วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 30, 2024
หน้าแรกCOLUMNISTS“ฝ่ายความมั่นคง”ร่วมมือผนึกกำลังกัน! เดินหน้า-วางแผน“แก้ปัญหายาเสพติด”
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“ฝ่ายความมั่นคง”ร่วมมือผนึกกำลังกัน! เดินหน้า-วางแผน“แก้ปัญหายาเสพติด”

“วันกองทัพไทย” เหล่าทัพพร้อมใจกันผนึกกำลังลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติด  ปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน และอื่น ๆ ตามที่ได้รับร้องขอให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

@@@…….สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน พบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “Military Key” ทางเว็บไซต์ https:// thekey.news ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 20 ม.ค.67 ผ่านไปแล้วสำหรับวันกองทัพไทย ที่ตรงกับวันที่ 18 มกราคม ของทุกปี ซึ่งในปีนี้ กองบัญชาการกองทัพไทย และทุกเหล่าทัพได้จัดงานวันกองทัพไทย ประจำปี 2567

@@@…….วันกองทัพไทย คือ วันอันสำคัญของชาติ และเป็นวันที่ระลึกในวาระที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถีกับมังสามเกียดของพม่า โดยถือเอาวันที่ 18 มกราคม ของทุกปี เป็นวันกองทัพไทยตามการคำนวณจากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ไทยที่ระบุว่า พระองค์ทรงกระทำยุทธหัตถีในวันจันทร์ แรม 2 ค่ำ เดือนยี่ ปีมะโรง  จ.ศ.954 ตรงกับวันที่ 18 มกราคม ค.ศ.1593 หรือ พ.ศ.2135 แบบ พ.ศ.ราชการ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2548 คณะรัฐมนตรีได้ลงมติอนุมัติให้ วันที่ 18 มกราคมของทุกปี เป็นวันยุทธหัตถี ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามหลักฐานที่ราชบัณฑิตยสถาน และคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติเสนอ ซึ่งเป็นผลทำให้ประวัติศาสตร์ของวันยุทธหัตถีเปลี่ยนไป ดังนั้นเพื่อดำรงความมุ่งหมายเดิมในการกำหนดวันที่ระลึกถึงกองทัพไทยและกองทัพบก รวมทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับมติของคณะรัฐมนตรีดังกล่าว กระทรวงกลาโหม และกองทัพบก จึงได้พิจารณากำหนดวันกองทัพไทย และวันกองทัพบก จากเดิมวันที่ 25 มกราคม เป็นวันที่ 18 มกราคมของทุกปี โดยเริ่มใช้ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา เพื่อให้ปวงชนชาวไทย ได้ระลึกถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของประเทศ และร่วมแรงร่วมใจกันปกป้องบ้านเมืองสืบไป 

@@@……อย่างไรก็ตาม นอกจากภารกิจในการป้องกันประเทศของฝ่ายทหารแล้ว ความมั่นคงภายในก็เป็นประเด็นสำคัญมาพร้อมด้วยเช่นกัน เนื่องจากความพร้อมของกำลังพล และความสมบูรณ์ในตัวของหน่วยทหาร ปัจจุบัน ก่อนหน้าที่ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปประชุมต่างประเทศ ได้หารือร่วมกับ ผบ.ทหารสูงสุด เพื่อหาแนวทางในการให้ฝ่ายความมั่นคง และฝ่ายทหาร มุ่งมั่นใช้ทรัพยากรเต็มขีดความสามารถ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำหรับการปฏิบัติการลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติด, ปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน และอื่น ๆ ตามที่ได้รับร้องขอให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม  

@@@……ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหม กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกองบัญชาการกองทัพไทย ตั้งงบประมาณ ปี 61-70 สำหรับภารกิจป้องกัน ปราบปราม และบำบัดยาเสพติด สนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้แล้วจำนวน 2.96 พันล้านบาท โดยเฉพาะปี 2567 นี้ ตั้งงบประมาณไว้ 142 ล้านบาท ซึ่ง “สุทิน คลังแสง” รมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผบ.ทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.), พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผบ.ทบ., พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผบ.ทร. และ พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผบ.ทอ. เข้าร่วมประชุมหารือเกี่ยวกับ การแก้ไขปัญหายาเสพติด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา 

