วันอังคาร, ตุลาคม 4, 2022
หน้าแรกCOLUMNISTS“เอกชน”.... เมิน“ปม 8 ปีนายกฯลุงตู่” ห่วงต่างประเทศ“ลงทุน”เพื่อนบ้าน
- Advertisment -spot_imgspot_img

“เอกชน”…. เมิน“ปม 8 ปีนายกฯลุงตู่” ห่วงต่างประเทศ“ลงทุน”เพื่อนบ้าน

ในที่สุด!! ปมร้อนการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ก็…มีความชัดเจน หลังคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์ “รับพิจารณาคำร้อง” กรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเข้าชื่อ ขอให้วินิจฉัยการดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี


การรับคำร้องครั้งนี้ได้กลายเป็นกระแส “ทอล์กออฟเดอะทาวน์” ทันทีหลังตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติ เพราะ…ไม่เพียงแค่การรับคำร้องเท่านั้น แต่ยังมีมติ 5:4 เสียง สั่งให้พล.อ.ประยุทธ์ “หยุดปฎิบัติหน้าที่” จนกว่าจะมีคำสั่งต่อไป

ที่สำคัญ…การรับคำร้องฯที่เกิดขึ้น กลายเป็นวันเดียวกันกับการจัดงานใหญ่ งานสำคัญทางเศรษฐกิจ ที่เรียกได้ว่า เป็นเวทีสร้างการกระแสความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจอีกเวทีหนึ่ง อย่างงาน “ไทยแลนด์ โฟกัส 2022” ที่มีนักลงทุนทั่วโลก ทั้งไทยและเทศเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

ขณะที่บริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ที่เข้าร่วมงานก็มีทั้งหมด 124 บริษัท ทั้งบริษัทที่อยู่ในอันดับ เซ็ต 50, เซ็ต 51-100 หรือ นอน-เซ็ต 100


ทันทีที่มีกระแสข่าวออกมา กลับกลายเป็นว่า บรรดาภาคเอกชนต่างมองไปในทิศทางเดียวกันว่า ไม่มีผลอะไรกับสถานการณ์เศรษฐกิจมากนัก เพราะต่างมองว่าเป็นเรื่องทางการเมืองอยู่แล้ว

แต่ที่น่าสนใจ!! กลับกลายเป็นว่า บรรดานักลงทุนไม่ได้มีคำถามต่อสถานการณ์การเมืองไทยใด ๆ ด้วยซ้ำไป แต่กลายเป็นว่า คำถามจะไปอยู่ในเรื่องของบริษัทต่าง ๆ ว่าจะเติบโต ปรับตัว หรือมีแนวโน้มในการทำธุรกิจอย่างไรเสียมากกว่า

เหตุผลหนึ่งเป็นเพราะ…ณ เวลานี้ การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 วงเงิน 3.185 ล้านล้านบาท ได้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรทั้งวาระ 2 และวาระ 3 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ขณะเดียวกันแม้พล.อ.ประยุทธ์ต้องหยุดการทำหน้าที่ไปจนกว่าจะมีคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ได้หมายความว่าคณะรัฐมนตรีจะปฎิบัติหน้าที่ไม่ได้

สภาพคณะรัฐมนตรีอาจจะไม่ 100% แต่ก็ยังสามารถขับเคลื่อนนโยบายหรือการทำงานต่าง ๆ ได้ตามปกติ ไม่ส่งผลกระทบให้นโยบายหยุดชะงัก หรือค้างเติ่งอะไร?

เพราะรองนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 1 อย่าง “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ก็สามารถขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่แทน หรือรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีได้ เช่นเดียวกับกรณีที่นายกรัฐมนตรี เดินทางไปปฏิบัติราชการในต่างประเทศ

นอกจากนี้บรรดานักลงทุน บรรดาภาคเอกชน ต่างมองว่า บรรยากาศหรือความตึงเครียดจากการชุมชนบนท้องถนนจะคลี่คลายลง เพื่อให้ทุกฝ่ายไปตั้งหลัก และรอคำวินิจฉัย ที่คาดว่าจะมีการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเดือนก.ย.นี้

ส่วนเรื่องการที่ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก หรือ “เอเปก” 2022 ในวันที่ 14-19 พ.ย.นี้ ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ?

ไม่ว่าจะเป็นพล.อ.ประยุทธ์กลับมา หรือพล.อ.ประวิตร รักษาราชการแทน การประชุมก็ยังเดินหน้าต่อ!! หากถามว่าประเทศไทยจะสง่างามหรือไม่?

ในภาพของคนไทยอาจรู้สึกว่า “ไม่” แต่ในมุมมองของต่างชาติแล้ว เชื่อเถอะ เป็นเรื่องธรรมดา !! เพราะไม่ว่าจะเป็นประเทศใดก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

พูดกันให้ชัดบรรดานักลงทุนอาจไม่ได้สนใจสถานการณ์ทางการเมืองด้วยซ้ำไป เพราะส่วนใหญ่ต่างมองไปที่เรื่องของฐานะของประเทศมากกว่า ทั้งฐานะการเงินการคลัง หรือแม้แต่ความสามารถของบริษัทเอกชน

ที่สำคัญ…ที่นักลงทุนให้ความสำคัญมาก ก็คือ เรื่องของความต่อเนื่องของนโยบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายด้านโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ซึ่งในยุคของพล.อ.ประยุทธ์ ก็คงหนีไม่พ้นในเรื่องของ โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ “อีอีซี” มูลค่าลงทุนกว่า 1.72 ล้านล้านบาท

ตราบใดที่การเมือง…ไม่พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่ล้มเลิก ล้มล้างนโยบายสำคัญ ๆ บรรดานักลงทุนก็ไม่ได้ให้ค่า กับการเมืองสักเท่าใดนัก เพราะต่างก็เคยชิน คุ้นชิน มาทุกยุคทุกสมัย

ถ้าการเมืองไม่เปลี่ยนตอนนี้ แต่ในอีก 6 เดือนข้างหน้า ก็ต้องเปลี่ยนอยู่แล้ว จากการครบเทอมของรัฐบาล ซึ่งต้องมีการเลือกตั้งใหม่ในช่วงไตรมาสแรกของปี 66

แต่…สิ่งที่ภาคเอกชนเห็นตรงกันมากกว่า ก็คือ การเร่งจูงใจให้เกิดการลงทุนในไทย ให้ได้เร็ว ให้ได้มากที่สุด ในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ต้องการ เพราะคลื่นการลงทุนลูกใหม่โดยเฉพาะจากจีน กลับมองข้าม “ไทย” แต่หันไปหาเพื่อนบ้านอย่าง เวียดนาม และอินโดนีเซีย แทน

นี่สิ!! คือเรื่องที่น่ากังวล มากกว่า…

…………………………………

คอลัมน์ : EC Focus by VirgoVirgo

สนับสนุนคอลัมน์ โดย E@ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)

spot_imgspot_img
- Advertisment -
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -

Featured

- Advertisment -
- Advertisment -
Advertismentspot_imgspot_img