”
@@@……สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน พบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “Military Key” ทางเว็บไซต์ https:// thekey.news ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 30 พ.ค.69 สถานการณ์ชายแดนก็ยังคงดำเนินต่อไป ช่วงนี้ดูเหมือนว่าฝนจะตกมาเป็นระยะ ๆ
@@@……กองทัพบก…..พล.อ.อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วย พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 และ พล.ท.ธีรพล ศรีเกษม เจ้ากรมการทหารช่าง เดินทางไปติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาแก้มลิงลำห้วยใหญ่ โครงการพัฒนาพื้นที่หุบกะพงและห้วยทรายใต้ และโครงการขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำในพื้นที่ โครงการจัดพัฒนาที่ดินตามพระราชประสงค์หุบกะพงและศูนย์การศึกษาพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
@@@……ในโอกาสนี้ หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชาและคณะ ได้รับฟังความก้าวหน้าการดำเนินโครงการ ณ ห้องประชุมรังสิพราหมณกุล ค่ายนเรศวร จากนั้นได้ลงพื้นที่เพื่อไปติดตามความก้าวหน้าที่อ่างเก็บน้ำห้วยทราย และพื้นที่ก่อสร้างแก้มลิงลำห้วยใหญ่ เพื่อรับฟังการนำเสนอจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งระบบการส่งน้ำระหว่างแก้มลิงลำห้วยใหญ่ และอ่างเก็บน้ำห้วยทราย รวมทั้งการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ (Floating Solar) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเพิ่มศักยภาพการกักเก็บน้ำ และกระจายน้ำเพื่อการเกษตร รวมถึงการอุปโภคบริโภคของประชาชนในพื้นที่ ให้เป็นไปตามแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำตามโครงการพระราชดำริอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป

@@@……กองทัพบก พล.อ.อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการอบรม Train The Trainer “พี่เลี้ยงแก้หนี้” ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกองทัพบกและธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) เพื่อมุ่งแก้ไขปัญหาหนี้สินของกำลังพลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยมีผู้เข้ารับอบรมเป็นนายทหารสัญญาบัตรด้านกำลังพลและด้านการเงินจากหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวม 50 นาย จัดอบรมในวันที่ 28-29 พ.ค. 2569 โดยได้จัดอบรมครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ ความรู้ด้านงบการเงินและกฎหมายหนี้สิน, เครื่องมือทางการเงิน, ช่องทางการแก้ไขหนี้ และทัศนคติการเป็นโค้ช
@@@……ในโอกาสนี้ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) โดย คุณสิริพร โชติกิจนุสรณ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมและพัฒนาการให้ความรู้ทางการเงินเพื่อข้าราชการทหาร เป็นตัวแทนจากธนาคารฯ มาบรรยายให้ความรู้และเสริมสร้างความเข้าใจด้านการบริหารจัดการทางการเงินแก่กำลังพลและผู้แทนหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก เพื่อให้สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้และขยายผลการให้ความรู้ด้านการเงินในระดับหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการสร้างภูมิคุ้มกันเรื่องหนี้ การจัดลำดับการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบให้กับกำลังพลภายในหน่วยงาน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในชีวิตและพัฒนาศักยภาพกำลังพลให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
@@@……ทั้งนี้ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกได้กำชับให้ทุกหน่วยให้ความสำคัญกับการดูแลกำลังพลทั้งด้านความเป็นอยู่ สวัสดิการและคุณภาพชีวิต ควบคู่กับการสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมเน้นย้ำให้ผู้บังคับหน่วยทุกระดับเร่งขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินกำลังพล รวมถึงส่งเสริมอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้แก่ครอบครัว อันจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย สร้างเสถียรภาพทางการเงิน และยกระดับคุณภาพชีวิตของกำลังพลและครอบครัวอย่างยั่งยืน

@@@……ฝึกภาคสนาม….พล.อ.กิตติพงศ์ ชื่นใจชน รองเสนาธิการทหาร เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกภาคสนาม (Field Training Exercise: FTX) กลุ่มการฝึกด้านกิจการพลเรือน ของกรมกิจการพลเรือน โดยมี พล.ท.ชยพณัฐ วิริรัตน์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร ให้การต้อนรับ ณ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ สำหรับการฝึกภาคสนามในครั้งนี้ จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 24-27 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานความมั่นคง ส่วนราชการพลเรือน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคม เข้าร่วม ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการซ้อมเผชิญเหตุประจำปี เพื่อยกระดับความพร้อมของหน่วยงานความมั่นคง และภาคพลเรือนในการเผชิญเหตุฉุกเฉินตามแนวชายแดน และเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน วิกฤตการณ์ ตลอดจนภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

