วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 30, 2024
หน้าแรกCOLUMNISTS‘หยุดยาว’ กระตุ้นหรือซ้ำเติม..เศรษฐกิจ
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

‘หยุดยาว’ กระตุ้นหรือซ้ำเติม..เศรษฐกิจ

เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันพอสมควร สำหรับมติคณะรัฐมนตรีที่กำหนดให้วันจันทร์ที่ 31 ก.ค.66 เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษอีก 1 วัน ในปี 2566 ทำให้มีวันหยุดราชการยาวต่อเนื่องตั้งแต่ 28 ก.ค.-2 ส.ค.66  ทั้งสิ้น 6 วัน เสียงส่วนใหญ่ที่วิพากษ์วิจารณ์จะไปในทางลบ ไม่เห็นด้วยมากกว่าด้านบวก

ทั้งนี้อาจเพราะเป็นวันหยุดค่อนข้างนานถึง 6 วัน ที่สำคัญเป็นการประกาศแบบกะทันหันไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้หลายๆ คนหลายๆ องค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชนเตรียมตัวตั้งรับไม่ทัน งานนี้กลายเป็น เจตนาดีแต่ประสงค์ร้าย เพราะตั้งใจให้หยุด เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว และให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในประเทศเพิ่มขึ้น เพื่อส่งผลไปยังการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังโงหัวไม่ขึ้น ให้มีลมหายใจต่อไป

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์ว่า ในช่วง 6 วันดังกล่าว คนไทยเดินทางท่องเที่ยวประมาณ 4.96 ล้านคน-ครั้ง มีการใช้จ่ายสร้างรายได้หมุนเวียนมากกว่า 16,600 ล้านบาท และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 63% โดยเห็นบรรยากาศการเดินทางที่คึกคักมากขึ้น โดยเฉพาะในจังหวัดเดินทางระยะใกล้ที่พักไม่เกิน 200-300 กิโลเมตร ดูจะเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสวยหรูเลยทีเดียว

ไม่ปฏิเสธว่า ในวันหยุดยาว คนจำนวนหนึ่งโดยเฉพาะ คนวัยทำงาน-คนมีกำลังซื้อ อาจจะชอบเพราะได้ไปเที่ยว ได้ไปพักผ่อน แต่ก็ทำให้คนจำนวนมากต้อง “ขาดรายได้” เพราะไม่ได้ทำงาน โดยเฉพาะ ลูกจ้างรายวัน-คนหาเช้ากินค่ำ หยุดงานเท่ากับหยุดรายได้

รวมถึง ธุรกิจรายเล็ก-รายน้อย พวกหาบเร่ แผงลอย ร้านอาหารที่มีนับหมื่นๆ ราย ในกรุงเทพฯหรือในเมืองใหญ่ที่ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว จะเงียบเหงาทันที เพราะคนออกไปเที่ยว คนแห่กลับบ้านต่างจังหวัดกันหมด พนักงานร้านอาหาร พนักงานบริการ พวกทำงานลูกจ้างรายวันหาเช้ากินค่ำ คาดว่ามีไม่ต่ำกว่าล้านคน จะต้องว่างงานในช่วงนั้น ต้องขาดรายได้

สมมติคนเหล่านี้ที่ทำมาหากินแบบรายวัน รายได้วันหนึ่งเฉลี่ย 300-500 บาท ถ้าหยุดยาว 6 วันรายได้หายไป 1,800-3,000 บาท เงินที่หายไปแต่ละครั้งสำหรับคนหาเช้ากินค่ำเหล่านี้ ที่ต้องเลี้ยงคนทั้งครอบครัว ถือว่าไม่น้อย

แม้กระทั่ง โรงงานอุตสาหกรรม เวลามีวันหยุดยาว กระบวนการผลิตต้องหยุดชะงักตามไปด้วย ส่งผลกระทบถึงคำสั่งซื้อที่ส่งให้ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ยิ่งรัฐบาลประกาศกะทันหันอาจจะวางแผนการผลิตไม่ทัน หรือถ้าทำงานวันหยุด จะต้องจ่ายค่าทำงานล่วงเวลาเพิ่ม ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

