Ecological Restoration : The Intentional Process of Assisting the Recovery of an Ecosystem
“…..เมื่อโลกกำลังจะเผชิญกับ การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ครั้งที่หก และ “วิกฤติสภาพภูมิอากาศ การฟื้นฟูระบบนิเวศวิทยา จึงเปลี่ยนจากงานอดิเรกเฉพาะกลุ่ม มาเป็นเรื่องสำคัญระดับโลก ไปเรียบร้อย …”
การฟื้นฟูระบบนิเวศ Ecological Restoration คือ กระบวนการโดยตั้งใจที่จะช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศวิทยาที่เสื่อมโทรม เสียหาย หรือถูกทำลาย เพื่อพลิกฟื้นการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ .. โดยพื้นฐานแล้ว พวกมัน คือ “การแพทย์สิ่งแวดล้อม Environmental Medicine” ซึ่งรวมไปถึงการวินิจฉัยสาเหตุที่ภูมิทัศน์ล้มเหลว Diagnosing Why a Landscape is Failing และดำเนินการตามแผนการรักษา Implementing a Treatment Plan เพื่อคืนสู่สภาพที่แข็งแรง Return it to a State of Health และพึ่งพาตนเองได้ Self – Sufficiency ..

ความคาดหวัง และเป้าหมายในกระบวนการฟื้นฟูระบบนิเวศที่เสื่อมโทรม เสียหาย หรือถูกทำลาย Process of Restoring Ecosystems that have been Degraded, Damaged or Destroyed เหล่านี้ เป็นไปเพื่อที่จะปรับปรุงสุขภาพ ความสมบูรณ์ และความยั่งยืน Improve Their Health, Integrity & Sustainability ในระบบนิเวศวิทยา อันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของมนุษยชาติโดยจงใจ และอิงตามหลักพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ Intentional & Science – Based Activities เช่น การปลูกป่า Reforestation, การสร้างพื้นที่ชุ่มน้ำ Wetland Creation หรือการกำจัดชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน Removing Invasive Species เพื่อคืนระบบนิเวศให้กลับสู่เส้นทางธรรมชาติที่ยั่งยืนด้วยตนเอง Self – Sustaining, Natural Trajectory ต่อไป ..
จนถึงวันนี้ มุมมองสำคัญของการฟื้นฟูระบบนิเวศ Key Aspects of Ecological Restoration ได้แก่ การตั้งเป้าหมายหลักในการการพลิกฟื้นการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ Reverse Biodiversity Loss, บรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Mitigate Climate Change และฟื้นฟูบริการของระบบนิเวศ Restore Ecosystem Services ให้กลับมาได้อีกครั้งด้วยเทคนิคทั่วไป เช่น การปลูกป่า Reforestation, การนำพันธุ์ไม้พื้นเมืองกลับมา Reintroducing Native Species, การฟื้นฟูระบบน้ำตามธรรมชาติ Restoring Natural Hydrology, การควบคุมชนิดสายพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน Controlling Invasive Species และการใช้ไฟควบคุม Using Prescribed Fire เป็นต้น .. ทั้งนี้ นอกจากการซ่อมแซมระบบนิเวศ Repair Ecosystems ที่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์โดยทั่วไปแล้ว โครงการลักษณะนี้ทั่วโลกนั้น มีตั้งแต่การฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำในท้องถิ่น Local Wetland Restoration ไปจนถึงโครงการริเริ่มระดับนานาชาติ International Initiatives เช่น โครงการทศวรรษแห่งการฟื้นฟูระบบนิเวศของสหประชาชาติ UN Decade on Ecosystem Restoration 2021 – 2030 เป็นต้น ..
ทั้งนี้ “โครงการทศวรรษแห่งการฟื้นฟูระบบนิเวศของสหประชาชาติ UN Decade on Ecosystem Restoration 2021 – 2030″ ที่กล่าวถึงนั้น คือ ความร่วมมือของนานาชาติทั่วโลก ในปี 2564 – 2573 นำโดยโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ United Nations Environment Programme: UNEP และองค์การอาหาร และการเกษตรแห่งสหประชาชาติ Food & Agriculture Organization of the United Nations: FAO เพื่อป้องกัน Prevent, หยุดยั้ง Halt และฟื้นฟูระบบนิเวศที่เสื่อมโทรมบนบก และในทะเล Restore Degraded Ecosystems on Land & in the Sea โดยตั้งเป้าพื้นที่ฟื้นฟู Restoration Target Areas ไว้มากกว่า 1 พันล้านเฮกตาร์ หรือ 10 ล้านตารางกิโลเมตรทั่วโลก ภายในปี 2573 เพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ลดความยากจน และยุติการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ รวมไปถึงการป้องกันความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศทั่วโลก ..

เป้าหมายหลัก Main Objective ได้แก่ เร่งการฟื้นฟูระบบนิเวศที่ถูกทำลายทั่วโลก Accelerate the Restoration of Damaged Ecosystems Worldwide ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ Forests, พื้นที่ชุ่มน้ำ Wetlands, แหล่งน้ำจืด Freshwater Sources, พื้นที่เกษตรกรรมบนบก และในทะเล Agricultural Land & the Sea ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยความร่วมมือจากนานาประเทศ และผู้คนชุมชนในพื้นที่ นั่นเอง ..
อย่างไรก็ตาม หลักการสำคัญ Core Principles สำหรับการฟื้นฟูระบบนิเวศที่ประสบความสำเร็จนั้น มิได้หมายถึงเพียงแค่การปลูกต้นไม้ Planting Trees เท่านั้น แต่หมายถึง การสร้างเครือข่ายปฏิสัมพันธ์ที่ซับซ้อน Rebuilding the Complex Web of Interactions ระหว่างดิน Soil, น้ำ Water, พืช Plants, สัตว์ Animals และผู้คนในชุมชน People in the Community ขึ้นมาใหม่ สรุปได้ดังนี้ :-
– ความสมบูรณ์ทางนิเวศวิทยา Ecological Integrity : หมายถึง การมุ่งสู่ระบบนิเวศที่ยืดหยุ่น Resilient Ecosystems สามารถดำรงอยู่ได้ด้วยตนเอง Sustain Itself และปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง Adapt to Changes เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Shifts เป็นต้น ได้อย่างยั่งยืน ..
– ระบบนิเวศอ้างอิง Reference Ecosystems : การฟื้นฟูระบบนิเวศ Ecological Restoration นั้น ใช้ระบบนิเวศแบบจำลองที่มีสุขภาพดีในบริเวณใกล้เคียง หรือข้อมูลในอดีต Healthy Model Ecosystem or Historical Data เพื่อเป็นแนวทางว่า พื้นที่ที่ได้รับการฟื้นฟูควรมีลักษณะอย่างไร ..
– การมีส่วนร่วมทางสังคม Social Engagement : การมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้แน่ใจว่า โครงการได้รับการสนับสนุนในระยะยาว และสร้างคุณค่าให้แก่ผู้คนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงได้อย่างมั่นใจ และยั่งยืน ..
ทั้งนี้ ปัจจุบัน การฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างกว้างขวาง Extensive Ecosystem Restoration กำลังถูกมองว่า เป็นหัวใจสำคัญของการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ Conserving Biodiversity และการรักษาสภาพภูมิอากาศของโลก Stabilizing the Climate of the Earth .. แม้ว่าจะมีการกำหนดเป้าหมายระดับชาติ และระดับโลกที่ทะเยอทะยานไว้แล้วก็ตาม แต่พื้นที่สำคัญระดับโลกที่คำนึงถึงความแปรผันเชิงพื้นที่ของผลประโยชน์ และต้นทุนยังไม่ได้รับการระบุอย่างชัดเจนนัก ในการนี้ นานาประเทศ ได้พัฒนา และประยุกต์ใช้แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพแบบหลายเกณฑ์ Multicriteria Optimization Approach ที่ระบุพื้นที่สำคัญโดยเฉพาะสำหรับการฟื้นฟูในทุกชีวนิเวศวิทยาบนบก Restoration Across All Terrestrial Biomes และประมาณการผลประโยชน์ และต้นทุน Estimates their Benefits & Costs ไปพร้อมด้วย ทำให้ได้ข้อค้นพบว่า การฟื้นฟูพื้นที่ที่เปลี่ยนแปลงไป Restoring Altered Areas เพียง 15 % ในพื้นที่สำคัญ Key Regions สามารถหลีกเลี่ยงการสูญพันธุ์ที่คาดการณ์ไว้ได้ 60 % ในขณะเดียวกันก็สามารถกักเก็บ CO2 ได้ 299 GT ซึ่งคิดเป็น 30 % ของปริมาณ CO2 ที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดในชั้นบรรยากาศ หรือ 14 % ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดนับตั้งแต่การปฏิวัติอุตสาหกรรม Total Emissions, Since the Industrial Revolution ..
