วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 30, 2024
หน้าแรกCOLUMNISTS“กกพ.”ยืนยัน....ค่าไฟฟ้า“อัตราเดียว” เป็นไปตามประกาศราชกิจจานุเบกษา
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“กกพ.”ยืนยัน….ค่าไฟฟ้า“อัตราเดียว” เป็นไปตามประกาศราชกิจจานุเบกษา

หลังจาก คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ มีมติเห็นชอบค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) สำหรับเรียกเก็บงวด พ.ค.-ส.ค.2566 เป็นอัตราเดียวกันสำหรับบ้านที่อยู่อาศัย และผู้ใช้ไฟฟ้าในภาคโรงงาน อุตสาหกรรม, ภาคบริการ, โรงแรม และประเภทอื่นๆ เท่ากับ 98.27 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 4.77 บาทต่อหน่วยนั้น ก็เกิดข้อสงสัยจากสังคมว่า ทำไมค่าเอฟทีบ้านที่อยู่อาศัยต้องเรียกเก็บในอัตราเดียวกันกับภาคอุตสาหกรรม

ขณะที่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดย “อิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต” รองประธาน ส.อ.ท. ก็ได้ออกมาเสนอให้ กกพ. ปรับเกณฑ์การคำนวนค่าเอฟทีใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาพลังงานในปัจจุบัน โดยอาจจะเปลี่ยนการคำนวนค่าเอฟทีจาก 3 งวด/ปี และงวดละ 4 เดือนเป็น 6 งวด/ปี หรือ ทุก 2 เดือน เพื่อให้ต้นทุนค่าไฟฟ้ามีความถูกต้องต่อสถานการณ์มากขึ้น

“คมกฤช ตันตระวาณิชย์” เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (ส่านักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. ระบุว่า หลักเกณฑ์การคิดคำนวนค่าเอฟทีเป็นอัตราเดียวกันสำหรับบ้านที่อยู่อาศัย และผู้ใช้ไฟฟ้าในภาคโรงงานอุตสาหกรรมนั้น เป็นการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยอัตราค่าไฟฟ้าบ้านที่อยู่อาศัย และผู้ใช้ไฟฟ้าในภาคโรงงานอุตสาหกรรมถูกกำหนดให้เป็นราคาเดียวกัน

คมกฤช ตันตระวาณิชย์

ส่วนหลักเกณฑ์การคิดคำนวนค่าเอฟทีในแต่ละงวดนั้น “คมกฤช” อธิบายว่า การพิจารณาค่าเอฟทีในแต่ละงวด จะต้องประมาณการค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นจริง เช่น อัตราแลกเปลี่ยน ราคาเชื้องเพลิงพลังงานที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเดินเครื่องโรงไฟฟ้า โดยอ้างอิงจากข้อมูลจริงเฉลี่ยในเดือนก่อนหน้า 1 เดือน โดยการพิจารณาค่าเอฟทีในงวดเดือน พ.ค.-ส.ค.2566 เป็นการประมาณการค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นโดยอ้างอิงจากข้อมูลจริงเฉลี่ยในเดือนม.ค. 2566 ซึ่งการพิจารณาค่าเอฟทีงวดเดือน พ.ค.-ส.ค.2566 นั้นต้องเริ่มดำเนินการในช่วงระหว่างเดือน ก.พ.-มี.ค.2566 ดังนั้นจึงต้องอ้างอิงจากข้อมูลจริงเฉลี่ยในเดือนม.ค.2566 เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ดังนั้นการจะปรับหลักเกณฑ์การคิดคำนวนค่าเอฟทีนั้นต้องใช้ระยะเวลาไม่สามารถทำได้ทันที

ส่วนการคิดคำนวนค่าเอฟทีงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค.2566 ก็จะเป็นการประมาณการค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นโดยอ้างอิงจากข้อมูลจริงเฉลี่ยในเดือนพ.ค.2566 โดยจะเริ่มพิจารณาค่าเอฟทีในระหว่างเดือน มิ.ย.-ก.ค.2566 ดั้งนั้นค่าเอฟทีจะปรับเพิ่มขึ้น หรือลดลงก็ขึ้นอยู่กับราคาค่าเชื้อเพลิง และอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงเดือนพ.ค.2566

มิตเตอร์ไฟ

รอรัฐบาลใหม่ลดค่าไฟฟ้า?

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่าไฟฟ้าในงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค.2566 อาจจะถูกปรับลดลงหรือไม่นั้น ก็ต้องรอดูนโยบายของรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้ง เพราะการหาเสียงหลายพรรคประกาศเป็นนโยบายไว้ว่าจะปรับลดค่าไฟฟ้า ปรับลดราคาน้ำมัน ราคาแก๊ส โดย พรรคเพื่อไทย ชูนโยบายว่า “เพื่อไทยเป็นรัฐบาล” ค่าไฟ ค่าน้ำมัน ค่าแก๊ส ลดราคาทันที พรรคก้าวไกล หาเสียงไว้ว่า หยุดเอื้อทุนใหญ่ ลดค่าไฟทันที 70 สตางค์ต่อหน่วย พรรคภูมิใจไทย ชูนโยบาย ฟรีโซล่าเซลล์ ลดค่าไฟฟ้าบ้านละ 450 บาทต่อเดือน ได้สิทธิซื้อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าผ่อนเดือนละ 100 บาท 60 งวด พรรคเสรีรวมไทย ชูนโยบาย น้ำมันไฟฟ้าราคาถูกสำหรับประชาชน พรรคชาติพัฒนากล้า ชูนโยบาย รื้อโครงสร้างพลังงาน น้ำมัน แก๊ส ไฟฟ้า ถูกลง พรรคไทยภักดี ของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรค ชูนโยบาย ค่าไฟครัวเรือน 2.50 บาท

…………..

คอลัมน์ : เข็มทิศพลังงาน

โดย…“ไรวินทร์”

สนับสนุนคอลัมน์ โดย :  บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img