วันศุกร์, มิถุนายน 14, 2024
หน้าแรกCOLUMNISTSโยก“บิ๊กรอย”ข้ามห้วยนั่ง“เลขาฯสมช.” ลุ้น“บิ๊กต่อ”นอนมา…ยึดเก้าอี้“ผบ.ตร.”
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

โยก“บิ๊กรอย”ข้ามห้วยนั่ง“เลขาฯสมช.” ลุ้น“บิ๊กต่อ”นอนมา…ยึดเก้าอี้“ผบ.ตร.”

ใน แวดวงสีกากี และคนที่สนใจความเคลื่อนไหวของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ต่างคาดเดากันว่า ภายในสัปดาห์นี้ หลังการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ระหว่างวันที่ 11-12 ก.ย.เสร็จสิ้นลง “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ซึ่งมีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศ จะเรียกประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)

เพราะเหลือเวลาอีกไม่กี่วัน “บิ๊กเด่น-พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์” ผบ.ตร.คนที่ 13 ก็จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.66 ซึ่งตามปกติแล้ว การจัดทำทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายระดับ “นายพลตำรวจ” ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนส.ค. ช่วงเวลาไล่เลี่ยกับการจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารระดับ “ผบ.เหล่าทัพ” ซึ่งดำเนินการเรียบร้อยไปแล้ว

อันทีจริงช่วง “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ยังทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้นัดประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เมื่อวันที่ 25 ส.ค.66 แต่การประชุมต้องล่มไป เนื่องจาก “เศรษฐา” ได้รับการดำรงตำแหน่งนายกฯแล้ว “พล.อ.ประยุทธ์” จึงอยากให้เกิดธรรมาภิบาล เลยเปิดทางให้ “นายกฯคนใหม่” เป็นผู้พิจารณาคัดเลือกข้าราชการตำรวจที่จะดำรงตำแหน่ง “ผบ.ตร.” ประกอบกับมีการท้วงติงจาก “ก.ตร.บางคน” ถึงความเหมาะสมด้วย

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์

อย่างไรก็ตาม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานข่าวว่า ในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงที่จะเกษียณอายุราชการในสิ้นเดือนก.ย.66 เป็นที่น่าจับตาว่า “เศรษฐา” จะพิจารณาแต่งตั้งหรือเสนอชื่อบุคคลใดมาทดแทนตำแหน่งเดิมที่ว่างลงในแต่ละหน่วยงาน โดยเฉพาะ “เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ” (สมช.) ซึ่งมีกระแสข่าวว่า จะเสนอชื่อ “บิ๊กรอย-พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์” รองผบ.ตร.รับผิดชอบงานมั่นคง นักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่น 40 ไปดำรงตำแหน่ง “เลขาธิการสมช.” แทนที่ “พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม” เลขาธิการสมช. ที่จะสิ้นสุดวาระวันที่ 30 ก.ย.นี้ โดยหากทุกอย่างไปเป็นอย่างเรียบร้อย คาดว่าจะมีการเสนอชื่อ “พล.ต.อ.รอย” เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาเห็นชอบโอนย้ายมาดำรงตำแหน่ง “เลขาธิการสมช.”

พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม

ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่า หากกระแสข่าว “พล.ต.อ.รอย” จะโยกไปนั่ง “เลขาธิการสมช.” จริง เท่ากับว่าการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในตำแหน่ง “ผบ.ตร.” ในวาระที่จะมีขึ้นในเดือนก.ย.นี้ จะเหลือแคนดิเดตชิงตำแหน่งผบ.ตร.แค่ 3 นายคือ “บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล” รอง ผบ.ตร., “บิ๊กต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์” รอง ผบ.ตร. และ “บิ๊กต่อ-พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล” รอง ผบ.ตร. หากเป็นไปตามนั้น มีการตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการเปิดทางให้ “พล.ต.อ.ต่อศักดิ์” ถูกเสนอชื่อขึ้นดำรงตำแหน่งผบ.ตร.หรือไม่

ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว “พล.ต.อ.รอย” ก็เคยเป็นแคนดิเดตชิงเก้าอี้ “แม่ทัพสีกากี” แต่ในที่สุดก็ต้องพลาดตำแหน่งให้กับ “บิ๊กเด่น” และหากปีนี้ต้องพลาดตำแหน่งสำคัญอีก ต้องถือเป็นนายตำรวจที่ได้รับ “ความน่าเห็นใจ” ดังนั้นการได้รับเก้าอี้ปลอบใจในตำแหน่งสำคัญได้ดูแลงานด้านความมั่นคง “เลขาธิการสมช.” ซึ่งถือนายตำรวจคนที่สอง ที่ได้ตำแหน่งสำคัญนี้ ก็พอจะเยียวยาความรู้สึกของ “บิ๊กรอย” ได้บ้าง

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ผบ.ตร.มีบันทึกข้อความที่ 0001.(ผบ)/156 การคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจถึง 4 แคนดิเดต ผบ.ตร.คนที่ 14 ประกอบด้วย พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 1, พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 2, พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 3 และพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 4

โดย 4 บิ๊กแคนดิเดตต้องทำแผนผลการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งสรุปสภาพปัญหาการปฏิบัติงาน หรือสภาพปัญหาของตร.ในปัจจุบัน และแนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าวในอนาคต หากได้รับการคัดเลือกแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. โดยจัดทำเป็นเอกสารรวมจำนวนไม่เกิน 4 แผ่น (ขนาด A4) แล้วส่งไปยัง ตร. (ผ่านสำนักงานกำลังพล) ภายใน 1 ก.ย. เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของนายกฯในการคัดเลือกแต่งตั้งผู้จะดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.

ต้องถือ เป็นครั้งแรกของแวดวงสีกากี ที่กำหนดให้ “แคนดิเดต ผบ.ตร.” เขียนวิสัยทัศน์ประกอบการพิจารณาคัดเลือกผู้เหมาะสม ซึ่งปรากฏว่าได้รับการขานรับจาก “ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ” โดยเห็นว่า เป็นแนวทางที่ดีมาก เพราะ “ผบ.ตร.” คือผู้นำองค์กร การให้แสดงวิสัยทัศน์จะนำพาอนาคตองค์กรอย่างไร เป็นพันธสัญญาของการปฏิบัติหน้าที่

สำหรับแนวทางการสรรหาผบ.ตร. ซึ่งรหัสเรียกขาน “พิทักษ์ 1” ตามพ.ร.บ.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 นั้น นายกฯคัดเลือกรายชื่อจาก จเรตำรวจแห่งชาติ และ รอง ผบ.ตร. คำนึงถึง อาวุโส และ ความรู้ความสามารถ ประกอบกัน โดยเฉพาะประสบการณ์ในงานสืบสวนสอบสวน หรืองานป้องกันปราบปราม เสนอ ก.ตร.เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน แล้วให้นายกฯนำความกราบบังคมทูลพระกรุณา เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง

ขณะที่การแต่งตั้ง “รอง ผบ.ตร.-จเรตำรวจแห่งชาติ” ตามกติกาใหม่ นับอาวุโสเช่นเดียวกับการเลื่อนขึ้น “ผช.ผบ.ตร.-รองจเรตำรวจแห่งชาติ” ให้พิจารณาเรียงลำดับอาวุโส 100% โดย “ผบ.ตร.” เป็นผู้คัดเลือกเสนอ “ก.ตร.” พิจารณาให้ความเห็นชอบ

ส่วนระดับ “รอง ผบช.-จเรตำรวจ-ผบก.” พิจารณาเรียงตามลำดับอาวุโสไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนตำแหน่งว่างในแต่ละระดับ โดย ผบ.ตร.ต้องรับฟังความเห็นจาก ผบช.แล้วคัดเลือกรายชื่อเสนอ ก.ตร.พิจารณาให้ความเห็นชอบ