@@@……สำหรับการฝึกดังกล่าว ได้มีการจำลองสถานการณ์ตั้งแต่เหตุฉุกเฉินเบื้องต้นไปจนถึงระดับรุนแรงสูง เพื่อทดสอบการทำงานของหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่ ที่จะเข้าไปดูแลความปลอดภัย และให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที ทั้งในด้านการอพยพ การรักษาความสงบเรียบร้อย และการประสานงานร่วมกันระหว่างส่วนกลาง และจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อให้การสื่อสาร และการปฏิบัติการในสถานการณ์จริงมีความสอดคล้อง ลดช่องว่างในการทำงาน โดยพื้นที่ชายแดนถือเป็นจุดเปราะบางที่อาจเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินได้หลายรูปแบบ ทั้งภัยธรรมชาติ การลักลอบเข้าเมือง หรือความไม่สงบ การฝึกภาคสนามครั้งนี้ จึงเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของรัฐในการดูแลประชาชนทุกระดับวิกฤตการณ์ และเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกว่าประเทศไทยมีระบบการตอบสนองที่เข้มแข็ง และทันสมัย ทั้งนี้ การฝึกภาคสนามดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากทั้งทหาร ตำรวจ หน่วยงานพลเรือน ภาคเอกชน และมูลนิธิ รวมกว่า 34 หน่วยงาน ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความร่วมมือแบบบูรณาการอย่างแท้จริง โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการฝึกในครั้งนี้ จะช่วยให้การปฏิบัติงานมีความเป็นหนึ่งเดียว และสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืนต่อไป

@@@……กองทัพเรือ.…พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า จากกรณีที่ปรากฏข่าวเกี่ยวกับข้อพิพาทด้านการค้างชำระเงินระหว่างบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างอู่ซ่อมบำรุงเรือดำน้ำของกองทัพเรือนั้น ประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องระหว่างบริษัทคู่สัญญาในส่วนของการบริหารจัดการภายในของผู้รับจ้าง ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการตามกระบวนการของภาคเอกชน และไม่ส่งผลกระทบมากนัก ต่อการดำเนินโครงการในภาพรวมของกองทัพเรือ
@@@……สำหรับโครงการจ้างก่อสร้างอู่ซ่อมบำรุงเรือดำน้ำของกองทัพเรือ ซึ่งได้ว่าจ้างบริษัท China Shipbuilding & Offshore International Co., Ltd. (CSOC) วงเงินประมาณ 900 กว่าล้านบาทนั้น ปัจจุบันโครงการยังคงมีความก้าวหน้าไปตามลำดับ โดยกองทัพเรือได้ติดตามกำกับดูแลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เป็นไปตามกรอบสัญญาและวัตถุประสงค์ของโครงการ ปัจจุบัน กระบวนการอยู่ในขั้นตอนที่กองทัพเรือได้เสนอขอแก้ไขรายละเอียดสัญญาบางส่วนไปยังสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อปรับลดเนื้องานบางรายการ พร้อมปรับลดวงเงินของสัญญาให้สอดคล้องกับเนื้องาน เนื่องจากความต้องการและสถานการณ์ปัจจุบัน อันเป็นการบริหารโครงการให้เกิดความคุ้มค่า โปร่งใส และตอบโจทย์ภารกิจของกองทัพเรือในระยะยาว
@@@……กองทัพเรือคาดว่า ภายหลังการพิจารณาแก้ไขสัญญาแล้ว บริษัทผู้รับจ้างจะสามารถดำเนินงานและส่งมอบโครงการได้ตามกรอบเวลาที่กำหนดโดยกองทัพเรือ ยืนยันว่าจะบริหารจัดการโครงการอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อแผนการรับมอบเรือดำน้ำในช่วงปี พ.ศ.2572 ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการเสริมสร้างขีดความสามารถในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และการพัฒนาระบบสนับสนุนการปฏิบัติการทางเรือให้มีความพร้อมในอนาคต

@@@……ขณะที่ พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ลงนามร่วมกับบริษัท Airbus Defence and Space ในการจัดซื้อเครื่องบินลำเลียง ที่มีขีดความสามารถทั้งการลำเลียงและการตรวจการณ์ทางทะเล จำนวน 2 ลำ พร้อมระบบสนับสนุนและอุปกรณ์เสริม ภายหลังได้รับอนุมัติตามขั้นตอน โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้าน “มิติทางอากาศในทะเล” ของกองทัพเรือ ให้มีความพร้อมรองรับสถานการณ์ความมั่นคงทางทะเลที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน
@@@……อากาศยานแบบดังกล่าว เป็นเครื่องบิน Airbus รุ่น C295 ซึ่งเป็นอากาศยานทางทหารที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล มีผู้ใช้งานในกว่า 37 ประเทศ และมีการจัดหาใช้งานรวมมากกว่า 300 ลำทั่วโลก ทั้งในกองทัพบก และกองทัพของหลายประเทศ สำหรับประเทศไทย อากาศยานตระกูล C295 ได้รับการจัดหาเข้าประจำการแล้วในกองทัพบกแล้ว และมีมาตรฐานการใช้งานที่สามารถสนับสนุนการปฏิบัติการร่วมระหว่างเหล่าทัพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านการฝึก การซ่อมบำรุง การส่งกำลังบำรุง และการพัฒนากำลังพลด้านการบินในระยะยาว