@@@……ขณะเดียวกัน เนื่องจากฝ่ายทหารไม่ได้มีอำนาจดำเนินการเรื่องเหล่านี้เต็มที่โดยตรง จึงต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง และอาจต้องมีกฎหมายรองรับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทหาร ขณะนี้ กระทรวงกลาโหมกำลังให้ฝ่ายกฎหมาย ออกกฎระเบียบ ข้อบังคับ เพื่อรองรับการทำงานของฝ่ายความมั่นคง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารทำงานได้ ไม่สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิด นอกจากนี้ อาจจะต้องตั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ให้เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน หรือผู้ช่วยผู้ปฏิบัติงานการบำบัดยาเสพติด เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานอื่นได้ เป็นต้น 

@@@……ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่สํานักการข่าว กอ.รมน. ประสานงานด้านการข่าว ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ปปส. หน่วยข่าวกรองทางทหาร หน่วยข่าวของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานการข่าวของฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทย อย่างแน่นแฟ้นอยู่แล้ว แต่หากเป็นการใช้กำลังเพื่อการปราบปรามร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เป็น ปปส. ตำรวจ ฝ่ายปกครอง หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง และสนธิกําลังปฏิบัติภารกิจ เช่น ลาดตระเวน/เฝ้าตรวจ หรือการใช้กำลังเข้าปราบปรามจับกุมนั้น จะต้องมีการร้องขอ และมีการวางแผนร่วมกันอย่างรอบคอบรัดกุม โดยมีกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้อย่างมั่นใจ ทั้งนี้ ฝ่ายความมั่นคงเชื่อมั่นว่า มาตรการปฏิบัติการลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติดด้วยการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากนี้ไป จะสามารถทำให้สถานการณ์ปัญหายาเสพติดของไทยคลี่คลายลงได้สำเร็จในที่สุด

@@@……รับมอบเครื่องอิสริยาภรณ์….พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด รับมอบเครื่องอิสริยาภรณ์ Legion of Merit (Degree of Commander) จาก พล.ร.อ. John C.Aquilino (จอห์น ซี อากีลีโน ) ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐอเมริกา ภาคพื้นอินโด – แปซิฟิก ณ สำนักงานประสานความช่วยเหลือทางทหารระหว่างประเทศ (จัสแมกไทย) กรุงเทพฯ การมอบเครื่องอิสริยาภรณ์แก่ พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในครั้งนี้ เนื่องจาก พล.อ.เฉลิมพล ถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญยิ่งในการยกระดับความสัมพันธ์ทางทหาร ระหว่างกองทัพไทยและกองทัพสหรัฐฯ ตลอดจนเป็นพันธมิตรที่สำคัญของสหรัฐฯ ในการธำรงสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค นับเป็นรากฐานที่สำคัญยิ่งในการพัฒนาความร่วมมือในทุกมิติร่วมกันต่อไป โดยเครื่องอิสริยาภรณ์ Legion of Merit ชั้น Degree of Commander เป็นเหรียญอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดที่สหรัฐฯ จะมอบให้กับผู้นำทางทหารมิตรประเทศ ถือเป็นการให้เกียรติและให้ความสำคัญแก่กองทัพเป็นอย่างยิ่ง โดยเป็นการแสดงให้เห็นถึงบทบาทด้านความสัมพันธ์ที่มั่นคงที่มีต่อกันมาอย่างยาวนาน ทั้งยังเป็นการส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือของทั้งสองกองทัพให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นในอนาคต

