วันพฤหัสบดี, มิถุนายน 20, 2024
หน้าแรกCOLUMNISTSรัฐบาล...เลือกขาดดุลเพิ่ม แลกเดินหน้าแจกเงินดิจิทัล!!
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

รัฐบาล…เลือกขาดดุลเพิ่ม แลกเดินหน้าแจกเงินดิจิทัล!!

ทุกวันนี้!! ต้องยอมรับว่ารัฐบาลของ “เศรษฐา ทวีสิน” กำลังยุ่งเหยิงแทบทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ “รายได้” ที่ยังมีรายได้ไม่มากพอที่จะควักกระเป๋าออกมาทำโน่นทำนี่ตามใจนึกได้

หรือจะเรียกง่ายๆ ว่า เงินก็ไม่มี กระตุ้นเศรษฐกิจก็ต้องทำ!! เพราะหากไม่ทำ หรือทำไม่ได้ตามสัญญา มีหวังกระเทือนคะแนนเสียงแน่นอน

ที่สำคัญ… ที่วางแผนไว้สารพัด กลับเจอตอ กลับเจอปัญหา จะทำอะไรก็ “ไม่มีเงิน” สุดท้าย หันรีหันขวาง ก้ไม่พ้น ต้อง “กู้เงินเพิ่ม” เพื่อเข็นโครงการเรือธง อย่าง โครงการแจกเงินดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท ออกมาให้ได้

นโยบายนี้ กว่าจะเป็นรูปเป็นร่างมาได้ ก็ถูกขัดขวางมาสารพัด จนต้องหันมาใช้วิธีการใช้งบประมาณตามกฎหมาย แทนการออกพ.ร.ก.กู้เงินฯมาเป็นการเฉพาะ วงเงิน 5 แสนล้านบาท

ไม่เพียงเท่านี้…รัฐบาลยังสู้อุตส่าห์ วางแผนแหล่งเงินที่จะนำมาใช้แบบที่เรียกว่า รัดกุมดีพอแล้ว ไม่ว่าจะมาจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 68 วงเงิน 152,700 ล้านบาท

มาจากการใช้เงินจากมาตรา 28 ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ “ธ.ก.ส.” วงเงิน 172,300 ล้านบาท และการบริหารจัดการงบประมาณรายจ่ายประจำปี 67 วงเงิน 175,000 ล้านบาท

แต่เวลานี้ กลับพบว่า การจะใช้แหล่งเงินก้อนแรกจากการเกลี่ยงบประมาณปี 67 ก็ทำไม่ได้ซะแล้ว แม้จะเหลือเวลาใช้งบประมาณเพียงแค่ 5 เดือนก็ตาม

ด้วยเหตุว่าการจัดสรรเงินงบประมาณปี 67 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท ก็ทำไปเกือบ 100% โดยจัดสรรไปกว่า 3.45 ล้านล้านบาท เงินที่ตั้งใจจะเกลี่ยให้ได้ก็ทำไม่ได้

บรรดาส่วนราชการ และหน่วยรับงบประมาณต่างๆ ก็สนองนโยบายในการเร่งรัดเบิกจ่าย เร่งรัดการใช้เงิน เพื่อหวังให้เงินงบประมาณเข้ามาช่วยประคับประคองเศรษฐกิจในปีนี้ ให้เดินหน้า โดยเบิกจ่ายงบประมาณไปแล้วกว่า 1.74 ล้านล้านบาท หรือมากกว่าครึ่งทางเข้าไปแล้ว

ขณะที่ การจัดเก็บงบประมาณก็ไม่เป็นไปตามเป้าหมายซะอีก โดยการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 67 หรือตั้งแต่เดือนต.ค.66-ม.ค.67 รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ จำนวน 824,115 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 8,836 ล้านบาท หรือ 1.1%

เมื่อเป็นเช่นนี้…ความตั้งใจในการเกลี่ยงบประมาณปี 67 มาใช้ก่อน 1.75 แสนล้านบาท จึงไม่สามารถเดินตามเป้าหมายได้

ทางเลือกที่เหลือ…ก็จำเป็นที่ต้องหันไปตั้ง “งบกลางปี 67” เพิ่มเติมอีก 1.22 แสนล้านบาท แม้ครม.เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา จะยังไม่ได้เห็นชอบวงเงินที่ชัดเจนก็ตาม

แต่ก็ได้ไฟเขียวเห็นชอบในหลักการออกพ.ร.บ.รายจ่ายเพิ่มเติมปี 67 ออกมา เพื่อนำไปใช้กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการแจกเงินดิจิทัล วอลเล็ต โดยให้คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ ไปปรับกรอบการคลังระยะปานกลางใหม่ซะก่อน แล้วจึงนำมาเสนอให้ครม.เห็นชอบอีกรอบในสัปดาห์หน้า

แน่นอน…ในเมื่องบฯปี 67 ที่ต้องการจะเกลี่ยให้ได้  1.75 แสนล้านบาท ไม่พอ จึงต้องหันไปกู้เพิ่ม หากยังคงเป็นตัวเลขที่ 1.22 แสนล้านบาท นั่นหมายความว่า!! งบขาดดุลฯที่วางไว้แต่เดิมที่  6.93 แสนล้านบาท ก็ต้องเพิ่มตามไปด้วย

เช่นเดียวกับวงเงินงบประมาณรายจ่าย ที่ก่อนหน้านี้กำหนดไว้ที่ 3.48 ล้านล้านบาท ก็ต้องปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เช่นเดียวกับกรอบวงเงินหนี้สาธารณะของประเทศ ที่ต้องบริหารจัดการให้อยู่ภายใต้กรอบที่กำหนด เช่นเดียวกัน

นี่!! แค่ยกแรก เท่านั้นกับแหล่งที่มาของเงินที่จะนำมาเดินหน้าเรือธง ยังมี…ยกสอง จากการใช้เงินของ “ธ.ก.ส.” วงเงินกว่า 1.723 แสนล้านบาท…อีกยก

เพราะเวลานี้ นาทีนี้ ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน ว่าผิดหรือขัดต่อกฎหมายของ “ธ.ก.ส.” หรือไม่อย่างไร ซึ่งทั้งหมดยังรอคำตอบที่ชัดเจนจากฝ่ายกฎหมายของรัฐบาล ว่าจะเห็นเป็นอย่างไร

ขณะเดียวกัน การใช้เงินของ “ธ.ก.ส.” นี้ จะสามารถผ่านด่านคัดค้านจาก “สหภาพ ธ.ก.ส.” และที่เกี่ยวข้องได้มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะการคัดค้านจากฝ่ายค้านและฝ่ายตรงข้าม ที่คอยจ้องชัดเจน

ณ วันนี้ แม้ว่าหลายๆ คนจะถอดใจกับเรื่องเงินดิจิทัล วอลเล็ต ไปแล้วก็ตาม แต่ก็ต้องมารอดูกันว่ารัฐบาลจะฝ่าอุปสรรค เพื่อรักษาเก้าอี้ให้มั่นอย่างไร?

………………………….

คอลัมน์ : EC Focus by Virgo

- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img