การรวมชีวนิเวศหลายแห่ง Inclusion of Several Biomes คือ กุญแจสำคัญในการบรรลุผลประโยชน์หลายประการ Achieving Multiple Benefits .. ประสิทธิภาพด้านต้นทุน Cost Effectiveness สามารถเพิ่มขึ้นได้ถึง 13 เท่า เมื่อการจัดสรรพื้นที่ได้รับการปรับให้เหมาะสมโดยใช้แนวทางหลายเกณฑ์ Multicriteria Approach ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการวางแผนพื้นที่ Importance of Spatial Planning ซึ่งยืนยันถึงศักยภาพอันมหาศาลของการฟื้นฟูระบบนิเวศ Immense Potential of Ecosystem Restoration ในการแก้ไขปัญหาความท้าทายระดับโลก พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ด้วยการประสานงานกันจากหลายหน่วยงาน หลายองค์กร และหลายชาติอย่างใกล้ชิด ..
นักวิทยาศาสตร์ Scientists ประเมินว่า อัตราการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตในปัจจุบัน Current Species Extinction Rate หรืออัตราการสูญพันธุ์ในยุคโฮโลซีน Holocene Extinction สูงกว่าอัตราปกติถึง 1,000 – 10,000 เท่า .. การสูญเสียถิ่นที่อยู่ Habitat Loss คือ สาเหตุสำคัญของการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต Species Extinctions และการลดลงของบริการระบบนิเวศ Ecosystem Service Decline .. มี 2 วิธีที่ได้รับการระบุว่าสามารถชะลออัตราการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต และชะลอการลดลงของบริการระบบนิเวศ ได้แก่ การอนุรักษ์ถิ่นที่อยู่ที่มีคุณภาพ Conservation of Quality Habitat และการฟื้นฟูถิ่นที่อยู่เสื่อมโทรม Restoration of Degraded Habitat .. จนถึงปัจจุบัน จำนวน และขนาดต่าง ๆ ของโครงการฟื้นฟูระบบนิเวศ Ecosystem Restoration Projects นั้น เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีโครงการหลายแสนโครงการ เกิดขึ้น และดำเนินงานอยู่ทั่วโลก ..
ทั้งนี้ การฟื้นฟูระบบนิเวศ Ecosystem Restoration คือ แนวทางแก้ปัญหาบนฐานของธรรมชาติ Nature – Based Solutions ที่มีประสิทธิภาพสูงในการกักเก็บคาร์บอน Highly Efficient Carbon Sequestration และลดผลกระทบจากภัยพิบัติ Reduces the Impact of Disasters รวมทั้งสร้างความมั่นคงทางอาหาร และรายได้ Ensures Food Security & Income มาพร้อมด้วย โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งของผลิตภัณฑ์มวลรวมโลก Global Gross Domestic Product: GDP ต้องพึ่งพาธรรมชาติ ซึ่งการฟื้นฟู Restoration จะสามารถช่วยลดความยากจน และความหิวโหย Reduces Poverty & Hunger ได้อย่างยอดเยี่ยมสำหรับอนาคตเศรษฐกิจสีเขียว Green Economy Future จากนี้ไป ..
เป็นที่ชัดเจนว่า การฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ Biodiversity Restoration มีความสำคัญยิ่ง เนื่องจากช่วยสนับสนุนสุขภาพของระบบนิเวศ Health of Ecosystems และให้บริการที่จำเป็น เช่น อากาศที่สะอาด Clean Air, น้ำ Water และการผสมเกสร Pollination ซึ่งมีความสำคัญต่อการอยู่รอด และความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษยชาติ Vital for Human Survival & Well – Being .. การฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ Biodiversity Restoration ยังช่วยเพิ่มความสามารถในการฟื้นตัวของระบบนิเวศต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภัยพิบัติทางธรรมชาติ Enhances the Resilience of Ecosystems to Climate Change & Natural Disasters อีกด้วย ..

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายการฟื้นฟู Restoration Goals สะท้อนถึงทางเลือกทางการเมือง Political Choices และแตกต่างกันไปตามภูมิสังคม Socio – Geography ที่เป็นสถานที่ Place และวัฒนธรรม Culture .. ในระดับโลก แนวคิดเรื่องธรรมชาติเชิงบวก Concept of Nature – Positive ได้เกิดขึ้น กลายเป็นเป้าหมายทางการเมือง และเป้าหมายทางสังคมมาพร้อมด้วย เพื่อให้บรรลุการฟื้นฟูธรรมชาติอย่างเต็มที่ ภายในปี 2593 ซึ่งหมายถึง ความมุ่งมั่นของผู้คนในการฟื้นฟูระบบนิเวศที่เสื่อมโทรม Restoration of Degraded Ecosystems เพื่อพลิกฟื้นการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ Reverse Biodiversity Loss ให้สำเร็จได้ในที่สุดจากนี้ไป นั่นเอง ..
ตัวอย่างโครงการฟื้นฟูระบบนิเวศระดับโลก Global Ecological Restoration Showcase Example ..
โครงการริเริ่มการฟื้นฟูระบบนิเวศขนาดใหญ่ Large – Scale Ecosystem Restoration Initiatives มักถูกจัดประเภทเป็น “โครงการเรือธงการฟื้นฟูระดับโลก World Restoration Flagships” โดยองค์การสหประชาชาติ United Nations: UN ณ ปี 2569 .. โครงการเหล่านี้ ได้เปลี่ยนจากการปลูกต้นไม้แบบง่าย ๆ Simple Tree – Planting ไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และเศรษฐกิจขนาดใหญ่ Large – Scale Social & Economic Transformations ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีล่าสุด ..
ในโลกที่ผลกระทบจากมนุษย์ได้ทิ้งร่องรอยลึกไว้ในภูมิทัศน์ธรรมชาติ การเกิดใหม่เงียบ ๆ กำลังก่อตัวขึ้นแล้ว นั่นคือ “การฟื้นฟูธรรมชาติ Restoration of Nature” .. ปรากฏการณ์นี้ ไม่เพียงแต่ฟื้นฟูระบบนิเวศที่เสียหายเท่านั้น Not Only Recovering Damaged Ecosystems แต่ยังเขียนอนาคตของโลกขึ้นใหม่ Rewriting the Future of the Planet ไปพร้อมด้วย ..
