วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 30, 2024
หน้าแรกCOLUMNISTS“ฝ่ายความมั่นคง”เชื่อ“รมว.กลาโหม” ชี้แจงทางออกเรือดำน้ำได้
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“ฝ่ายความมั่นคง”เชื่อ“รมว.กลาโหม” ชี้แจงทางออกเรือดำน้ำได้

รมว.กลาโหมคนใหม่ เดินหน้าลุยงานที่รออยู่ข้างหน้า เตรียมแถลงนโยบายด้านความมั่นคงต่อรัฐสภา ด้านทีมโฆษกกองทัพบกพาสื่อสัญจรลงพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า 

@@@…….สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน พบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “Military Key” ทางเว็บไซต์ https:// thekey.news ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 9 ก.ย.66 หลังจากที่ นายสุทิน คลังแสง ได้เป็น รมว.กลาโหม อย่างเป็นทางการ ก็เดินสายพบอดีตนายทหาร เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการทำงาน โดยเข้าพบ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตรมว.กลาโหม, พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีตรมว.กลาโหม, พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีตรมว.กลาโหม และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี  ซึ่งทุกท่านให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับ รมว.กลาโหม คนใหม่

 @@@…….สิ่งที่ รมว.กลาโหมคนใหม่ ต้องหาแนวทางในการพัฒนากองทัพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การยกเลิกการเกณฑ์ทหาร การลดนายพล การจัดซื้อเครื่องยนต์เรือดำน้ำ การกู้เรือสุโขทัย เป็นสิ่งที่นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ต้องทำการบ้าน ศึกษาข้อมูลจะต้องทำอย่างไร มีแนวทางอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อกองทัพ ต่อรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ในวันที่แถลงนโยบายของรัฐบาล ก็จะได้รู้ว่านโยบายด้านความมั่นคงทางรัฐบาลมีทิศทางเป็นอย่างไร

 @@@…….อย่างไรก็ตาม ก่อนที่โผทหารจะประกาศออกมา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง พร้อม นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ได้เชิญ “ว่าที่ผบ.เหล่าทัพคนใหม่” ได้แก่ พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด (รอง ผบ.ทสส.) ในฐานะว่าที่ ผบ.ทสส. พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ รอง ผบ.ทบ. ในฐานะว่าที่ ผบ.ทบ. พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ผบ.กร.) ในฐานะว่าที่ ผบ.ทร. และ พล.อ.อ.พันธ์ภักดิ์ พัฒนกุล ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ว่าที่ ผบ.ทอ. มาร่วมรับประทานอาหารกลางวัน เพื่อแนะนำตัวทำความรู้จักกระชับความสัมพันธ์ ทั้งนี้ ได้ทาบทามให้ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ทำหน้าที่ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงกลาโหม

@@@…….ฝ่ายความมั่นคง เฝ้าติดตามกระแสวิพากษ์วิจารณ์แนวนโยบายของรัฐบาลยังคงมีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ยังมิได้มีการแถลงต่อรัฐสภาฯแต่อย่างใด โดยเฉพาะกรณี รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ที่รมว.คมนาคมมีการสื่อสารคลาดเคลื่อนในห้วงที่ผ่านมา รวมทั้งกรณี กระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท ที่ฝ่ายค้าน และกลุ่มนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ที่เห็นต่างได้ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงแหล่งที่มาของเงินในการดำเนินโครงการ รวมถึงผลกระทบต่อวินัยในระบบการเงินการคลังของประเทศในระยะยาว นอกจากนี้ ยังพยายามสร้างกระแสให้สังคมขาดความเชื่อมั่นในรัฐบาล ด้วยการนำนโยบายเชิงประชานิยมของพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาลในห้วงการหาเสียงเลือกตั้ง ไปตอกย้ำเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมทั้งชี้นำให้สังคมเพ่งเล็งการแถลงนโยบายของรัฐบาลที่จะมีขึ้นในวันที่ 11-12 ก.ย.66 ว่าจะเป็นไปตามที่ได้หาเสียงไว้กับประชาชนหรือไม่ อย่างมีนัยสำคัญ 