@@@……กองทัพเรือ…พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ได้เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของกองทัพเรือสิงคโปร์ โดยผู้บัญชาการทหารเรือ เดินทางไปยังกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐสิงคโปร์ ได้ตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ และเยี่ยมคำนับ พล.ร.ต.Sean Wat ผู้บัญชาการทหารเรือสิงคโปร์ และได้เข้าเยี่ยมคำนับ พล.ร.ท.Aaron Beng ผู้บัญชาการทหารสูงสุดสิงคโปร์ และเข้าเยี่ยมคำนับ Dr Ng Eng Hen รัฐมนตรีว่าการกระทรงกลาโหม ตามลำดับ โดยการเข้าเยี่ยมคำนับดังกล่าวได้มีการสนทนาหารือข้อราชการ และแลกเปลี่ยนโล่ที่ระลึกระหว่างกัน

@@@……สำหรับการเดินทางเยือนสาธารณรัฐสิงคโปร์ของผู้บัญชาการทหารเรือ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น ตลอดจนดำรงความร่วมมือระหว่างไทยและสาธารณรัฐสิงคโปร์ที่มีมาอย่างยาวนานทั้งระดับชาติและระดับกองทัพ โดยกองทัพของทั้งสองชาติมีการติดต่อและแลกเปลี่ยนการเยี่ยมเยือนระหว่างกันอยู่เสมอ ในส่วนของกองทัพเรือ ได้มีการฝึกร่วมทางทะเล และการลาดตระเวนร่วมกันในการต่อต้านโจรสลัดในช่องแคบมะละกา ซึ่งที่ผ่านมากองทัพเรือสิงคโปร์ ได้ดูแลความปลอดภัยในช่องแคบมะละกาและน่านน้ำโดยรอบ โดยช่องแคบมะละกาถือเป็นช่องทางการเดินเรือที่สำคัญในภูมิภาค ซึ่งเรือสินค้าสัญชาติไทยจำนวนมากใช้เดินทางผ่านเข้าออกในการขนส่งสินค้า และแวะจอดรับการส่งกำลังบำรุงที่ท่าเรือสิงคโปร์อยู่เสมอ 

@@@……ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือได้หารือในการเริ่มการลาดตระเวนร่วมระหว่างกองทัพเรือไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้ปฏิบัติการร่วมกันในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 โดย กองทัพเรือเสนอตัวเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมในการเริ่มต้นการดำเนินการดังกล่าว เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติการต่อไป ทั้งนี้ เพื่อให้เรือสินค้า และเรือประมง ปลอดภัยจากโจรสลัด และเกิดความเชื่อมั่นในการเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกา ซึ่งในอนาคตหากเกิดปัญหาโจรสลัดในพื้นที่ดังกล่าว กองทัพเรือก็พร้อมจะร่วมมือต่อไป อีกทั้งยังได้หารือเกี่ยวกับการยกระดับการฝึกระหว่างกองทัพเรือทั้งสองประเทศ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของกำลังพลกองทัพเรือในด้านยุทธวิธี แบ่งปันความรู้และเพิ่มพูนทักษะด้านปฏิบัติการทางเรือ ตลอดจนการทำงานร่วมกันในการเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงทางทะเลของทั้งสองประเทศ นอกจากนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ได้ไปเยือนศูนย์บูรณาการข้อมูลข่าวสารทางทะเล (Information Fusion Centre : IFC) เพื่อฟังบรรยายสรุปและหารือถึงการประสานความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางทะเลระหว่าง ศรชล.กับหน่วยงานทางทะเลของสิงคโปร์ ที่กำลังจะมีมากขึ้นในอนาคต ให้มีความสะดวก รวดเร็ว เพื่อให้การปฏิบัติงานร่วมกันมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