ทั้งนี้ นอกเหนือไปจากโครงการทศวรรษแห่งการฟื้นฟูระบบนิเวศของสหประชาชาติ UN Decade on Ecosystem Restoration 2021 – 2030 ที่อ้างถึงไปแล้วนั้น ตัวอย่างโครงการริเริ่มชั้นนำที่โดดเด่น 4 ตัวแบบของการฟื้นฟูระบบนิเวศระดับโลก Global Ecological Restoration ที่สอดคล้อง และถูกยกย่องว่าเป็นโครงการย่อยลงมาที่ยอดเยี่ยมภายใต้กรอบแนวคิดของโครงการทศวรรษแห่งการฟื้นฟูระบบนิเวศของสหประชาชาติ UN Decade on Ecosystem Restoration ซึ่งแสดงให้เห็นถึงระบบนิเวศ และกลยุทธ์ที่แตกต่างกันไป Showcase Different Ecosystems & Strategies สรุปได้ดังนี้ :-
1. โครงการวิศวกรรมภูมิทัศน์ Landscape Engineering ที่ราบสูงโลเอส The Loess Plateau ประเทศจีน China : ที่ราบสูงโลเอสในประเทศจีน The Loess Plateau in China ซึ่งครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้ เคยเป็นที่รู้จักในฐานะ “สถานที่ที่ถูกกัดเซาะมากที่สุดในโลก Most Eroded Place on Earth” .. ภูมิภาคที่มีขนาดเท่าประเทศฝรั่งเศสแห่งนี้ ได้กลายเป็นตัวอย่างรูปแบบมาตรฐานระดับโลกสำหรับการฟื้นฟูผืนที่ดินขนาดใหญ่ โดยที่ราบสูงโลเอส The Loess Plateau ได้รับการฟื้นฟูผ่านวิศวกรรมภูมิทัศน์ขนาดใหญ่ Massive Landscape Engineering รวมถึงการทำเกษตรขั้นบันไดบนเนินเขา Agriculture on Terracing Hills, การปลูกต้นไม้ Planting Trees และการสร้างเขื่อนกั้นน้ำ Building Check Dams เพื่อหยุดการกัดเซาะของดิน Stop Soil Erosion และเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร Boost Agricultural Productivity .. การเปลี่ยนแปลง 15 ปีที่ผ่านมานี้ ได้ฟื้นฟูความสมดุลทางนิเวศวิทยา เพิ่มพื้นที่สีเขียวจาก 30 % เป็นมากกว่า 70 % และปรับปรุงยกระดับรายได้ของผู้คนในท้องถิ่น Improved Local Incomes สรุปเป็นภาพรวมได้ดังนี้ :-
– กลยุทธ์ The Strategy : เพื่อหยุดการไหลของดินลงสู่แม่น้ำเหลือง Stop Soil from Washing into the Yellow River .. เกษตรกรหลายล้านคน Millions of Farmers ได้แกะสลักทำขั้นบันไดทางการเกษตรบนเนินเขาด้วยมือ Manually Carved Agricultural Terraces into the Hillsides และสร้างเขื่อนขนาดเล็ก Built Small Dams เพื่อดักจับตะกอน Trap Sediment .. การเลี้ยงสัตว์ในทุ่งหญ้า Grazing ถูกห้าม เพื่อให้หญ้า และพืชพื้นเมืองกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง เป็นต้น ..
– สถานะ Status ปี 2569 : ข้อมูลจากดาวเทียมปัจจุบัน Current Satellite Data แสดงให้เห็นว่า พื้นที่ปกคลุมด้วยพืชพรรณเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ตั้งแต่ปี 2542 จาก 31 % เป็นมากกว่า 63 % ..
– ผลกระทบ Impact : ประชาชนกว่า 2.5 ล้านคน หลุดพ้นจากความยากจน เนื่องจากการปรับปรุงคุณภาพดินทำให้ผลผลิตทางการเกษตรสูงขึ้น Higher Crop Yields และมีการปลูกสวนผลไม้ที่มีมูลค่าสูงเพิ่มขึ้นมาพร้อมด้วย ..
2. โครงการการปลูกป่าแบบโมเสก Mosaic Reforestation หรือโครงการกำแพงเขียวอันยิ่งใหญ่ The Great Green Wall แอฟริกา Africa : โครงการกำแพงต้นไม้สีเขียวยักษ์ The Great Green Wall: GGW Initiative นี้ เปิดตัวในปี 2550 คือ หนึ่งในโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีเป้าหมายหลักในการต่อสู้กับการขยายตัวของทะเลทรายซาฮาราในทวีปแอฟริกา Combat against the Expansion of the Sahara Desert in Africa และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคซาเฮล Sahel Region ซึ่งเป็นภูมิภาคกึ่งแห้งแล้งที่พาดผ่านทวีปแอฟริกาจากฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกไปถึงฝั่งทะเลแดง .. นี่คือ “สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลก Natural Wonder of the World” ยาว 8,000 กิโลเมตร กว้าง 15 กิโลเมตร ด้วยการสร้างโมเสกของต้นไม้ ทุ่งหญ้า และพืชพรรณต่าง ๆ ครอบคลุมความกว้างทั้งหมดของทวีปแอฟริกา Africa เพื่อหยุดยั้งการขยายตัวของทะเลทรายซาฮาราไปทางใต้ Stop the Sahara Desert from Expanding South สรุปเป็นภาพรวมได้ดังนี้ :-
– กลยุทธ์ The Strategy : โครงการนี้ ได้พัฒนาขึ้นจาก “กำแพงต้นไม้ Wall of Trees” ไปสู่ ”ภูมิทัศน์สีเขียวแบบโมเสก Mosaic of Green Landscapes” โดยเน้นที่วนเกษตรกรรม Agroforestry คือ การปลูกต้นไม้ร่วมกับพืชผล Mixing Trees with Crops เพื่อฟื้นฟูสุขภาพของดินพร้อมทั้งจัดหาอาหาร Restore Soil Health While Providing Food ไปพร้อมด้วย ..
– สถานะ Status ปี 2569 : ณ ปีนี้ มีการฟื้นฟูพื้นที่ไปแล้ว มากกว่า 35 ล้านเฮกเตอร์ หรือ 350,000 ตารางกิโลเมตร ใน 11 ประเทศ โดยเน้นไปที่ “ความเชื่อมโยงระหว่างที่ดิน น้ำ และพลังงาน Land – Water – Energy Nexus” และเพื่อการจัดหากำลังไฟฟ้าอย่างยั่งยืน Provide Sustainable Electricity ให้กับหมู่บ้านในชนบท และพื้นที่ห่างไกล ..
– ผลกระทบ Impact : ตั้งเป้าหมายฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม Restoring Degraded Areas อยู่ที่ 100 ล้านเฮกตาร์ Hectares หรือประมาณ 625 ล้านไร่ รวมทั้งสร้างงานสีเขียว Green Jobs จำนวน 10 ล้านตำแหน่ง และกักเก็บคาร์บอนได้อย่างน้อย อยู่ที่ 250 ล้านตัน ภายในปี 2573 ..
3. โครงการข้อตกลงป่าแอตแลนติก ไตรภาคี 3 ชาติ The Trinational Atlantic Forest Pact ระหว่างบราซิล Brazil, ปารากวัย Paraguay และอาร์เจนตินา Argentina และการสร้างทางเดินสัตว์ป่า Wildlife Corridors : ป่าแอตแลนติก Mata Atlântica คือ หนึ่งในแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพที่ถูกคุกคามมากที่สุดในโลก .. พวกมัน เป็นระบบนิเวศในอเมริกาใต้ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง และใกล้สูญพันธุ์ Highly Biodiverse, Endangered South American Biome ทอดยาวไปตามชายฝั่งของบราซิลไปจนถึงอาร์เจนตินา และปารากวัย ครั้งหนึ่งเคยมีพื้นที่ 1.63 ล้านตารางกิโลเมตร แต่ปัจจุบันเหลือพื้นที่ป่าเพียง 12 % ของพื้นที่ดั้งเดิมเท่านั้น ส่วนใหญ่กระจายเป็นหย่อม ๆ เนื่องจากการตัดไม้ทำลายป่ามานานกว่า 500 ปี .. ป่าแอตแลนติก Mata Atlântica ถือเป็นแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญแต่กำลังถูกคุกคาม ซึ่งเพราะว่า ป่าแอตแลนติก Mata Atlântica เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลายล้านตัว และพืชพันธ์หลากหลายชนิด ดังนั้น การฟื้นฟูระบบนิเวศ Ecological Restoration บนพื้นที่นี้ จึงกลายเป็นความจำเป็นสำหรับความร่วมมือระหว่างประเทศที่ขาดไม่ได้ ..

