วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 30, 2024
หน้าแรกCOLUMNISTSเอาใจสายมู‘แพลตฟอร์มทำบุญออนไลน์’ SAMART รุกอาเซียน-ใน5ปีตั้งเป้าพันล.
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

เอาใจสายมู‘แพลตฟอร์มทำบุญออนไลน์’ SAMART รุกอาเซียน-ใน5ปีตั้งเป้าพันล.

ไม่น่าเชื่อว่าธุรกิจใหญ่ยักษ์ขนาดไหน จะเป็นคนขายน้ำมัน หรือเจ้าตลาดโทรคมนาคม ก็ยังต้องมาเล่น ธุรกิจซอฟพาวเวอร์ รวมถึงธุรกิจที่ใกล้ตัวคนมากขึ้น เพื่อให้เข้าถึงลูกค้ารายบุคคล ง่ายต่อการสร้างฐานความนิยม ขณะเดียวกันก็สร้างรายได้งามๆ ให้ด้วย

อย่าง ธุรกิจสายมู ก็เป็นตลาดที่กำลังเติบโตสูง เพราะทราบกันดีว่า คนไทยรวมถึงคนเอเชีย จะทำอะไรต้องดูฤกษ์ยาม หรือช่วงเวลานี้ใครๆ ก็อยากรวยเร็ว ก็ต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันเป็นธรรมดา บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SAMART) ก็ไม่น้อยหน้า มาเอาดีในธุรกิจสายมู ตั้ง บริษัท Lucky Heng Heng น้องใหม่ของกลุ่มมาทำเรื่องนี้โดยตรง ตั้งเป้าเป็น ผู้นำในธุรกิจ Mutech ทั้งในและต่างประเทศ

มีบริการครบวงจร 4 รูปแบบ คือ ดูดวง online ภายใต้ Horoworld ผ่านแอปพลิเคชั่น และเว็บไซต์ โดยดีลกับนักพยากรณ์ในศาสตร์ต่างๆ กว่า 200 ท่าน ให้บริการ 24 ชม. หรือการทำบุญออนไลน์ภายใต้ Thai Merit ปัจจุบันเป็นแพลตฟอร์มการทำบุญสำหรับวัด เช่น วัดเล่งเน่ยยี่ พุทธคยาที่ประเทศอินเดีย และอีกกว่า 100 วัดชื่อดังในประเทศไทย เอาใจสายบุญสามารถทำบุญออนไลน์ได้สะดวก รวมถึงบริการ Mu Commerce จำหน่ายสินค้าของวัตถุมงคล และ Muketing หรือ Marketing Agency สายมูให้กับลูกค้าองค์กร ในกลุ่มธนาคาร ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ และธุรกิจค้าปลีกต่างๆ

“สุภวัส พรหมวิทักษ์” ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สามารถ ดิจิตอล จำกัด (มหาชน) เล่าสถานการณ์สายมูให้ฟังว่า คนไทยศรัทธาเรื่องพวกนี้มานานแล้ว เพียงแต่เมื่อก่อน เป็นลักษณะเดินทางไปกราบไหว้เอง เหนือจรดใต้ แต่พอเทคโนโลยีเข้ามาในชีวิตประจำวัน ทำให้อะไรๆ ง่ายขึ้น การเข้าถึงก็ยิ่งง่ายผ่านออนไลน์ บวกด้วยสื่อโซเชียลทำให้กระแสถูกตีฟูอย่างรวดเร็ว อย่างการดูดวงจะเห็นชัดว่า สามารถพบหมอเพื่อดูดวงออนไลน์ได้ตลอด 24 ชม.หรือจะฝากคำถามให้หมอตอบภายหลังก็ทำได้

“พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ทุกคนต้องการอะไรที่รวดเร็วทันใจ สั้นๆ ง่ายๆ สายมูก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ยิ่งตอนนี้คนมีปัญหามีความเครียดเยอะ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ สายมูก็เลยเป็นเหมือนมาช่วยให้ผู้คนมีความรู้สึกดีขึ้น อาจทำให้มีทางออกคลายทุกข์ได้ ทำให้มั่นอกมั่นใจในการทำอะไรต่างๆ มากขึ้น”

สุภวัส พรหมวิทักษ์

“สุภวัส” ประเมินจำนวนสายมูให้ฟังว่า ก่อนหรือหลังโควิด จำนวนคนสายมูไม่ได้เพิ่มขึ้น โดยส่วนตัวทุกคนมูอยู่แล้ว แต่การรับรู้มากขึ้นเท่านั้นเอง ส่วนต่างชาติอย่างคนจีน หรือไต้หวัน เขานับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านเรามานานแล้ว แต่ถูกตีฟูด้วยสื่อโซเชียล แล้วเขาก็มีอินฟลูเอนเซอร์ที่นิยมอยู่ พอบอกไหว้แล้วสำเร็จ ก็จะตามอินฟลูฯมา แล้วประชากรเขาก็เยอะด้วย ซึ่งในอดีตต้องนั่งเครื่องบินมา ปัจจุบันสามารถออนไลน์ได้เลย จะกราบไหว้ขอพร หรือถวายเครื่องสักการะก็ทำได้ เพราะมีแพลตฟอร์มให้บริการ อย่างของ SAMART เราก็ถือเป็นผู้ปฏิบัติการทางด้านการทําบุญใหญ่ที่สุดในตอนนี้