@@@……เรือหลวงปัตตานีจับกุมเรือประมงเวียดนามลักลอบทำการประมงในน่านน้ำไทย ใกล้จังหวัดปัตตานี โดย พล.ร.ต.วีรุดม ม่วงจีน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า เรือหลวงปัตตานี ทัพเรือภาคที่ 2 ได้บูรณาการการปฏิบัติร่วมกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ทำการจับกุม เรือประมงเวียดนาม ที่เข้ามาทำการประมงในน่านน้ำไทย บริเวณห่างจากปากร่องน้ำอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เป็นระยะ 6 ไมล์ทะเล ซึ่งจากการตรวจสอบ พบว่าเป็นเรือคราดปลิงทะเล สัญชาติเวียดนาม มีผู้ควบคุมเรือพร้อมลูกเรือรวมจำนวน 4 คน จึงได้ควบคุมเรือพร้อมลูกเรือทั้งหมดเดินทางกลับมายังท่าเทียบเรือ ฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2 เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมาย ต่อไป สำหรับการจับกุมเรือประมงต่างชาติในพื้นทีอ่าวไทยด้านใต้ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ ทัพเรือภาคที่ 2 ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2565 จนถึงปัจจุบันมีการจับกุมแล้วจำนวน 21 ครั้ง รวมเรือทั้งหมด 27 ลำ ผู้ควบคุมเรือพร้อมลูกเรือรวม จำนวน 122 คน และตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.66 จนถึงปัจจุบัน ทัพเรือภาคที่ 2 ได้จับกุมเรือประมงต่างชาติที่มีพฤติกรรมลักลอบทำการประมงในเขตน่านน้ำไทย จำนวน 4 ครั้ง ทั้งนี้ที่ผ่านมาฝ่ายไทย ได้มีการแจ้งเตือนเรือประมงของประเทศต่างๆ มิให้รุกล้ำเข้ามาทำการประมงในเขตน่านน้ำของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง 

@@@……กองทัพอากาศ….พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เป็นประธานประกอบพิธีแสดงกตเวทิตาจิตแด่อดีตผู้บังคับบัญชา ประจำปี 2567 โดยมีอดีตผู้บังคับบัญชากองทัพอากาศ อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด อดีตรองผู้บัญชาการทหารอากาศ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพอากาศ เข้าร่วมพิธีฯ ณ ห้องรับรองกองทัพอากาศ กองบัญชาการกองทัพอากาศ โดยผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้กล่าวขอบคุณอดีตผู้บังคับบัญชากองทัพอากาศที่เข้าร่วมพิธีฯ ความตอนหนึ่งว่า “กระผมและข้าราชการกองทัพอากาศ รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้จัดงานกตเวทิตาจิตแด่อดีตผู้บังคับบัญชาในวันนี้ซึ่งตรงกับวันครู สืบเนื่องมาจากผู้บังคับบัญชาทุกท่านเปรียบประดุจครูบาอาจารย์ และเปรียบเสมือนเรือที่คอยส่งรุ่นน้องให้ถึงฝั่งด้วยการอบรมสั่งสอน ให้คำแนะนำ และถ่ายทอดความรู้ ทั้งในด้านศีลธรรมและจริยธรรมอันดีงาม รวมถึงสร้างสรรค์และพัฒนากองทัพอากาศในทุกมิติมาอย่างต่อเนื่องทุกยุคทุกสมัย ทำให้กองทัพอากาศมีความเจริญและมั่นคงตราบจนทุกวันนี้ การปฏิบัติภารกิจของทุกท่านที่ผ่านมานั้นถือเป็นแบบอย่างที่ดีอย่างยิ่ง สมควรที่จะให้น้อง ๆได้ดำเนินรอยตามเพื่อประโยชน์สูงสุดที่จะเกิดขึ้นกับกองทัพอากาศของพวกเรา ในวันนี้พวกกระผมต่างร่วมกันร้อยรักร้อยดวงใจจัดงานนี้เพื่อมอบให้แด่ท่านด้วยความรักและศรัทธา เพื่อแสดงความขอบคุณพร้อมทั้งรำลึกถึงคุณงามความดี และน้อมคารวะต่อท่านที่ได้สร้างคุณูปการให้กับกองทัพอากาศและประเทศชาติตลอดมา” 

 ………………………………….

 คอลัมน์ : “Military Key”

 โดย.. “รหัสมอร์ส”

- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img