ในภาพรวมนั้น โครงการข้อตกลง หรือสนธิสัญญาป่าแอตแลนติกไตรภาคี Trinational Atlantic Forest Pact: TAFP Initiative นี้ คือ โครงการความร่วมมือสำคัญระหว่างประเทศบราซิล Brazil, ปารากวัย Paraguay และอาร์เจนตินา Argentina เพื่อฟื้นฟูป่าแอตแลนติกที่เป็นหย่อม ๆ กระจัดกระจายอย่างมาก โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1 ล้านเฮกตาร์ หรือ 10,000 ตารางกิโลเมตร ภายในปี 2573 และ 15 ล้านเฮกตาร์ หรือ 150,000 ตารางกิโลเมตร ภายในปี 2593 .. สนธิสัญญานี้ สร้างทางเดินเชื่อมต่อสัตว์ป่าที่สำคัญ Crucial Wildlife Corridors เช่น “สะพานเขียว Puente Verde” เพื่อเชื่อมต่อถิ่นที่อยู่อาศัย Reconnect Habitats, ปกป้องสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ Protect Endangered Specie เช่น เสือจากัวร์ Jaguars และรักษาแหล่งน้ำ Secure Water Supplies ไปพร้อมด้วย สรุปเป็นภาพรวมได้ดังนี้ :-
– กลยุทธ์ The Strategy : การผนึกกำลังของพันธมิตรข้ามพรมแดนขององค์กร Transboundary Alliance กว่า 360 องค์กร มุ่งเน้นการเชื่อมต่อหย่อมป่าที่แยกจากกัน Connecting Isolated Forest เพื่อสร้างทางเดินเชื่อมต่อสัตว์ป่า Create Wildlife Corridors .. สิ่งนี้ ช่วยให้สัตว์นักล่าระดับสูงสุด เช่น เสือจากัวร์ Jaguars สามารถเดินทาง และล่าเหยื่อข้ามแดนได้ ..
– สถานะ Status ปี 2569 : รายงานสำคัญในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 30th United Nations Climate Change Conference: UNFCCC หรือ COP30 ซึ่งจัดขึ้นที่บราซิล Brazil เมื่อปลายปี 2568 เน้นย้ำว่า ที่ดินส่วนบุคคล Private Lands คือ พรมแดนใหม่ New Frontier โดยพบว่า แปลงส่วนบุคคลที่ได้รับการฟื้นฟูแล้ว มีพื้นที่ป่าปกคลุมมากกว่าแปลงข้างเคียงที่ยังไม่ได้ฟื้นฟู อยู่ถึง 20 % ..
– ผลกระทบ Impact : โครงการความร่วมมือ 3 ชาติ 360 องค์กรนี้ มีเป้าหมายที่จะฟื้นฟูพื้นที่ 1.5 ล้านเฮกตาร์ หรือ 150,000 ตารางกิโลเมตร ภายในปี 2593 เพื่อปกป้องสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ Protect Endangered Specie และรักษาระดับการส่งจ่ายน้ำสำหรับเมืองใหญ่ ๆ Maintaining Water Supply for Major Cities เช่น เซาเปาโล São Paulo และริโอเดจาเนโร Rio de Janeiro เป็นต้น ..
4. โครงการนำหมาป่ากลับมายังอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน Yellowstone Wolf Reintroduction สหรัฐฯ USA และห่วงโซ่อาหาร Trophic Cascade : นี่คือ ตัวอย่างคลาสสิกของ “การฟื้นฟูระบบนิเวศ Rewilding or Restoring an Ecosystems” โดยการนำสัตว์นักล่าระดับสูงสุดกลับมา Bringing Back a Top Predator .. ทั้งนี้ การนำหมาป่าสีเทา Gray Wolves กลับมายังอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน Yellowstone ในปี 2538 หรือปี ค.ศ.1995 ได้ก่อให้เกิดห่วงโซ่อาหารแบบลูกโซ่ที่สำคัญ Significant Trophic Cascade โดยการควบคุมประชากรกวางเอลก์ Controlling the Booming Elk Population ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วให้ลดลงได้ และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการหาอาหารของพวกมันได้สำเร็จ ซึ่งช่วยลดการกินพืชมากเกินไป Overgrazing, ทำให้ต้นวิลโลว์ Willow, ต้นแอสเพน Aspen และต้นคอตตอนวูด Cottonwood ซึ่งเป็นไม้เนื้ออ่อนที่เติบโตเร็วขนาดใหญ่ตระกูลป็อปลาร์ Populus ฟื้นตัวขึ้นได้ ซึ่งต่อมาช่วยเพิ่มจำนวนประชากรของบีเวอร์ Beaver, นก Birds, และสัตว์กินซาก Scavenger Populations ในขณะเดียวกันรากพืชพันธุ์ริมตลิ่งลำน้ำที่เพิ่มขึ้นก็ช่วยรักษาเสถียรภาพของริมฝั่งแม่น้ำ Stabilizing Riverbanks ได้เป็นอย่างดีมาพร้อมด้วย ..
– กลยุทธ์ The Strategy : ในปี 2538 หรือปี ค.ศ.1995 มีการนำหมาป่า 31 ตัวกลับมายังอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน Yellowstone หลังจากหายไป 70 ปี หมาป่าเหล่านี้ ล่ากวางเอลก์ Elk ซึ่งกินพืชริมฝั่งแม่น้ำมากเกินไป ..
– ผลลัพธ์ The Result : เมื่อประชากรกวางเอลก์ Elk Population กินยอดอ่อนพืชริมฝั่งแม่น้ำน้อยลง ต้นวิลโลว์ Willow และต้นแอสเพน Aspen จึงงอกขึ้นมาใหม่ ซึ่งพวกมัน เป็นวัสดุให้บีเวอร์ Beaver สร้างเขื่อน Build Dams ทำให้เกิดบ่อ และแหล่งน้ำสำหรับปลา Fish, กบ Frogs และนาก Otters ..
– สถานะ Status ปี 2569 : งานวิจัยใหม่ New Research แสดงให้เห็นว่า ปริมาณต้นวิลโลว์ในทางตอนเหนือของเยลโลว์สโตน Willow Volume in Northern Yellowstone เพิ่มขึ้น 1,500 % นับตั้งแต่หมาป่ากลับมา ซึ่งพิสูจน์ได้ว่า สิ่งมีชีวิตเพียงชนิดเดียว อาจสามารถสร้างภูมิทัศน์นิเวศวิทยาทั้งหมด Creating Entire Ecological Landscapes ได้อย่างยอดเยี่ยม ..

อย่างไรก็ตาม นอกจาก 4 ตัวอย่างของการฟื้นฟูระบบนิเวศระดับโลก Global Ecological Restoration แล้ว ยังมีตัวอย่างโครงการฟื้นฟูระบบนิเวศระดับโลก Global Ecological Restoration ที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น โครงการการฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวในเทือกเขาแอนดีส Regreening the Andes Mountain Range, การพลิกฟื้นพื้นที่ป่าชายเลนในศรีลังกา Reversing the Loss of Mangroves in Sri Lanka, การฟื้นฟูระบบนิเวศในเทไรอาร์โคเพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ และสัตว์ ณ พื้นที่เชิงเขาหิมาลัยของเนปาล และอินเดีย Restoration of Ecosystems in Terai Arco to Promote Cohabitation by Humans & Animals onHimalayan Foothills of Nepal & India, การฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมในแอฟริกา Regreening Farmland in Africa และโครงการฟื้นฟูลุ่มน้ำเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Restoring the Mediterranean Basin, A Climate Change Hot Spot เป็นต้น
อันถือเป็นต้นแบบโครงการฟื้นฟูระบบนิเวศระดับโลก Global Ecological Restoration Initiatives ที่โดดเด่น ทั้งนี้ เพื่อเร่งการฟื้นตัวของระบบนิเวศ Accelerate the Recovery ที่เสื่อมโทรม เสียหาย หรือถูกทำลาย โดยมีเป้าหมายในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืน และยืดหยุ่น Creating Self – Sustaining, Resilient Environments ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ Restore Biodiversity, ปรับปรุงการทำงานของระบบนิเวศ Improve Ecosystem Functions เช่น การทำความสะอาดน้ำ Water Purification และการกักเก็บคาร์บอน Carbon Storage ตลอดจนคืนสภาพที่ดินให้กลับสู่เส้นทางการใช้งานตามปกติ Return the Land to a Functional ซึ่งมักจะหมายถึง เส้นทางดั้งเดิมตามธรรมชาติบนโลกใบนี้ Original Natural Pathways on Earth ให้สำเร็จได้อย่างยั่งยืน นั่นเอง ..
การฟื้นฟูระบบนิเวศวิทยาในประเทศไทย Ecological Restoration in Thailand ..