พล..รอย อิงคไพโรจน์

สำหรับประวัติแคนดิเดต “ว่าที่ผบ.ตร.” ทั้ง 4 คน เริ่มด้วย “พล.ต.อ.รอย” อาวุโสอันดับ 1 รับผิดชอบงานมั่นคง เกิด 6 ส.ค.2507 จบมัธยมต้นโรงเรียนเซนต์คาเบรียล มัธยมปลายโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ปริญญาตรี นรต.รุ่น 40 ปริญญาตรีนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง, MPA สหรัฐอเมริกา หลักสูตรเอฟบีไอ หลักสูตรสืบสวนที่สหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย

ประวัติการรับราชการ ไม่เคยเป็นตำรวจโรงพัก เคยเป็นรอง สว.ป.2 กก.7 ป., รอง สว.งานนโยบายและแผน ฝ่ายอำนวยการกองตำรวจสันติบาล, นว.ผบก.ประจำ ตร.(ทนท.หน.อำนวยการ) สำนักงานวิทยาการตำรวจ, สว.งาน 1 ฝอ.1 ส.1, สว.งาน 4 กก.3 บก.อก.ส., สว.งาน 2 กก.5 ส.1, นว.ผู้ช่วย อ.ตร., นว.(สบ4) รอง ผบ.ตร., ผกก.7 ทล., ผกก.2 บล.ทล., รอง ผบก.ทล., รอง ผบก.สบพ., ผบก.ตม.3, ผบก.ประจำ สตม., ผบก.ทท., รอง ผบช.ก., ผบช.ส., ผบช.ศ., ผู้ช่วย ผบ.ตร., รอง ผบ.ตร.

ต่อด้วย “พล.ต.อ.สุรเชษฐ์” รอง ผบ.ตร. อาวุโสอันดับ 2 คุมงานสืบสวนสอบสวน เกิด 29 ต.ค.2513 จบมัธยมโรงเรียนมหาวชิราวุธ จ.สงขลา นรต.รุ่น 47 ปริญญาโท สังคมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยมหิดล, ปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย และปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาอาชญาวิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล

ประวัติรับราชการสำคัญ รอง สว.ประจำ รร.นรต., รอง สวส.สน.หนองแขม, รอง สว.สอบสวน สภ.อ.เมืองสมุทรสาคร, ผู้ช่วย นว.(สบ1) ผบช.ภ.3, ผู้ช่วย นว.(สบ1) ผบช.ภ.7, รอง สว.งาน 5 กก.สส.ภ.7, สว.(นิติกรด้านพิจารณาทัณฑ์) วน., สว.ส.ทล.4 กก.5 ทล., สว.ส.ทล.2 กก.3 ทล., ผู้ช่วย นว.(สบ3) นรป.(สบ11), ผู้ช่วย นว.(สบ3) ประจำ สง.ผบ.ตร.ผกก.ประจำ สง.ผบ.ตร.(ทนท.อก.ประจำผู้ช่วย ผบ.ตร.), ผกก.3 บก.ปคม., ผกก.ฝอ.10 บก.อก.บช.ก., ผกก.สภ.หาดใหญ่ จว.สงขลา, รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา, รอง ผบก.สปพ., ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร., ผบก.ทท., ผบก.สปพ., รอง ผบช.ทท., ผบช.สตม., ที่ปรึกษา (สบ9) ตร., ผู้ช่วย ผบ.ตร., รอง ผบ.ตร.