@@@……เครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเลดังกล่าว จะเพิ่มขีดความสามารถในการลาดตระเวนตรวจการณ์ทางทะเล ด้วยระบบตรวจจับและอุปกรณ์ที่ทันสมัย ช่วยให้กองทัพเรือสามารถรับรู้สถานการณ์ทางทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ และสนับสนุนการรักษาอธิปไตย ตลอดจนการคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเลได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ เครื่องบินแบบ C295 ยังมีจุดเด่นด้านการปฏิบัติการทางยุทธวิธี สามารถขึ้น–ลงในสนามบินระยะสั้น (STOL) และรองรับการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ชายแดน มีความสามารถในการลำเลียงกำลังพลและยุทโธปกรณ์ การส่งทางอากาศ การค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล (SAR) ทั้งกลางวันและกลางคืน ตลอดจนภารกิจลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศ (Medevac) ในภาวะวิกฤติ
@@@…… การจัดหาเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเลครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มจำนวนอากาศยาน แต่เป็นการยกระดับขีดความสามารถการปฏิบัติการร่วมระหว่างกำลังทางเรือและกำลังทางอากาศ ให้สามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามและสถานการณ์ทางทะเลในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในมิติความมั่นคง การช่วยเหลือประชาชน และการปฏิบัติการด้านมนุษยธรรม ภายใต้กรอบงบประมาณที่เหมาะสม โปร่งใส และคุ้มค่าต่อภารกิจและผลประโยชน์ของประเทศในระยะยาว
@@@……กองทัพอากาศ….พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวในงานเสวนา “Female warriors.…Harmony in strength … ผสานพลังสร้างอนาคต” ตอนหนึ่งว่า กองทัพอากาศไทยกำลังจะมีเครื่องควบคุมและบัญชาการลอยฟ้าในโครงการ จัดซื้อเครื่องบิน Gripen เฟสที่ 2 เราจะมีขีดความสามารถเพิ่มอีกมากมายทั้งระบบ Air Defense และ Datalink ต่าง ๆ ที่เป็นไปตามยุทธศาสตร์ในการพัฒนาของกองทัพอากาศ เราจะต้องเป็นกองทัพอากาศที่เข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพ เราต้องเป็นกองทัพ ที่เข้มแข็ง เพื่อไม่ให้ศัตรูของเรา กล้าที่จะต่อกรกับเรา นั่นคือ เป้าหมายสูงสุดของกองทัพ แต่ขอให้มั่นใจได้ว่าการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์เหล่านั้นต่อให้เป็นอัตโนมัติ หริอ Ai แต่ก็ต้องเป็นคนเป็นบุคลากร ที่เฉลียวฉลาดของเรา เข้าไปควบคุม และร่วมตัดสินใจ และใช้ให้เป็นไปตามขีดความสามารถ ซึ่งคนสำคัญที่สุดนโยบายของผม จึงเน้นที่คน ที่บุคลากร ไม่ว่าเทคโนโลยีจะสูงขนาดไหนก็ต้องใช้คน รวมถึงการเดินหน้าในการเพิ่มศักยภาพและให้โอกาสทหารหญิง ได้เติบโตในราชการด้วยความสามารถ ให้เป็นที่ยอมรับ

@@@……ส่วนความคืบหน้าในการจัดซื้อเครื่องบิน Gripen ฝูง2 จากSAAB สวีเดน มีรายงานข่าวจาก กองทัพอากาศว่าในการจัดซื้อเครื่องบิน Gripen ฝูง 2 จาก SAAB สวีเดน ที่ได้ทำสัญญาจัดซื้อเฟส 1 จำนวน 4 เครื่องไปแล้วนั้น กองทัพอากาศมีแผนที่จะซื้อให้ครบ 1 ฝูง 12 เครื่องเฟส 2 และเฟส 3 ที่ยังคงเหลืออีกรวม 8 เครื่อง ที่จำนวน 4 เครื่องแรกส่งมอบในปี 2572 แล้วคาดว่าจะครบฝูงภายในปี 2580 โดยในแพ็กเกจนี้ รวมถึงการอัปเกรดเครื่องบินแจ้งเตือนทางอากาศ SAAB 340 AEW ติดเรดาร์ Erieye ที่เราใช้งานมากกว่า 10 ปี และเรดาร์หมดอายุ จึงมีการอัปเกรดเปลี่ยนเรดาร์ตัวใหม่ ที่มีความทันสมัยมากขึ้น ที่คาดว่า เป็น Saab2000Erieye พร้อมเพิ่มระบบควบคุม บนเครื่องบิน ให้เป็นเครื่องบิน แจ้งเตือนและควบคุมทางอากาศ ที่เป็นกองบัญชาการ ลอยฟ้า Airborne Early Warning and Control -AWAC หรือ AEW&C เครื่องบินเตือนภัยและควบคุมทางอากาศ ทำหน้าที่เป็น ศูนย์บัญชาการเรดาร์ลอยฟ้า.
…………..
คอลัมน์ : “Military Key”
โดย.. “รหัสมอร์ส”



