@@@…….ทั้งนี้ ถึงแม้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง จะมีการชี้แจงทำความเข้าใจในประเด็นเหล่านี้แล้วก็ตาม หากแต่ยังมีในบางแง่มุมที่ไม่อาจทำให้สังคมสิ้นสงสัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็น เงินดิจิทัล ที่มีการให้ข่าวต่อสื่อมวลชนไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ทำให้สังคมเกิดความคลางแคลง อย่างไรก็ตาม ในการแถลงนโยบายฯ หากรัฐบาลสามารถตอบข้อซักถามของฝ่ายค้านได้อย่างครอบคลุมรอบด้าน สอดรับกับกรอบยุทธศาสตร์ชาติ และวงเงินงบประมาณ เชื่อได้ว่า จะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้ การประชุมรัฐสภาฯเพื่อแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาฯนั้น จะมีขึ้นในวันที่ 11-12 ก.ย.66 รวม 2 วัน คาดว่า พรรคฝ่ายค้านจะใช้โอกาสนี้อภิปรายในลักษณะของการซักถามเชิงตั้งข้อสังเกตถึงแนวนโยบายของรัฐบาลที่ได้เคยหาเสียงไว้ โดยเฉพาะกรณีเงินดิจิทัล 10,000 บาท ที่อาจถูกฝ่ายค้านอภิปรายด้อยค่า เนื่องจากประเด็นนี้สามารถสร้างความนิยมในทางการเมืองได้ รวมทั้งกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการยกเลิกเกณฑ์ทหาร ที่ฝ่ายค้านอย่างพรรคก้าวไกล เคลื่อนไหวผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง 

@@@…….นอกจากนี้ยังอาจมี ส.ว.บางส่วนที่ไม่ได้โหวตให้นายกรัฐมนตรีอภิปรายท้วงติงในบางนโยบายของรัฐบาลอย่างมีนัยสำคัญอีกด้วย ทั้งนี้ ถึงแม้จะเป็นการประชุมแถลงนโยบายของรัฐบาล หากแต่มีความเป็นไปได้ว่า พรรคก้าวไกลจะใช้โอกาสนี้อภิปรายเชื่อมโยงโจมตีรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลบางราย เพื่อทำลายภาพลักษณ์ทางการเมืองพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค ทั้งยังมีแนวโน้มว่า หากการตอบคำถามของฝ่ายรัฐบาลไม่ครอบคลุมในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดย ส.ส.ร. อาจถูกพรรคก้าวไกลและกลุ่มเห็นต่าง นำไปขยายผลสร้างกระแสปลุกการชุมนุม เพื่อเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลในระยะต่อไปก็เป็นได้ 

@@@…….สำหรับประเด็น การจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีนของกระทรวงกลาโหม โดยกองทัพเรือ นั้น ฝ่ายความมั่นคง เชื่อมั่นว่า รมว.กลาโหมจะสามารถชี้แจงในการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาฯได้ ทั้งในแง่มุมทางเลือกที่สมเหตุสมผลต่างๆ ค่าเสียโอกาส รวมทั้งการตอบสนองความต้องการของประเทศชาติ และประชาชน เนื่องเพราะไม่มีใครต้องการเผชิญหน้ากับการพลัดพราก และไม่ต้องให้สถานการณ์สงครามกร้ำกรายเข้ามาสู่ประเทศไทย ซึ่งเรือดำน้ำ คือ หนึ่งในเครื่องมือทางทหารที่เฉียบขาด และสมเหตุสมผล รวมทั้งการตอบปัญหาสำคัญว่า สรุปในภาพรวมแล้ว ประเทศไทยจะมีสถานภาพความพร้อมรบสำหรับการปฏิบัติการใต้ผิวน้ำในพื้นที่ปากอ่าวไทย ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของการลำเลียงขนส่งสินค้าและบริการมากกว่า 85% เข้าออกประเทศได้เมื่อไร เพื่อให้มั่นใจว่าความมั่นคงในระยะยาวจะได้รับการประกัน 