การฟื้นฟูระบบนิเวศในประเทศไทย Ecological Restoration in Thailand ได้เปลี่ยนจากการปลูกป่าขนาดเล็กไปสู่เป้าหมายระดับชาติขนาดใหญ่ .. ณ ปี 2569 ประเทศไทย Thailand กำลังเผชิญกับความท้าทายในการรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว และความจำเป็นเร่งด่วนในการปกป้องพื้นที่ป่าที่เหลืออยู่ 31 % .. ความพยายามในปัจจุบันของประเทศไทย มุ่งเน้นไปที่โครงการที่ใช้เครือข่ายภาคประชาชน องค์กรอนุรักษ์ และภาคธุรกิจ มากกว่า 180 องค์กร หรือที่เรียกว่า “30×30 Thailand Coalition” ที่รวมตัวกันสนับสนุนภาครัฐ เพื่อผลักดันให้บรรลุความพยายามระดับโลกในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ โดยตั้งเป้าที่จะคุ้มครองพื้นที่ทางบก และทางทะเลของไทยให้ได้อย่างน้อย 30 % ภายในปี ค.ศ. 2030 หรือปี พ.ศ.2573 ..
ทั้งนี้ ปัจจุบัน ขอบเขตสำคัญของการฟื้นฟู Key Restoration Frontiers ของไทย ในพื้นที่ และประเด็นสำคัญ ได้แก่ :-
1. ป่าชายเลน และพื้นที่ชายฝั่ง Mangroves & Coastal รวมถึงการสร้างอ่างกักเก็บคาร์บอน Carbon Sinks และ “คาร์บอนสีน้ำเงิน Blue Carbon” : จนถึงวันนี้ ประเทศไทย Thailand คือ ผู้นำระดับภูมิภาคในการฟื้นฟูป่าชายเลน Regional Leader in Mangrove Restoration โดยตระหนักถึงความสำคัญของป่าชายเลนในฐานะ “แหล่งอนุบาลเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ Nurseries of the Sea” และปราการธรรมชาติในการป้องกันพายุ Natural Storm Barriers สรุปเป็นภาพรวมได้ดังนี้ :-
– เป้าหมาย The Goal : ขยายพื้นที่ป่าชายเลน เพื่อทำหน้าที่เป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนให้บรรลุเป้าหมายตามแนวคิด “EP Net Zero 2050″ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ของ ปตท.สผ. PTTEP ที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการสำรวจ และผลิตปิโตรเลียม Petroleum Exploration & Production: E&P ให้เป็นศูนย์สุทธิ ภายในปี 2593 หรือปี ค.ศ.2050 ผ่านการลงทุนในก๊าซธรรมชาติ Natural Gas, พัฒนาเทคโนโลยีการดักจับ กักเก็บ และใช้ประโยชน์จาก CO2 ในอ่าวไทย CCUS Technology Development, การใช้พลังงานหมุนเวียน Renewable Energy Use และการปลูกป่าดูดซับคาร์บอน Reforestation for Carbon Sequestration ในฐานะอ่างกักเก็บคาร์บอน Carbon Sinks .. ปัจจุบัน ประเทศไทย Thailand มีป่าชายเลน Mangrove Forests รวมกว่า 1.73 ล้านไร่ ใน 24 จังหวัดชายฝั่งทะเล โดยโครงการเหล่านี้ มีเป้าหมายที่จะขยายพื้นที่ป่าชายเลน Mangrove Forests ในฐานะแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ Nurseries of the Sea เพิ่มอีก 300,000 ไร่ ภายในปี 2574 ผ่านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนไปพร้อมด้วย ..
– โครงการสำคัญ Key Projects : โครงการริเริ่มหลักในจังหวัดตราด และเพชรบุรี Major Initiatives in Trat & Phetchaburi Provinces มุ่งเน้นการฟื้นฟูโดยอาศัยธรรมชาติ Nature – Based Restoration ด้วยการปล่อยให้ต้นกล้าเจริญเติบโตตามธรรมชาติ Natural Seedlings to Take Root มากกว่าการปลูกต้นกล้าเทียม Artificial Planting เพียงอย่างเดียว เป็นต้น รวมไปถึง โครงการปลูกหญ้าทะเลในพื้นที่ทะเลอันดามัน Andaman Sea ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเป็นแนวทางฟื้นฟูระบบนิเวศสำคัญของไทย โดยเฉพาะการเป็นแหล่งอาหารของพะยูน และสัตว์ทะเลหายาก ดำเนินการโดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง Department of Marine & Coastal Resources: DMCR ร่วมกับชุมชน โดยเน้นพื้นที่เสื่อมโทรม เช่น เกาะหมากน้อย จังหวัดพังงา และอ่าวฝรั่ง จังหวัดกระบี่ ด้วยการย้ายการปลูกหญ้ากอ และเพาะเลี้ยงต้นอ่อนลงกระถางใยมะพร้าว ก่อนลงปลูกในพื้นที่ทรายชายฝั่ง หรือทรายปนโคลนในทะเลที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มอัตราการอยู่รอด .. ทั้งนี้ ในพื้นที่ทะเลอันดามัน Andaman Sea พบหญ้าทะเล ประมาณ 11 ชนิด เช่น หญ้าชะเงาใบมน Cymodocea Rotundata, หญ้าใบมะกรูด Halophila Ovalis, หญ้ากุยช่ายทะเล Halodule Uninervis และหญ้าคาทะเล Enhalus Acoroides เป็นต้น ..
– เรื่องราวความสำเร็จ Success Story : การสำรวจล่าสุดแสดงให้เห็นว่า ปริมาณสัตว์น้ำ Fishery Abundance เพิ่มขึ้น 1.43 % และมีจำนวนรังเต่าทะเล Sea Turtle Nests มากเป็นประวัติการณ์ คือ มากกว่า 600 รัง เนื่องจากคุณภาพชายฝั่งได้รับการปรับปรุง Improved Coastal Quality ตลอดจนพบว่าประชากรพะยูน และหญ้าทะเล Dugong & Seagrass Populations มีแนวโน้มดีขึ้นจากคุณภาพน้ำที่ดีขึ้น .. ทั้งนี้ พะยูน Dugong คือ สัตว์ป่าสงวนที่สำคัญ และเป็นดัชนีชี้วัดสุขภาพของระบบนิเวศทางทะเล Indicator of the Health of Marine Ecosystems ซึ่งการอนุรักษ์ และฟื้นฟู Conservation & Restoration จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ในการลดขยะพลาสติก และป้องกันการทำประมงที่ผิดกฎหมาย หยุดการล่าเชิงพาณิชย์ การปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อมชายฝั่ง และการอนุรักษ์พื้นที่วางไข่ เพื่อหยุดยั้งการลดลงของประชากรสัตว์น้ำในทะเล ..ยิ่งไปกว่านั้น พฤติกรรมการกินของพะยูน ช่วยให้เกิดความหลากหลายของชนิดหญ้าทะเลมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้มีจำนวนสิ่งมีชีวิตในแนวหญ้าทะเลมากขึ้นตามไปด้วย อีกทั้งมูลของพะยูนยังช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์ และช่วยหมุนเวียนแร่ธาตุสารอาหารในแนวหญ้าทะเล ดังนั้นการอนุรักษ์พะยูน จึงเป็นการช่วยรักษาสมดุลแก่ระบบนิเวศไปพร้อมด้วย นั่นเอง ..