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล

“พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ” อาวุโสอันดับ 3 รอง ผบ.ตร.ฝ่ายบริหาร เกิด 8 ธ.ค.2508 จบมัธยมโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จ.ราชบุรี นรต.41 เป็นดาวรุ่งขึ้นนายพลคนแรกๆ ของรุ่น เคยผ่านรอง สว.สอบสวน สภ.เมืองระยอง, รอง สว.สืบสวน สภ.เมืองระยอง, รอง สว.งาน 3 กก.สส.ภาค 1, สว.สอบสวน สภ.บางพลี จว.สมุทรปราการ, นว.(สบ1) ผบช.ภ.1, ผู้ช่วย นว.(สบ2) ผู้ช่วย ผบ.ตร., นว.(สบ3) ผู้ช่วย ผบ.ตร.,

รอง ผกก. ป., ผกก.6 ทล., ผกก.8 บก.ทล., ผกก.6 บก.รน., ผกก.3 บก.ทท., รอง ผบก.ทล., รอง ผบก.ปคม., ลก.ตร.(สบ6), ผบก.ส.1, รอง จตร.(สบ7) จต., รอง ผบช.สกพ., ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., ผบช.ภ.8, ผู้ช่วย ผบ.ตร.และรอง ผบ.ตร.ด้วยบุคลิกเงียบๆ ไม่ค่อยเป็นข่าว แต่ฝีมืองานบริหารโดดเด่น วางระบบตร. โดยเฉพาะการจัดองค์กรตาม พ.ร.บ.ตำรวจใหม่

ต่อด้วยแคนดิเดตคนสุดท้าย “พล.ต.อ.ต่อศักดิ์” อาวุโสอันดับ 4 รอง ผบ.ตร.คุมป้องกันปราบปราม จ่อคิว ผบ.ตร.คนที่ 14 มากที่สุด ซึ่งรู้ๆ กันอยู่ว่ามี ซุปเปอร์แบ๊กอัพหนุนอยู่ เกิด 27 ม.ค.2507 จบมัธยมโรงเรียนโยธินบูรณะ รัฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สิงห์แดงรุ่น 38 ปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณทิต จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม เคยเป็นรอง สว.ผ.3 กก.2 ป., สว.กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ บช.ก., สว.กก.ปพ.บก.ป., รอง ผกก.ปพ.บก.ป., ผกก.ปพ.บก.ป., รอง ผบก.ป., ผบก.บก.ตร.มหด.รอ.904 บช.ก., รอง ผบช.ก., ผบช.ก., ผู้ช่วย ผบ.ตร., รอง ผบ.ตร. ได้รับฉายา มือปราบสายธรรมะ และ โรโบคอปสายบุญ

ต้องยอมรับว่าชื่อ “บิ๊กต่อ” มาแรง ตั้งแต่มีข่าว “พล.อ.ประยุทธ์” เรียกประชุมก.ตร. เพื่อแต่งตั้ง“ผบ.ตร.” ด้วย “คอนเนคชั่น” และแรงหนุนจาก “ผู้มากบารมี” ซึ่งประเด็นดังกล่าวยังส่งต่อมาถึงรัฐบาลภายใต้การนำของ “พรรคเพื่อไทย” ที่มี “เศรษฐา” เป็นนายกฯ

ยิ่งถ้าหาก “พล.ต.อ.รอย” ถูกส่งไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสมช. เท่ากับเปิดทางให้ “พล.ต.อ.ต่อศักดิ์” เพราะหาก “พล.ต.อ.รอย” ยังร่วมเป็นแคนดิเดต “แม่ทัพสีกากี” อาจมีปัญหาข้อกฎหมายตามมา ถ้ามีการไปฟ้องร้องศาลปกครอง ในฐานะอาวุโสลำดับหนึ่ง แล้วพลาดเก้าอี้สำคัญ

แต่ไม่ว่า ใครตามขึ้นมาเป็น “ผบ.ตร.คนที่ 14” คงเป็นงานที่ไม่ง่ายหนัก โดยเฉพาะต้อง กอบกู้วิกฤติศรัทธาองค์กรสีกากี หลังเกิดปัญหามีการยิ่งตำรวจตายในบ้านพัก “กำนันนก-ประวีณ จันทร์คล้าย” โดยมีเพื่อนร่วมอาชีพเข้าไปช่วยเหลือผู้ต้องหา

……………………………………..

คอลัมน์ :ล้วง-ลับ-ลึก

โดย “แมวสีขาว”

- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img