นอกจากนี้ยัง กระทบกับแผนธุรกิจ การประชุมกับลูกค้า การเจรจาธุรกิจที่วางแผนล่วงหน้ามาเป็นเดือน ต้องเลื่อนออกไปหมด ยิ่งในสถานการณ์เศรษฐกิจเปราะบางอย่างทุกวันนี้ อาจทำให้บริษัทต่างๆ ได้รับความเสียหาย เพราะงานไม่เดิน แต่เงินเดือนพนักงานก็ยังต้องจ่ายเต็มจำนวน

ขณะเดียวกันวันหยุดยาวเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวไทยกลุ่มหนึ่งซึ่งจำนวนไม่น้อย ที่มีกำลังทรัพย์ แทนที่จะเที่ยวในประเทศ กลับออกเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศแทน โดยเฉพาะญี่ปุ่น เกาหลี ที่เป็นประเทศลำดับต้นๆ ที่คนไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวขนเงินไปจับจ่ายใช้สอยต่างประเทศแทนที่เงินจะสะพัดในประเทศ

จากรายงานล่าสุดครึ่งปีแรกของปี 66 นี้ พบว่า นักท่องเที่ยวไทยได้ออกเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นมากเกือบ 5 แสนคน ซึ่งมากกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่เดินทางมาเที่ยวไทย ที่มีจำนวนเพียง 3 แสนกว่าคนเท่านั้น คาดว่าตลอดปี 66 นี้ จะเป็นปีแรกที่ไทยจะเสียดุลการท่องเที่ยวให้กับญี่ปุ่น หากดูตัวเลขรวมๆ คาดว่าในปี 66 นี้ จะมีนักท่องเที่ยวชาวไทยออกเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ (เอาต์บาวนด์) จำนวน 7.5 ล้านคน ถือว่าตัวเลขพุ่งสูงขึ้นค่อนข้างเร็ว

ไม่ทราบว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เคยประเมินผลกระทบหรือไม่ ว่าการหยุดยาวมีส่วนช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวได้มากน้อยแค่ไหน มีผลดีผลเสียอย่างไร คุ้มหรือไม่

อย่างไรก็ตาม “ททท.” ที่ต้องเร่งหากลยุทธ์สกัดกั้นคนไทยกระเป๋าหนักหันไปเที่ยวเมืองนอก และส่งเสริมให้คนไทยเที่ยวเมืองไทยในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์กันมากๆ โดยไม่จำเป็นประกาศหยุดยาวแบบพร่ำเพรื่อให้ชาวบ้านไปเที่ยว อีกทั้งกระทรวงท่องเที่ยวฯที่มีหน้าที่ในการพัฒนา ควรจะมาปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต สมุย เชียงใหม่ ให้จูงใจคนไทยไปเที่ยวเมืองไทยกันมากๆแทนการไปเที่ยวต่างประเทศจนต้องเสียดุล

วันหยุดยาวธุรกิจท่องเที่ยวอาจจะได้อานิสงส์ แต่เมื่อนำผลได้-ผลเสียมาหักกลบลบกันกับธุรกิจอื่นๆ และคนทำงานที่ไม่ใช่ในธุรกิจท่องเที่ยว กลับได้รับผลกระทบตามมาค่อนข้างมาก กลายเป็นว่า “ท่องเที่ยวฟื้น” แต่ “ภาพรวมธุรกิจ” ต่างบอบช้ำกับมาตรการดังกล่าวไม่น้อย !!!

…………………….

คอลัมน์ : เศรษฐศาสตร์ข้างทาง

โดย “ทวี มีเงิน”

สนับสนุนคอลัมน์ โดย :   บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)

- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img