วันอังคาร, พฤษภาคม 21, 2024
หน้าแรกCOLUMNISTS“รัฐบาลเศรษฐา”วางเดิมพัน“เงินดิจิทัล” เขย่า“งบประมาณ”แลกขยับ“จีดีพี”ขึ้น
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“รัฐบาลเศรษฐา”วางเดิมพัน“เงินดิจิทัล” เขย่า“งบประมาณ”แลกขยับ“จีดีพี”ขึ้น

เริ่มเห็นหนทางกันมากขึ้น!! สำหรับประชาชนคนไทยที่กำลังตั้งหน้าตั้งตารอเงินดิจิทัล 10,000 บาท ของรัฐบาล “เศรษฐา ทวีสิน” และเป็นไปตามคำมั่นสัญญาของพรรคเพื่อไทย ตามที่ให้สัจจะวาจาไว้

ล่าสุด… ครม.ก็ไฟเขียวให้เพิ่มงบขาดดุล จากกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ อีก 152,700 ล้านบาท จาก 713,000 ล้านบาท เป็น 865,700 ล้านบาท

แม้เหตุผลของรัฐบาลจะประกาศไว้เพียงว่า…เพื่อใช้ในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลก็ตาม!!

แต่…ด้วยท่าทีของ “รมช.คลัง-จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” ที่ย้อนถามบรรดาผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบรัฐบาลว่า… เดาไม่ได้จริงๆ หรือ ไม่รู้จริงๆ หรือ? ก็น่าจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนได้ระดับหนึ่ง

ลวรณ แสงสนิท

ขณะที่ปลัดกระทรวงการคลังอย่าง “ลวรณ แสงสนิท” ก็ออกมาสำทับชัดว่า … แหล่งเงินที่จะนำมาใช้ในโครงการแจกเงินดิจิทัล วอลเล็ต นอกจากการเพิ่มการขาดดุลในปีงบประมาณ 68 อีก 1.5 แสนล้านบาทแล้ว

ที่เหลือ…จะนำมาจากการบริหารจัดการงบในปี 67 และ 68 โดยปีงบ 67 ที่เหลือเวลาใช้ 5 เดือน ที่เชื่อได้ว่าไม่สามารถใช้จ่ายได้ทันตามกำหนดเวลาแน่นอน จึงสามารถที่จะโยกเงินบางส่วนมาใช้ในโครงการดิจิทัลฯ ได้ รวมถึงการบริหารจัดการงบประมาณปี 68 ด้วยเช่นกัน

ด้วยคำตอบเหล่านี้ก็เป็นที่ชัดเจนว่า แผนการออกพ.ร.บ.เพื่อกู้เงินมาใช้ในโครงการนี้แบบตรงๆ คงเป็นอันต้องพับไปเพราะฝ่าด่านสารพัดไม่ไหวแน่ๆ

หากเป็นการกู้เงินเพิ่มเติมผ่านการขาดดุลงบประมาณ แม้จะต้องถูกตราหน้าว่า “กู้” แต่ก็ยังดูเบาบางกว่า การออกกฎหมายมาตรงๆ เพื่อขอกู้เงินเพื่อไปแจกเงิน

แต่การกู้เงินเพิ่มอีก 1.5แสนล้านบาท กับการจัดสรรเงินงบประมาณในส่วนที่เหลือ ที่ยังใช้ไม่หมด หรือเกลี่ยงบ ให้เข้าร่องเข้ารอย จะหักลบกลบหนี้แล้วได้วงเงินเบ็ดเสร็จถึง 5 แสนล้านบาทหรือไม่ ณ เวลานี้ เชื่อได้ว่า ดีดลูกคิดไปมาแล้วอาจหมิ่นเหม่ ก็เป็นไปได้

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านตัวตึงอย่าง “ศิริกัญญา ตันสกุล” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่ชี้โพรงออกมาในการ อภิปรายทั่วไปรัฐบาลแบบไม่มีการลงมติ เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า จะมีการออกงบกลางปี 67 เพิ่มเติมออกมา เป็นออก พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม (งบกลางปี) โดยการชดเชยขาดดุลจนเต็มเพดานอีก 1 แสนล้านบาท และอาจโอนเปลี่ยนแปลงงบกลางอีก 40,000 ล้านบาท

รวมทั้ง จะให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ “ธ.ก.ส.” ดำเนินนโยบายแทนตามพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง มาตรา 28 เพื่อแจกเงินดิจิทัลให้ครัวเรือนเกษตรกร อีก 2.1 แสนล้านบาท หรือ กู้ธกส.มาใช้ก่อนแล้วมาใช้คืนทีหลัง

ก็ต้องมาดูกันต่อไปว่า ความพยายามของรัฐบาลนายกฯเศรษฐา ในการแจกเงินดิจิทัล ให้กับคนไทยที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป จำนวน 50 ล้านคน วงเงินรวม 5.6 แสนล้านบาทนั้น จะเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด

เพราะก่อนหน้านี้ในช่วงที่บรรดาวุฒิสมาชิกหรือบรรดา สว. ที่เปิดอภิปรายการทำงานของรัฐบาลก่อนหน้านี้ “รมช.จุลพันธ์” ก็ออกมาชี้แจงไทม์ไลน์ ตามที่คาดการณ์ไว้ล่าสุดว่า จะเป็นภายในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ไปแล้ว

ด้านบรรดาสำนักวิจัยสารพัด ต่างไม่มั่นใจกับโครงการแจกเงินดิจิทัล ว่าจะเกิดขึ้นได้หรือไม่? จะเกิดขึ้นได้เมื่อใด? จนสุดท้ายต่างเข้าแถวหั่น “จีดีพี” ตามกันเป็นแถบๆ โดยมองว่าหากการแจกเงินดิจิทัลฯไม่เกิดขึ้น

แถม…ยังเจอปัญหาเรื่องของการส่งออกที่ยังไม่ได้เงยหัวขึ้นมาแบบตั้งตรงชัดๆ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจจีน รวมไปถึงสงครามที่ยังปะทุไม่เลิกรา

เหล่านี้!! กลายเป็นปัจจัยลบ ที่ดึงให้จีดีพีไทยในปีมังกรนี้ ไม่สามารถผงาดเติบโตได้มากกว่า 3% แน่ๆ ส่วนใหญ่จึงหั่นเป้าจีพีดีเหลือเพียงแค่ 2.6-2.7% เท่านั้น

จึงไม่ใช่เรื่องแปลก!! ที่คณะผู้บริหารประเทศ จำเป็นต้องกัดเนื้อกันฟัน !!ต้องแลก!! เพื่อ “เขย่างบประมาณ” ดันให้ “จีดีพี” เขยิบขึ้นไปในระดับที่ 3% ให้ได้

อย่าลืมว่า…ที่ผ่านมา “คำมั่นสัญญา” ที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตให้ได้ ปีละ 5% ก็เป็นอีกหนึ่งคำมั่นสัญญา ที่พรรคเพื่อไทย ต้องรักษาสัจจะวาจา เช่นเดียวกับการแจกเงินดิจิทัลฯ

ทั้งหมด!! ก็ต้องมารอดูกันว่า ความชัดเจนที่ว่า ในวันที่ 10 เม.ย.นี้ จะได้เห็นแบบชัดๆ แบบลงลึกไปจนถึงวันแรกของการใช้เงินได้มากน้อยแค่ไหน? หรือเป็นเพียงแค่การคาดการณ์เท่านั้น!!

……………….

คอลัมน์ : EC Focus by Virgo

- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img