วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 23, 2024
หน้าแรกCOLUMNISTS“รัฐบาลเศรษฐา”ยอม“กู้-ยืม-เกลี่ยงบฯ” ดันซูเปอร์แอปฯ“ทางรัฐ”รับเงินดิจิทัล!
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“รัฐบาลเศรษฐา”ยอม“กู้-ยืม-เกลี่ยงบฯ” ดันซูเปอร์แอปฯ“ทางรัฐ”รับเงินดิจิทัล!

ในที่สุด…“รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน” ก็ปล่อยหมัดทะลวงฟันเข็น โครงการแจกเงินดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท ออกมาสำเร็จจนได้ แม้ว่าสุดท้ายแล้ว…“ที่มาของแหล่งเงิน” ก็หนีไม่พ้น “การกู้เงิน” อยู่ดี

เพราะ!! ไม่ว่าจะเป็น เพิ่มการขาดดุลงบประมาณ การใช้เงินของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ก็เท่ากับว่า เป็นการกู้เงินและยืมเงินอยู่ดี

ขณะเดียวกันยังรวมไปถึงการ เกลี่ยงบประมาณรายจ่ายประจำปี 67 ที่รัฐบาลต้องไปจัดสรร ไปเกลี่ย ไปโปะ ไปทำกันใหม่ เพราะเชื่อว่าจะใช้กันไม่หมดแน่นอน ด้วยเหลือเวลาใช้อีกเพียงแค่ 5 เดือนเท่านั้น

ทั้งนี้..ทั้งนั้น..ผู้ที่เข้าข่ายได้สิทธิใช้เงินประมาณ 50 ล้านคน คงต้องจดจ้องกันให้ดีว่า กระบวนการแจกเงินในไตรมาส 4 ของปีนี้ จะเริ่มกันแน่ๆ ในวันไหน?

ไม่เพียงเท่านี้ ขั้นตอน รายละเอียดของผู้มีสิทธิ ก็ต้องเช็กต้องดูให้รอบคอบ ทั้งการเป็นผู้มีที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป ณ เดือนที่มีการลงทะเบียน ต้องเป็นผู้ที่มีรายได้พึงประเมินไม่เกิน 840,000 บาทต่อปีภาษี

ขณะเดียวกันต้องมีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจรวมกันไม่เกิน 500,000 บาท ที่เชื่อได้เลยว่า ณ เวลานี้คงตัดฉึบจนถึงวันที่ 30 มี.ค.67 ที่ผ่านมา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการโยกการย้ายเงินฝาก

หรือจะเป็นเรื่องของช่องทางการใช้จ่ายเงินดิจิทัล ที่รัฐบาลได้กำหนดให้ใช้ ซูเปอร์แอปฯ “ทางรัฐ” ที่อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สพร. หรือ ดีจีเอ แทนการใช้แอปฯเป๋าตัง

ลวรณ แสงสนิท


เรื่องนี้ “ลวรณ แสงสนิท” ปลัดกระทรวงการคลัง ได้ให้เหตุผลที่น่าสนใจไว้ว่า “เป็นเพราะแอปฯทางรัฐนั้น ถือเป็นแอปพลิเคชั่นของรัฐบาลอย่างแท้จริง ขณะที่แอปฯเป๋าตังนั้น ถูกพัฒนาโดยธนาคารกรุงไทย จึงถือว่าเป็นแอปฯของสถาบันการเงิน”

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าจะไม่ใช้แอป “เป๋าตัง” เลย แต่แอป “เป๋าตัง” นี้ยังคงเป็นระบบหลังบ้าน เพราะเป็นระบบ Open Loop ซึ่งหมายความว่า เป็นวอลเล็ตของสถาบันการเงิน ทั้งแบงก์และนอนแบงก์สามารถเข้าร่วมได้ ที่ “แอปเป๋า” ตังไม่สามารถเชื่อมต่อได้

หากมองให้เห็นภาพง่ายๆ ก็เป็นแบบเดียวกับพวกเคพลัส แม่มณี เป็นต้น โดยเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องทางเทคนิค ที่ “ดีจีเอ” อยู่ระหว่างการพัฒนา

มาถึงตรงนี้!! ใครที่ยังไม่ได้ดาวโหลดแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” มาไว้ใช้ ก็รีบโหลดมาไว้ก่อนได้ทันที ผ่าน App Store และ Google Play

ส่วนวิธีการใช้งาน ก็เหมือนเดิมนั่นแหล่ะ ต้องมีการยืนยันตัวตัวผู้ใช้งาน เพื่อรักษาความปลอดภัย ด้วยเหตุผลว่า…เป็นการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล


วิธีสมัคร!! ก็สามารถทำได้ง่ายๆ ทั้งการดำเนินการเองบนแอปฯที่ดาวโหลดมา โดยใช้บัตรประชาชนและสแกนใบหน้า เหมือนที่เคยใช้กับแอปเป๋าตังนั่นแหล่ะ เมื่อยืนยันตัวตนเรียบร้อย ก็สามาถเข้าใช้บริการภาครัฐได้ทันที…

หรือใครที่ทำไม่เป็น หรือต้องการใช้งานที่ง่ายกว่านี้ ก็สามารถใช้บริการผ่าน ทั้งเคาน์เตอร์เซอร์วิสร้าน 7-eleven ทั่วประเทศไทย, เคาน์เตอร์ไปรษณีย์ไทย, ตู้บุญเติม, ตู้บริการอเนกประสงค์ภาครัฐ รวมไปถึงแอปพลิเคชัน ThaID

ด้วยความสะดวกสบายนี้ จึงกลายเป็นคำตอบของกระทรวงการคลังอีกเช่นกัน ที่ยืนยันว่า บรรดาผู้เฒ่าผู้แก่ ผู้ป่วยติดเตียง หรือแม้กระทั่งผู้ไม่มีโทรศัพท์มือถือ จะถูกละเลย

เพราะ…ทั้งหลายทั้งปวงรัฐบาลยังอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียด เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงเงินดิจิทัล วอเลเลต ได้ทั่วถึง แบบชนิดที่เรียกว่าไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังแน่ๆ

“แอปทางรัฐ” ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเมื่อเดือนก.ย.2564 เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของประชาชน เป็นศูนย์กลางรวบรวมบริการหน่วยงานรัฐเพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงบริการของหน่วยงานรัฐได้สะดวก และมีการเชื่อมต่อข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบันซูเปอร์แอปฯนี้ มีหลากหลายบริการ มากมาย แต่ที่เป็นที่ฮิตยอดนิยม ทั้งเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด ข้อมูลทะเบียนรถยนต์, ข้อมูลลเครดิตบูโร, ใบสั่งจราจร, ข้อมูลประกันสังคม, ข้อมูลใบขับขี่ เป็นต้น

เอาเป็นว่า…ใครมีแอป “ทางรัฐ” ติดโทรศัพท์มือถือเอาไว้ ก็ไม่เสียหลายหรอก เพราะทุกบริการจากภาครัฐ จะรวบรวมอยู่ในแอปฯนี้อยู่แล้ว ต่อให้สุดท้ายแล้ว รัฐบาลไม่ได้แจกเงินดิจิทัลผ่านแอปนี้ก็ตามทีเถอะ

ณ เวลานี้ คงต้องรอดูความชัดเจนกันต่อไปว่า เมื่อถึงนาทีสุดท้ายจริงๆ แล้ว ประชาชนคนไทยจะได้รับเงินจากโครงการ “เรือธง” ของรัฐบาลมากน้อยอย่างไร?

……………..

คอลัมน์ : EC Focus by Virgo

- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img