วันพุธ, มิถุนายน 26, 2024
หน้าแรกCOLUMNISTSวัดใจ“รัฐบาล”ฟังคำเอกชน “ประคองคน..ประคองเศรษฐกิจ”
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

วัดใจ“รัฐบาล”ฟังคำเอกชน “ประคองคน..ประคองเศรษฐกิจ”

หายนะ!! จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปีนี้ ประเมินกันว่า…ทำให้เศรษฐกิจเสียหายไปแล้ว 5-8 แสนล้านบาท และถ้ารัฐบาลยังมีการล็อคดาวน์ยาวนานขึ้นไปจนถึงเดือนก.ย.นี้อีก ก็เชื่อว่าความเสียหายจะยิ่งเพิ่มจนไปแตะที่ 1 ล้านล้านบาทกันทีเดียว

ด้วยเหตุนี้…ภาคธุรกิจทั้ง 3 สถาบัน ทั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย และสมาคมธนาคารไทย จึงตบเท้าเข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม อีกรอบ เพื่อยื่น 3 ข้อเสนอ ที่จะช่วยประคับประคองให้การทำธุรกิจไม่ล่มจมไปมากกว่านี้

ทั้งการจัดหา “วัคซีน” ให้กับบรรดาแรงงานภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งต้องจัดหาและฉีดวัคซีนให้รวดเร็วกว่านี้ การให้ภาครัฐช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในเรื่องการจัดหาวัคซีนและชุดตรวจหาเชื้อโควิดด้วยตัวเองหรือ ATK รวมไปถึงการพิจารณาให้เอกชนที่มีศักยภาพ สามารถ ผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ ได้

แม้เป็นเรื่องที่ใครต่อใครก็รู้อยู่แล้วว่า…ปัญหาการจัดการวัคซีนของรัฐบาลหนักหนาสาหัสเพียงใด แต่ภาคเอกชนก็ต้องการกระทุ้งให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหานี้ให้ได้เด็ดขาดโดยเร็ว

ไม่เพียงเท่านี้รัฐบาล ยังต้อง “อัดฉีดเงิน” เข้าระบบให้มากขึ้นไปอีก เพื่อเยียวยาชีวิตคนไทย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม อย่างน้อยก็ต้องใช้เงินงบประมาณอีกอย่างน้อย 5 แสนล้านบาท เท่ากับที่ได้ออกพ.ร.ก.เงินกู้ รอบที่ 2 นั่นแหล่ะ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ถ้าอัดเงินเพื่อทำให้แรงงานยังมีงานทำต่อไป ต่อลม ช่วยเหลือภาคธุรกิจ ลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชน ให้เอกชน หรือแม้แต่การกระตุ้นกำลังซื้อ กระตุ้นการลงทุนให้เกิดขึ้นให้ได้ เพื่อพยุงไม่ให้เศรษฐกิจติดลบ พยุงให้ประชาชนดำเนินชีวิตต่อไปได้

อย่างที่บอก!! หากไม่ทำอะไรให้มันดีขึ้นกว่านี้ ปล่อยทุกอย่างไปตามยถากรรมเช่นนี้ เศรษฐกิจจะยิ่งเจ๊งมากขึ้น เพราะการติดเชื้อกำลังลุกลามเข้าไปสู่แรงงานในภาคผลิต ถ้าไม่ทำอะไรปัญหาจะลุกลามไปถึงการผลิตสินค้าจนไม่สามารถผลิตเพื่อการส่งออกได้

อย่าลืมว่า แม้ไทยยังคงเผชิญกับปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ภาคเอกชนยังเข้มแข็ง ยังสามารถเดินหน้าส่งออกสินค้าเพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างต่อเนื่อง จากที่ภาคการส่งออกติดลบจนมาปีนี้เชื่อกันว่าสามารถพลิกกลับมาเป็นบวกถึง 15%

แต่ถ้า…การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ยังคงไม่หยุดยั้ง ยังคงลุกลามเข้าสู่ภาคผลิตอย่างต่อเนื่อง จนทำให้สารพัดโรงงานต้องหยุด!!ต้องปิดกิจการ!! ไปทีละแห่ง ทีละแห่ง ทุกวัน ทุกวัน ก็น่าจะคิดกันได้ว่า…อะไร? จะเกิดขึ้นต่อจากนี้

เอาแค่ว่า ณ วันนี้ หากใครไปร้านเซเว่นฯ ไปห้างบิ๊กซี  แมคโคร โลตัส ก็จะพบเจอกับเชลฟ์ว่างเปล่า  แม้จะเป็นเพียงระยะสั้น ๆ ตามที่บรรดาผู้ประกอบการบอกมา เพราะก่อนหน้านี้คนตกใจแห่กันไปตุนสินค้า  และบางพื้นที่มีปัญหาเรื่อง “ขนส่ง” ก็ตาม

แต่!!!ลองคิดตามกันว่า หากสถานการณ์การแพร่ระบาดยังไม่ยุติ ปัญหานี้จะบานปลายใหญ่โตต่อไปเพียงใด ต่อให้ไทยโชคดีเพราะเป็นเมืองอู่ข่าวอู่น้ำของโลกก็ตาม หากการขนส่งทำไม่ได้ การผลิตสินค้าทำไม่ได้

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าไม่มีแรงงานผลิตสินค้า เพราะต่างคนต่างติดเชื้อโควิดกันหมด แล้วอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง!!

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกแหวกแนวอะไร ที่ภาคเอกชนจะกระทุ้งรัฐบาล หลายต่อหลายรอบ หลายต่อหลายครั้ง ให้เร่งลงมือแก้ไขปัญหาให้เด็ดขาดโดยเร็ว เพราะสุดท้ายแล้ว!!! คนไทยทั้งประเทศที่ต้องรับกรรม

คนร่ำคนรวย คนมีฐานะมีเงิน หรือคนในรัฐบาลเอง อาจไม่เดือดร้อนเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ แต่อย่าลืมว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศยังเป็นคนจน เป็นผู้มีรายได้น้อย เป็นคนยากไร้ ที่ยังต้องการความช่วยเหลือ ต้องการการดูแลจากภาครัฐ

หากปัญหา!! ยังไม่ได้รับการแก้ไขโดยเร็ว อนาคตของรัฐบาลก็ยิ่งสั้นลงเร็วมากขึ้นเท่านั้น ไม่ต้องรอให้ฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ต้องรอให้บรรดาม็อบเดินขบวนเรียกร้อง สร้างความรุนแรง เผาป้อมตำรวจ เผารถตำรวจ

แต่บรรดาพี่น้องคนไทย จะเริ่มหมดศรัทธา เริ่มหมดความเชื่อมั่นใน “ฝีมือ” ของรัฐบาลกันไปเอง!!

……………………….

คอลัมน์ : EC Focus by Virgo

- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img