2. “ภูมิทัศน์เสือ Tiger Landscapes”, การขยายพันธุ์สัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ Breeding of Endangered Wildlife และการฟื้นฟูกลุ่มป่า Forest Complexes : ปัจจุบัน การฟื้นฟู Restoration กำลังขยายวงกว้างขึ้นในกลุ่มป่าสำคัญ 5 แห่ง ทั่วประเทศของไทย ได้แก่ กลุ่มผืนป่าตะวันตก Western Forest Complex: WEFCOM ซึ่งถือเป็นผืนป่าที่ใหญ่ที่สุด โดยพบการเพิ่มขึ้นของประชากรเสือโคร่ง และสัตว์กีบอย่างชัดเจน, กลุ่มป่าแก่งกระจาน Kaeng Krachan Forest Complex อันเป็นแหล่งมรดกโลกที่เชื่อมโยงเทือกเขาตะนาวศรี, กลุ่มป่าดงพญาเย็น เขาใหญ่ Dong Phayayen – Khao Yai Forest Complex พบปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่ และทำลายพืชผลทางการเกษตรมากที่สุด, กลุ่มป่าภูเขียว น้ำหนาว Phu Khieo – Nam Nao Forest Complex ซึ่งมีความสำคัญต่อความอยู่รอดของสัตว์ป่า และการแก้ปัญหาสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่ไปพร้อมด้วยเช่นกัน และ กลุ่มป่าตะวันออก Eastern Forest Complex ซึ่งถือเป็นกลุ่มป่าที่พบช้างป่ามาออกนอกพื้นที่มากที่สุด .. ทั้งนี้ โครงการที่เกี่ยวข้องกับภูมิทัศน์เสือ Tiger Landscapes, การเพาะขยายพันธุ์สัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ Breeding of Endangered Wildlife และการฟื้นฟูกลุ่มป่า Forest Complexes เพื่อให้สัตว์ป่าเคลื่อนที่ได้ปลอดภัย รวมไปถึงการวางระบบควบคุมปริมาณสัตว์ป่าให้สมดุลตามธรรมชาติด้วยสัตว์นักล่า เช่น การเพิ่มประชากรเสือ ขยายประชากรสัตว์หายาก การปลูกป่า ปลูกหญ้า ทำโป่ง ทำฝาย สร้างแหล่งน้ำ รวมทั้งลดความขัดแย้งระหว่างคน กับช้างป่า และเพิ่มศักยภาพการอนุรักษ์ให้เป็นผืนป่าที่สมบูรณ์ นั้น สรุปเป็นภาพรวมได้ดังนี้ :-
– การฟื้นฟูทางเชื่อมต่อ Corridor Restoration : แทนที่จะปลูกต้นไม้เพียงอย่างเดียว โครงการนี้เน้นการสร้าง “ทางเชื่อมต่อสัตว์ป่า Wildlife Corridors” ที่ช่วยให้เสือ และสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์อื่น ๆ สามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างปลอดภัยระหว่างพื้นที่ป่าที่แยกจากกัน ..
– โครงการลงทุนเพื่อภูมิทัศน์เสือ Tiger Landscapes Investment Facility : โครงการริเริ่มในปี 2569 โดยโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ United Nations Development Programme: UNDP ที่นำเงินทุนจากภาคเอกชน Private Capital เข้าสู่ “เขตกันชน Buffer Zones” เพื่อสนับสนุนการดำรงชีวิตที่ยั่งยืนของชุมชนท้องถิ่น และลดการบุกรุกป่า โดยมุ่งอนุรักษ์เสือโคร่ง และถิ่นที่อยู่อาศัย Conservation of Tigers & Their Habitat ควบคู่ไปกับการสร้างผลตอบแทนทางการเงิน Generate Financial Returns และสนับสนุนวิถีชีวิตที่ยั่งยืน Support Sustainable Livelihoods ให้แก่ชุมชนรอบพื้นที่ Communities around the Area ไปพร้อมด้วย ..
– การลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าควบคู่กับการอนุรักษ์ Reducing Conflict Between Humans & Wild Elephants, Coupled with Conservation Efforts : เน้นการบูรณาการทุกภาคส่วนทำเป็นวาระแห่งชาติ โดยใช้มาตรการเชิงรุก คือ การอนุรักษ์เสือโคร่ง และถิ่นที่อยู่อาศัย Conservation of Tigers & Their Habitat, การเฝ้าระวังด้วยเทคโนโลยี / ชุดเฝ้าระวัง, ปรับเปลี่ยนรูปแบบเกษตรกรรม, สร้างแนวป้องกัน, จัดการถิ่นที่อยู่อาศัยของช้างป่าให้สมบูรณ์ และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็ว เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน ..
– การขยายพันธุ์สัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ Breeding of Endangered Wildlife โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช Department of National Parks, Wildlife & Plant Conservation : โครงการของกรมอุทยานฯ นี้ เน้นการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าในกรงเลี้ยงเพื่อเพิ่มจำนวน และป้องกันภาวะเลือดชิด โดยเฉพาะสัตว์ขนาดใหญ่ที่ต้องมีพ่อแม่พันธุ์เพียงพอ เพื่อเพิ่มจำนวนประชากรสัตว์หายากบางชนิด และนำกลับคืนสู่ป่าธรรมชาติ ควบคู่กับการอนุรักษ์ถิ่นที่อยู่อาศัยที่สมบูรณ์ และการบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดเพื่อสกัดกั้นการบุกรุกพื้นที่ป่า ..
3. โครงการพัฒนาลุ่มน้ำในภาคเหนือ Watersheds in the North และ “แบบจำลองน่าน The “Nan Model” : โครงการพัฒนาลุ่มน้ำในภาคเหนือ มุ่งเน้นการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ และการอนุรักษ์ดิน และน้ำในพื้นที่สูง โดยใช้ระบบวนเกษตร Agroforestry Systems เพื่อปรับปรุงผลผลิตทางการเกษตร Improve Agricultural Productivity และสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชน Create Community Sustainability ควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำ Water Management ผ่านโครงการวิจัยระบบพยากรณ์น้ำหลาก เพื่อรับมือภัยพิบัติในลุ่มน้ำโขงตอนเหนือ รวมถึงนำโครงการพัฒนาลุ่มน้ำน่าน Nan River Basin Development Project มาเป็นตัวแบบมาพร้อมด้วย สรุปเป็นภาพรวมได้ดังนี้ :-
– โครงการแบบจำลองน่าน The Nan Model : ในพื้นที่จังหวัดน่านของไทยนั้น ซึ่งมีลุ่มน้ำสำคัญ และถือเป็นแหล่งน้ำ 40 % ของแม่น้ำเจ้าพระยา Chao Phraya River ดังนั้น การฟื้นฟูระบบนิเวศ Ecological Restoration จึงมีความเชื่อมโยงลึกซึ้งต่อมาตรการการบรรเทาความยากจนของผู้คนในพื้นที่ ..
– โครงการของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง Mae Fah Luang Foundation : โครงการนี้ ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนพื้นที่ลาดชันที่เคยปลูกฝิ่น และข้าวโพด Sloping Areas Previously Used for Opium & Maize Cultivation ก่อนหน้านี้ ให้กลับมาเป็น “ป่าเศรษฐกิจ Economic Forests” ที่ชุมชนปลูกพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูง เช่น กาแฟ Coffee และแมคคาเดเมีย Macadamia ภายใต้ร่มเงาของป่าที่ได้รับการฟื้นฟู Restored Forest Canopy ด้วยระบบวนเกษตร Agroforestry Systems เป็นต้น ..
อย่างไรก็ตาม การฟื้นฟูระบบนิเวศในประเทศไทย Ecological Restoration in Thailand ตามกรอบนโยบายภาครัฐนั้น ยังประกอบขึ้นด้วยโครงการย่อย ๆ อีกมากมาย ซึ่งเป้าหมายหลักของไทย อยู่ที่การเพิ่มพื้นที่คุ้มครอง Protected Areas และมาตรการอนุรักษ์พื้นที่เฉพาะนอกเขตป่าอนุรักษ์ Other Effective Area – Based Conservation Measures: OECMs ทั้งบนบก แหล่งน้ำจืด และทางทะเล ให้ถึง 30 % ภายในปี 2573 โดยครอบคลุมภารกิจ 6 ด้าน ได้แก่ การอนุรักษ์ป่าไม้ Conservation of Forests, สัตว์ป่า Wildlife, ระบบนิเวศทางทะเล Marine Ecosystems, พื้นที่ชุ่มน้ำ Wetlands, การผลักดันนโยบาย Policy Advocacy และการระดมทุนสนับสนุนการอนุรักษ์ Fundraising for Conservation ด้วยการขับเคลื่อนจากภาคประชาชน Citizen – Led Movement ซึ่งทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ Government Agencies อย่างใกล้ชิด เพื่อลดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ Reducing Biodiversity Loss และสร้างความยั่งยืน Creating Sustainability อันถือเป็นส่วนหนึ่งของกรอบงานความหลากหลายทางชีวภาพของโลก Global Biodiversity Framework หลังปี 2563 หรือปี ค.ศ.2020 นั่นเอง ..