@@@…….ในช่วงนี้ ฝ่ายความมั่นคงคาดว่า กลุ่มนักกิจกรรมทางการเมือง ยังคงเคลื่อนไหวจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ในรูปแบบเดิม เพื่อคงกระแสมวลชนให้มีความต่อเนื่อง หากแต่มีจำนวนผู้เข้าร่วมทำกิจกรรมไม่มากนัก อาจเป็นเพราะมวลชนเริ่มมีการถอนตัวออกมา เนื่องจากเกรงกลัวจะถูกดำเนินคดีอาญาเช่นเดียวกับแกนนำบางกลุ่ม แนวโน้มคาดว่า ในห้วงนี้กลุ่มฯ จะไม่สามารถขยายพื้นที่กิจกรรมออกไปได้มากกว่านี้ หรืออย่างน้อยก็จนกว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเข้ามาบริหารประเทศไปสักระยะหนึ่งก่อนแล้ว 

 @@@…….ทีมโฆษกกองทัพบก นำโดย พล.ต.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ได้นำสื่อมวลชนลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย และ จังหวัดเลย โดยได้เยี่ยมชมการปฏิบัติงานของทหารที่ฐานปฎิบัติการกู่เต็งนาโย่ง หน่วยรับผิดชอบ ได้แก่ กองร้อยทหารม้าที่ 3 กองบังคับการควบคุมผาทมิฬ หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก (จัดกำลังจาก กองพันทหารม้าที่ 10 กรมทหารม้าที่ 2) ที่ตั้งบ้านห้วยน้ำริน ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ห่างจากจังหวัดเชียงราย 80 กิโลเมตร ความสูงเหนือระดับทะเลปานกลาง 704 เมตร โดยฐานปฏิบัติการตั้งอยู่บนแนวเทือกเขาแดนลาว ภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นป่าไม้สลับกับป่าไผ่ เป็นแนวชายแดนไทย–เมียนมา มีอาณาเขตติดกับดอยคำและดอยสทุ่ง ในประเทศเมียนมา รวมทั้งติดกับ 3 หมู่บ้านในเมียนมา ได้แก่ บ้านป่าสัก บ้านป่ากล้วย และบ้านห้วยกั๊ด แม่น้ำที่สำคัญ ซึ่งเป็นแนวเขตแดน ไทย-เมียนมา ได้แก่ แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก การปฏิบัติภารกิจใน 2 ฐานปฏิบัติการ 1 จุดเฝ้าตรวจ 1 ด่านตรวจ ได้แก่ 1.ฐานปฏิบัติการกู่เต็งนาโย่ง (บ้านห้วยน้ำริน หมู่ 7 ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย) 2.ฐานปฏิบัติการกู่เต็งนาโย่งหน้า (บ้านแม่สาย หมู่ 1 ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย) 3.จุดเฝ้าตรวจอินทรี (บ้านห้วยน้ำริน หมู่ 7 ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย) 4.ด่านตรวจป่าสัก (บ้านห้วยน้ำริน หมู่ 7 ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย)

@@@…….เดิมพื้นที่แห่งนี้เกิดปัญหาเส้นเขตแดน มีเหตุการณ์รุกล้ำอธิปไตย เมื่อเดือน ก.พ.2544 ทหารไทยได้ปกป้องอธิปไตย เฝ้าตรวจรักษาพื้นที่ชายแดน ซึ่งเป็นภารกิจที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง แม้เป็นการปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงที่อาจเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งได้ตลอดเวลา แต่ด้วยความมุ่งมั่นเสียสละของเหล่าทหารหาญทำให้คนรุ่นหลังได้รำลึกถึงวีรกรรมและความกล้าหาญในการปฏิบัติภารกิจจนสามารถยุติคลี่คลายลงด้วยการเจรจาและมิตรไมตรีกับทหารเมียนมา อย่างไรก็ตามทางผู้บัญชาการทหารบก ได้เห็นถึงความมุ่งมั่นเสียสละของกำลังพลด้วยการดูแลเรื่องของสวัสดิการของกำลังพล ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและให้คำแนะนำ พร้อมมอบรางวัลให้กับผู้ที่ปฏิบัติงานได้ดี รวมถึงการดูแลสิทธิกำลังพลทุกอย่าง มีการตรวจสุขภาพ และมีชุดแพทย์ทหารเข้ามาตรวจสอบความเป็นอยู่เบื้องต้น เมื่อเจ็บป่วยสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตามสิทธิการรักษา นอกจากนี้ยังมีการจัดชุดแพทย์จากกองพันเสนารักษที่ 8 ขึ้นมาตรวจสุขภาพให้กับกำลังพลตามวงรอบ หรือ การคัดกรองสุขภาวะทางจิตเพื่อดูว่ากำลังพลมีภาวะเครียดหรือไม่ ซึ่งเป็นนโยบายที่ต้องการให้กำลังมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสามารถปฏิบัติงานได้อย่างราบรื่น