“สุภวัส” บอกแผนอนาคตว่า จะบุกตลาดคนจีนมากขึ้น ตอนนี้เจอพาร์ทเนอร์ที่จะขยายฐานลูกค้าคนจีนได้แล้ว ทำให้เราไม่ต้องไปนั่งหาลูกค้าเอง เพราะถ้าไม่มีพาร์ทเนอร์ก็เข้าถึงได้ยากเหมือนกัน เนื่องจากต้องยอมรับว่าจีนค่อนข้างมีกฎระเบียบเข้มงวดเรื่องศาสนา เขาไม่ได้เสรีเหมือนประเทศไทย

ส่วนลูกค้าในประเทศไทยก็จะขยายฐานด้วย เน้นหาพาร์ทเนอร์ที่มีฐานลูกค้าในมือจำนวนมาก เช่น ธนาคาร อย่างธนาคารอาคารสงเคราะห์ เป็นต้น หรือ ชอปปิ้งมอลล์ เช่น เซ็นทรัล หรือ เดอะมอลล์ เพื่อทำโปรโมชันร่วมกันให้มีลูกค้ามาใช้บริการมากขึ้น ขณะเดียวกันก็จะมีจำนวนวัดที่จะประสานงานเพิ่มเติม เพื่อให้ลูกค้าสามารถโอนเงินเข้าวัดได้โดยตรง

“เข“” ยกตัวการทำบุญออนไลน์ให้เห็นภาพว่า อย่างคนอยากจะแก้ปีชง ก็โอนเงินให้วัดเล่งเน่ยยี่โดยตรง เราเป็นผู้ทำระบบให้วัด มีคนถ่ายรูปให้ส่งมาให้เรา เราส่งให้ลูกค้าต่อ ข้อดีคือลดหย่อนภาษีได้ด้วย ตอนนี้เราก็พยายามเข้าไปหารือกับวัดหลายแห่ง แต่วัดก็จะระมัดระวังเพื่อไม่ให้เป็นพุทธพาณิชย์เกินไป ส่วนบางวัดที่ไม่ได้มีการประสานงานก็จะไปดีลกับพ่อค้าแม่ค้าที่อยู่ตรงนั้น ไปอบรมเขาว่าต้องทำอย่างไร ต้องถ่ายมุมไหนให้ชัดเจน เพื่อให้คนทำบุญมั่นใจ ลักษณะนี้คนทำบุญจะโอนเงินให้บริษัทฯให้เราบริหารจัดการให้

“ฐานลูกค้าขยายมากขึ้น เพราะค่าใช้จ่ายในการทำบุญให้วัดเท่ากับที่เขามาเอง หรือบางทีน้อยกว่า ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเวลาเดินทาง ลดการเสียเวลาหาที่จอดรถ ขณะเดียวกันก็ลดความแออัด ลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดของโควิดได้ด้วย ทำให้การทำบุญออนไลน์เป็นที่นิยมมากขึ้น” 

ในส่วนของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่นิยมทำบุญออนไลน์ในตอนนี้ สำหรับคนจีนจะนิยม 3 สถานที่ คือ พระพรหมเอราวัณ บริเวณสี่แยกราชประสงค์ พระพิฆเนศ แยกห้วยขวาง เพื่อขอพรให้ประสบความสำเร็จเรื่องธุรกิจ และ วัดมหาบุศย์ หรือ วัดแม่นาคพระโขนง เพื่อขอบุตร เพราะหลายคนมีบุตรยาก ส่วนคนไทยจะนิยมกราบไหว้ที่ วัดเจดีย์ (ไอ้ไข่)  จังหวัดนครศรีธรรมราช ถ้ำนาคา จังหวัดบึงกาฬ และ ท้าวเวสสุวรรณ วัดจุฬามณี อัมพวา สมุทรสงคราม โดยจะเน้นเรื่องเงินทองเป็นหลัก

มาดูลูกค้าในมือของ SAMART ในตอนนี้ แอปพลิเคชันดูดวงกับทำบุญ รวมกันก็ 600,000 กว่าดาวน์โหลดแล้ว รายได้เน่าะๆ กระโดดเป็นเท่าตัว จากปีก่อน 50 ล้านบาทปีนี้ก็เข้าใกล้ 100 ล้านบาท แล้วก็จะกระโดดไปดีลกับวัดในต่างประเทศโซนเอเชียด้วย

“สุภวัส” บอกว่า เป้าหมายสูงสุด คือ “แพลตฟอร์มของอาเซียน” ให้คนทั้งโลกมาใช้แพลตฟอร์มของ SAMART ถือเป็นการเผยแพร่ซอฟต์พาวเวอร์ของอาเซียนอย่างหนึ่ง ให้คนเข้าถึงความเชื่อและความศรัทธาของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกที่ในอาเซียน ซึ่งเป้าหมายนี้จะทำให้เกิดขึ้นภายใน 5 ปีจากนี้ และเมื่อนั้นธุรกิจเบาๆ จะสร้างรายได้หนักๆ ให้บริษัทหลักพันล้านใน 5 ปี

………………………

คอลัมน์ : เข็มทิศพลังงาน

โดย..“สายัญ สัญญา”

- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img