ทั้งนี้ ความสำเร็จในการฟื้นฟูระบบนิเวศ Successful Ecosystem Restoration ในประเทศไทย จะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว Increase Green Space Areas, ลดมลพิษ Reduce Pollution, ดูดซับคาร์บอน Sequester Carbon และเปลี่ยนป่าที่เสื่อมโทรมให้เป็นแหล่งทรัพยากรที่ยั่งยืน Transform Degraded Forests into Sustainable Resources .. ในมุมมองทางเศรษฐกิจ Economic Perspective นั้น พบว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเหล่านี้ ได้รับการคาดหวังว่า พวกมันจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในท้องถิ่น Improved Quality of Life for Local People, ลดความยากจนจากการมีอาชีพ และรายได้ที่เพิ่มขึ้น Reduced Poverty through Increased Employment & Income นอกจากนี้ ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการภัยธรรมชาติ Lower Costs of Natural Disaster Management และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ Generate Income from Ecotourism มาพร้อมด้วย .. ดังนั้น การฟื้นฟูระบบนิเวศ Ecosystem Restoration จึงไม่ได้เป็นเพียงการปลูกต้นไม้ แต่ถือเป็นการลงทุนระยะยาว Long – Term Investment ที่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป ซึ่งหมายถึง ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของไทย Thailand’s Economic, Social & Environmental Security ก็จะได้รับการประกัน ..
คาดการณ์ตลาดการฟื้นฟูระบบนิเวศทั่วโลก Global Ecological Restoration Market ..
อ้างถึงข้อมูลการสำรวจตลาดของ Spherical Insights พบว่า ขนาดมูลค่าตลาดการฟื้นฟูระบบนิเวศทั่วโลก Global Ecological Restoration Market ได้รับการคาดหมายว่าจะเพิ่มสูงขึ้นจาก 14.25 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2566 เป็น 24.65 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2576 ด้วยอัตราการเติบโตต่อปี Compound Annual Growth Rate: CAGR หมายถึง อัตราผลตอบแทนสำหรับตลาดการฟื้นฟูระบบนิเวศทั่วโลก Global Ecological Restoration Market ที่เติบโตจากยอดดุลเริ่มต้นไปถึงยังยอดดุลสิ้นสุด รวมสมมติฐานว่ากำไรจะถูกนำกลับมาลงทุนหมุนเวียนใหม่ทุกสิ้นปีของช่วงอายุการลงทุน อยู่ที่ค่า CAGR 5.63 % ในช่วงระยะเวลาที่คาดการณ์ ปี 2566 – 2576 ..

ทั้งนี้ การฟื้นฟูระบบนิเวศ Ecological Restoration คือ กระบวนการช่วยเหลือการฟื้นตัวของระบบนิเวศที่เสื่อมโทรม เสียหาย หรือถูกทำลาย .. ระบบนิเวศ Ecosystems เป็นชุมชนที่มีพลวัต Dynamic Communities ของพืช Plants, สัตว์ Animals และจุลินทรีย์ Microorganisms ที่ปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมทางกายภาพในฐานะหน่วยการทำงาน .. ระบบนิเวศทุกประเภท All Kinds of Ecosystems สามารถฟื้นฟูได้ รวมถึงป่าไม้ พื้นที่เกษตรกรรม เมือง พื้นที่ชุ่มน้ำ และมหาสมุทร .. การฟื้นฟูระบบนิเวศ Ecological Restoration ช่วยปกป้อง และปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้คนที่พึ่งพาระบบนิเวศเหล่านั้น .. นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมโรค และลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ มีการประมาณการว่า 60 % ของการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตที่คาดการณ์ไว้ สามารถหลีกเลี่ยงได้โดยการฟื้นฟูพื้นที่ที่เปลี่ยนแปลงไป 15 % อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านั้น การฟื้นฟูระบบนิเวศ Ecological Restoration มีศักยภาพที่จะช่วยลดผลกระทบได้มากกว่า 1 ใน 3 จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งหมดที่จำเป็น ภายในปี 2573 .. ความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของการอนุรักษ์องค์ประกอบทางธรรมชาติ Rising Emphasis on Saving Natural Components ผลักดันแนวโน้มของตลาดที่มุ่งหวังที่จะคืนระบบนิเวศ Return the Ecosystem ให้กลับสู่สภาพธรรมชาติที่แข็งแรง หลากหลาย และยั่งยืนมากขึ้น ..
ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Asia Pacific ได้แก่ จีน และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย ได้รับการคาดหมายว่าจะครองส่วนแบ่งที่ใหญ่ที่สุดของตลาดการฟื้นฟูระบบนิเวศทั่วโลก Global Ecological Restoration Market ในช่วงระยะเวลาคาดการณ์ .. การขยายตัวของเมือง และการพัฒนาอุตสาหกรรมในภูมิภาคนี้ คือ ปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาด .. ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Asia Pacific มีประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก เช่น จีน และอินเดีย ซึ่งทำให้เกิดความตระหนักถึงความจำเป็นในการฟื้นฟูระบบนิเวศ นอกจากนี้ การลงทุนของภาครัฐที่เพิ่มขึ้นในโครงการสีเขียว เช่น การปลูกป่า และการฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น การสำรวจระยะไกล การทำแผนที่ GIS และการสำรวจด้วยโดรน เพื่อทำให้การฟื้นฟูระบบนิเวศ Ecological Restoration มีต้นทุนที่คุ้มค่ามากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นปัจจัยที่ขับเคลื่อนตลาดในภูมิภาคนี้ ..
ขณะที่ คาดว่า อเมริกาเหนือ North America จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี อยู่ที่ค่า CAGR ที่เร็วที่สุดในตลาดการฟื้นฟูระบบนิเวศทั่วโลก Global Ecological Restoration Market ในช่วงระยะเวลาคาดการณ์ .. ความต้องการโครงการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่เพิ่มขึ้น Increased Demand for Sustainable Development Projects ส่งผลให้ความต้องการของตลาดเพิ่มขึ้น .. โครงการริเริ่มภาครัฐที่เพิ่มขึ้น Increasing Government Initiatives เพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม Environmental Sustainability โดยการให้เงินทุนสนับสนุนโครงการฟื้นฟูระบบนิเวศ Funding for Ecological Restoration Projects นำไปสู่การเติบโตของตลาดในภูมิภาคนี้ .. นอกจากนี้ การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ทำให้การฟื้นฟูระบบนิเวศมีต้นทุนที่คุ้มค่ามากขึ้น ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาด ยิ่งไปกว่านั้น ความต้องการพื้นที่สีเขียว และพื้นที่ธรรมชาติในเขตเมืองของอเมริกาเหนือที่เพิ่มขึ้น ก็เป็นปัจจัยขับเคลื่อนความต้องการของตลาดมาพร้อมด้วยเช่นกัน ..
สรุปส่งท้าย ..
เมื่อโลกกำลังจะเผชิญกับ “การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ครั้งที่หก Sixth Mass Extinction” และ “วิกฤติสภาพภูมิอากาศ Climate Crisis” .. การฟื้นฟูระบบนิเวศวิทยา Ecosystem Restoration จึงเปลี่ยนจากงานอดิเรกเฉพาะกลุ่ม Niche Hobby มาเป็นเรื่องสำคัญระดับโลก Global Priority ไปเรียบร้อย ..
องค์การสหประชาชาติ United Nations: UN ได้ประกาศให้ช่วงปี พ.ศ.2564 – 2573 หรือปี ค.ศ.2021 – 2030 เป็นทศวรรษแห่งการฟื้นฟูระบบนิเวศ Decade on Ecosystem Restoration .. เหตุผลนั้นง่ายมาก คือ มนุษยชาติได้ทำลายพื้นผิวโลก Earth’s Land Surface ไปแล้ว ประมาณ 40 % ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชากร 3.2 พันล้านคน ซึ่งนี่ยังมิได้รวมระบบนิเวศชายฝั่ง และผืนป่าใต้ทะเลที่ถูกทำลายด้วยซ้ำไป .. ดังนั้น การฟื้นฟู Restoration จึงเป็นเครื่องมือเดียวที่มนุษยชาติมี เพื่อ “แก้ไข Undo” ความเสียหายเหล่านั้น ..