@@@…….จากนั้นคณะสื่อมวลชนได้ไปเยี่ยมชมการปฏิบัติงานของฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบ หน่วยที่รับผิดชอบ ได้แก่ กองบังคับการกองร้อยทหารม้าที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ 2 อำเภอ 5 ตำบล 22 หมู่บ้าน ตลอดแนวชายแดน 22 กิโลเมตร (ต.เทอดไทย, ต.แม่ฟ้าหลวง, ต.โป่งงาม และ ต.เวียงพางคำ) สภาพพื้นที่ทั่วไปตั้งอยู่บนเทือกเขาแดนลาว แนวชายแดนไทย-เมียนมา สูงจากระดับทะเล 1,485 เมตร ในพื้นที่ ต.โป่งงาม อ.แม่สาย จ.เชียงราย พื้นที่ทั่วไปเป็นภูเขาสูงชัน บ้านเรือนประชาชนตั้งอยู่ตามแนวสันเขา และที่ราบระหว่างภูเขา ยอดเขาที่สำคัญคือดอยช้างมูบและดอยนางนอน มีอาณาเขตติดกับยอดเขาที่สำคัญในเมียนมา ได้แก่ ดอยคันโฉ่ และดอยต่อคาน ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่าและมูเซอ ใช้ภาษากลุ่มชนเผ่า ประกอบอาชีพเกษตรกรรมปลูกชาและกาแฟเป็นหลัก

 @@@…….บนฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบ ได้ปรับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้กับประชาชนที่เดินทางเข้ามายังพื้นที่ เนื่องจากพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีทิวทัศน์สวยงาม อยู่ฝั่งตรงข้ามกับประเทศเมียนมา ช่วงเช้าจะมีหมอก และอากาศหนาวเย็น สามารถมองเห็นบ้านเรือนของประเทศเมียนมา ซึ่งประชาชนและนักท่องเที่ยวขึ้นมาชมธรรมชาติ นอกจากนี้แล้ว บนฐานยังมีร้านกาแฟที่ดำเนินการโดยกำลังพลที่มีความรู้ในเรื่องของการชงกาแฟคอยให้บริการแก่นักท่องเที่ยว ทั้งนี้ จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมบนฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบประมาณวันละ 1,000 กว่าคน และถ้าเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หรือช่วงปลายปีจะเข้าสู่ฤดูหนาวจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณให้นักท่องเที่ยวได้กางเต๊นท์จะถูกจองเต็มหมด 

@@@…….กองทัพเรือ….นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย พล.ร.อ. เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และ พล.ร.ต. เฉิน เว่ย ตง ผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือสาธารณรัฐประชาชนจีน/ รองผู้บัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือสาธารณรัฐประชาชนจีน/ผู้อำนวยการฝึกผสมBLUE STRIKE 2023 ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดการฝึก ณ ท่าเรือจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี การฝึกผสม BLUE STRIKE 2023 ระหว่างกองทัพเรือไทย กับ กองทัพเรือสาธารณรัฐประชาชนจีน กำหนดจัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 1-10 ก.ย.2566 ณ พื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยเป็นไปตามนโยบายด้านยุทธการและการฝึก ที่กำหนดให้ดำรงการฝึกกับกองทัพเรือมิตรประเทศอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นการเสริมสร้างมิตรภาพ พัฒนาองค์ความรู้ในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ หรือ HADR ในระดับนานาชาติได้ 