ทั้งนี้ การฟื้นฟูระบบนิเวศ Ecosystem Restoration คือ ความจำเป็นสำคัญยิ่งยวด เพื่อจำกัดภาวะโลกร้อนไม่ให้สูงเกิน 2oC ภายในปี 2573, ช่วยฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ Helps Restore Biodiversity, สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ Creates Economic Benefits กว่า 30 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี และเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ United Nations: UN Sustainable Development Goals ..
ในบริบทของสภาพแวดล้อมปัจจุบัน In the Context of the Current Environmental Landscape นั้น การฟื้นฟูระบบนิเวศ Ecological Restoration ไม่ได้เป็นเพียงโครงการอนุรักษ์ที่ควรมีอีกต่อไป แต่ถือเป็นกลไกการป้องกันหลัก Primary Defense Mechanism เพื่อความมั่นคงของโลก Planetary Stability ..
ผู้เชี่ยวชาญ Experts มักมองความสำคัญของการฟื้นฟูผ่านมุมมองที่สำคัญ 3 ประการ ได้แก่ สภาพภูมิอากาศ Climate, เศรษฐกิจ Economy และการอยู่รอด Survival .. ระบบนิเวศที่สมบูรณ์แข็งแรง Healthy Ecosystems ให้ “บริการ Services” ที่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก หากจะต้องทดแทนด้วยวิศวกรรมของมนุษย์ เช่น การป้องกันน้ำท่วม Flood Protection โดยพื้นที่ชุ่มน้ำที่สมบูรณ์แข็งแรงทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำขนาดใหญ่ การฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำนั้น มีราคาถูกกว่าการสร้าง และบำรุงรักษากำแพงกันคลื่นขนาดใหญ่ หรือระบบระบายน้ำอย่างมาก .. ความมั่นคงทางอาหาร Food Security คือ อีกประเด็นการบริการจากระบบนิเวศ Ecosystem Services โดยการฟื้นฟู Restoration ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคเกษตรกรรมด้วยการฟื้นฟูประชากรแมลงผสมเกสร เช่น ผึ้ง Bees, นก Birds และค้างคาว Bats ตลอดจนป้องกันการกัดเซาะดิน Preventing Soil Erosion ที่นำไปสู่ภัยแล้ง Drought .. นอกจากนั้นแล้ว “เศรษฐกิจการฟื้นฟู Restoration Economy” โดยภาคส่วนนี้ สร้างงานในด้านการจัดการเรือนเพาะชำ Nursery Management, วิศวกรรมภูมิทัศน์ Landscape Engineering และการตรวจสอบพื้นที่ในระยะยาว Long – Term Site Monitoring มาพร้อมอีกด้วย ..
ทั้งนี้ เพื่อต่อสู้กับการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ Fight Biodiversity Loss ให้ได้รับชัยชนะนั้น มนุษยชาติจำเป็นต้องแทรกแซงด้วยการฟื้นฟูระบบนิเวศ Ecosystem Restoration โดยใช้แนวทางหลายแง่มุม Multi – Faceted Approach, ครอบคลุมถึงพื้นที่คุ้มครอง Encompassing Protected Areas, แนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน Sustainable Practices, การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ Climate Action, การฟื้นฟู กฎระเบียบ และการสร้างความตระหนักรู้ของสาธารณชน Restoration, Regulations & Public Awareness ไปพร้อมกัน ..

กลยุทธ์สำคัญ Key Strategies สำหรับการฟื้นฟูระบบนิเวศ Ecosystem Restoration อย่างจงใจของมนุษยชาติ ได้แก่ การอนุรักษ์ และฟื้นฟูถิ่นที่อยู่อาศัยที่มีอยู่ Conserving & Restoration Existing Habitats, ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Reduce Greenhouse Gas Emissions ผ่านกระบวนเปลี่ยนผ่านพลังงาน Energy Transition Process, ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน Promoting Sustainable Resource Use, ฟื้นฟูระบบนิเวศที่เสื่อมโทรม Restoring Degraded Ecosystems, บังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวด Implementing Strong Regulations และการให้ความรู้แก่สาธารณชนเกี่ยวกับความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ Educating the Public about the Importance of Biodiversity โดยเน้นการทำงานร่วมกับธรรมชาติ เพื่อให้ระบบสามารถฟื้นตัวได้เองในระยะยาว ซึ่งประกอบไปด้วย 3 เสาหลัก คือ การวางแผนเชิงภูมิทัศน์ที่ชัดเจน Clear Landscape Planning, การปลูกฟื้นฟู และจัดการป่าด้วยวิถีธรรมชาติ Reforestation & Natural Forest Management และการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น Community Participation เพื่อยกระดับความอุดมสมบูรณ์ Enhances Biodiversity และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Change Resilience ..
เชื่อมั่นได้ว่า ระบบนิเวศวิทยาที่มีสุขภาพดี และแข็งแกร่ง Healthy & Resilient Ecosystems รวมถึงความหลากหลายทางชีวภาพ Biodiversity หรือ Biological Diversity นั้น มีส่วนสนับสนุนอย่างสำคัญต่อสุขภาพของมนุษย์ Contributes to Human Health โดยสนับสนุนให้ได้มาซึ่งสิ่งแวดล้อมที่ดี Supporting a Good Environment และให้การเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ Providing Access to Natural Resources เช่น ยา และน้ำสะอาด Medicines & Clean Water เป็นต้น ..
ในทางปฏิบัตินั้น การฟื้นฟูระบบนิเวศ Ecosystem Restoration หมายถึง การช่วยเหลือระบบนิเวศที่ได้รับความเสียหาย หรือถูกทำลายให้ฟื้นตัว Helping Ecosystems that have Been Damaged or Destroyed Recover โดยมีเป้าหมายเพื่อนำสายพันธุ์ที่สูญหายกลับคืนมา Bring Back Lost Species และสร้างสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย และยืดหยุ่นมากขึ้น Create a More Diverse & Resilient Environment ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวดที่ขาดไม่ได้ เนื่องจากความหลากหลายทางชีวภาพ Biodiversity ให้บริการที่จำเป็นต่อสิ่งแวดล้อมในธรรมชาติ เช่น อากาศ และน้ำที่สะอาด Clean Air & Water, การผสมเกสร Pollination และการควบคุมสภาพภูมิอากาศ Climate Regulation ในระบบนิเวศที่สมบูรณ์ ซึ่งทั้งหมดนี้ ส่งผลโดยตรง และโดยอ้อมต่อสุขภาพของโลก รวมทั้งระบบเศรษฐกิจ และสังคมของมนุษยชาติ ทั้งนี้ เพื่อให้ได้มาซึ่งคุณภาพชีวิต และสุขภาพของโลกที่ดีกว่า Better Quality of Life & Health of the World ภายในครึ่งหลังของศตวรรษนี้ให้สำเร็จได้ในที่สุดจากนี้ไป ..
………………………………………
คอลัมน์ : Energy Key
By โลกสีฟ้า ..
สนับสนุนโดย…..บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)

ขอบคุณเอกสารอ้างอิง :-
Ecological Restoration | Wikipedia :-
https://en.wikipedia.org/wiki/Ecological_restoration
What is Ecological Restoration & Why is it Important? | Institute of Sustainability Studies :-
8 Principles of Ecosystem Restoration | NatureMind – ED :-
Ecological Restoration 101: What It Is & Why We Do It | Lancaster Conservancy :-
How to Plan & Launch a Successful Ecological Restoration Project | Habitat Select Nursery :-
Global Ecological Restoration Market | Spherical Insights :-
https://www.sphericalinsights.com/reports/ecological-restoration-market
Energy Transition : A Significant Structural Change in an Energy System :-
https://photos.app.goo.gl/Qnj3eGJobkzRHx7a9
Blue Carbon : Plants & Trees in Coastal Ecosystems Absorb Carbon Dioxide through Photosynthesis :-
https://photos.app.goo.gl/NaLGY61t5CEnocBC8
Earth Overhaul 、Saving Planet Earth from Climate Change Documentary :-



