@@@…….การฝึกผสม BLUE STRIKE 2023 มีวัตถุประสงค์การฝึกเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน ในด้านการฝึกให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ (HADR) และการปฏิบัติการทางเรือ รวมทั้งการฝึกปฏิบัติการทางยุทธวิธีของนาวิกโยธินแบบหน่วยทหารขนาดเล็ก การสร้างความคุ้นเคยกับเรือดำน้ำ ตลอดจนเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน ในการนี้กองทัพเรือ มอบหมายให้ พล.ร.ต.อาภา ชพานนท์ ผู้บัญชาการกองเรือยกพลขึ้นบก กองเรือยุทธการ ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม BLUE STRIKE 2023 ในส่วนของทางฝ่ายจีนมอบหมายให้พล.ร.ต. เฉิน เว่ย ตง (Chen Weidong) รองผู้บัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยฝึก 

@@@…….กองทัพเรือไทยได้จัดเรือเข้าร่วมการฝึกฯ ได้แก่ เรือหลวงช้าง เรือหลวงนเรศวร เรือหลวงอ่างทอง เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช เรือระบายพลขนาดเล็ก (LCVP) ซึ่งเป็นเรือที่มีสมรรถนะและขีดความสามารถในการฝึกตามหัวข้อที่กำหนด และส่งผลให้กำลังพลกองทัพเรือ ทั้งจากกองเรือยุทธการ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และหน่วยที่เกี่ยวข้องจัดกำลังเข้าร่วมการฝึกฯ ประกอบด้วยศูนย์บัญชาการเหตุการณ์บนฝั่ง (ICC) ชุดประเมิน ความเสียหาย (LDAT – NDAT) ชุดค้นหาและช่วยเหลือฯ (USAR) ชุดปฏิบัติการแพทย์ และชุดปฏิบัติการ ทางวิทยาศาสตร์อย่างละ 1 ชุด และกำลังพลนาวิกโยธิน พร้อมยุทโธปกรณ์รวมผู้เข้ารับการฝึกทั้งสิ้น จำนวน 1,553 นาย ในส่วนของหมู่เรือฝึกของกองทัพเรือสาธารณรัฐประชาชนจีน มีจำนวน 4 ลำ ประกอบด้วยเรือยกพลขึ้นบกCNS Simingshan (989), เรือฟริเกต CNS Anyang, เรือส่งกำลังบำรุง CNS Chaohu และ เรือดำน้ำCNS Chang Cheng กำลังนาวิกโยธินพร้อมยุทโธปกรณ์และกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึกในหัวข้อต่าง ๆ รวมผู้เข้ารับการฝึกทั้งสิ้น จำนวน 953 นาย รวมผู้เข้ารับการฝึกทั้ง 2 ฝ่าย เป็นจำนวนทั้งสิ้น 2,506 นาย

@@@…….กองทัพอากาศ…พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ผู้บัญชาการทหารอากาศ  (ผบ.ทอ.) เป็นประธานในพิธีปิดการศึกษาหลักสูตรการทัพอากาศรุ่นที่ 57 ประจำปี 2566 ณ ห้องบรรยาย วิทยาลัยการทัพอากาศ กรมยุทธศึกษาทหารอากาศ โดยมีนักศึกษาวิทยาลัยการทัพอากาศที่สำเร็จการศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 85 คน ทั้งนี้ได้จัดพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติศิษย์เก่าดีเด่น ประจำปี 2566 จำนวน 3 คน และการแถลงยุทธศาสตร์กองทัพอากาศฉบับนักศึกษาวิทยาลัยการทัพอากาศรุ่นที่ 57 พิธีมอบรางวัลให้แก่นักศึกษาที่มีผลงานเอกสารวิจัยดีเด่น จำนวน 1 รางวัล, รางวัลเอกสารวิจัยชมเชย จำนวน 3 รางวัล, รางวัลผลการศึกษายอดเยี่ยม จำนวน 1 รางวัล และรางวัลนักศึกษาดีเด่น จำนวน 1 รางวัล รวมทั้งมอบเกียรติบัตรให้แก่นักศึกษามิตรประเทศ จำนวน 2 คน.

 ………………………………….

 คอลัมน์ : “Military Key”

 โดย.. “รหัสมอร์ส”

- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img