วันศุกร์, มีนาคม 1, 2024
หน้าแรกCOLUMNISTS“พรรคภูมิใจไทย”กับ...ความเสี่ยง!! ยอด“ส.ส.เขต กทม.”อาจหลุดเป้า
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“พรรคภูมิใจไทย”กับ…ความเสี่ยง!! ยอด“ส.ส.เขต กทม.”อาจหลุดเป้า

ผลโพลสำรวจการเลือกตั้งที่ออกมาล่าสุดในช่วงหยุดยาวสงกรานต์ที่น่าสนใจก็คือผลสำรวจของ สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) ที่ใช้หัวข้อ “โพลเลือกตั้งส.ส.ครั้งที่ 3 : ข้อมูลใหม่แลนด์สไลด์?” ที่รอบนี้ ถือว่ากลุ่มตัวอย่างค่อนข้างเยอะเป็นพิเศษ คือ 6,073 ตัวอย่าง โดยสำรวจ ระหว่างวันที่ 5-13 เม.ย.66

จริงอยู่ว่า “ซูเปอร์โพล” ถูกมองว่า ผลสำรวจที่ออกมาหลายครั้ง ดูเหมือนจะเป็นผลบวกกับ “ขั้วการเมืองฝ่ายรัฐบาล” แต่ก็มีบางครั้งที่ออกผลสำรวจที่เป็นบวกกับฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของรัฐบาลอย่าง “พรรคเพื่อไทย” เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจดังกล่าวข้างต้น พบว่า แม้จะให้ “เพื่อไทย” มีส.ส.เยอะสุด ที่ก็คือ “ชนะเลือกตั้ง” แต่ตัวเลขที่ออกมา ก็ออกมาชนิด “ขยี้ความฝัน” ของทั้ง “ทักษิณ ชินวัตร-เศรษฐา ทวีสิน-อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร” และ “แกนนำเพื่อไทย-ผู้สมัครส.ส.ทั้งระบบเขตและปาร์ตี้ลิสต์” กันแบบกระจุยกระจาย

เศรษฐา ทวีสิน-โอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร-อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร

เพราะ “ซูเปอร์โพล” กดให้ “เพื่อไทย” ได้ส.ส.แค่ 160 ที่นั่ง โดยมีค่าต่ำสุดที่ 135 ที่นั่ง และค่าสูงสุดอยู่ที่ 185 ที่นั่ง ทั้งที่ “เพื่อไทย” โหมกระแสแลนด์สไลด์ มาหลายเดือน ถึงขั้นแกนนำพรรค บอก 250 เสียงทะลุไปนานแล้ว ตอนนี้มองไปที่ 310 เสียง

กระนั้นเชื่อว่า “แกนนำเพื่อไทย” คงบอกว่า ผลสำรวจดังกล่าวไม่น่าเชื่อถือ เป็นไปไม่ได้ ของแท้ต้องรอ “นิด้าโพล” เท่านั้น

ขณะที่พรรคการเมือง ซึ่ง “ซูเปอร์โพล” บอกว่าจะได้ส.ส.มาอันดับสอง ก็ตรงกับที่หลายคนคาดไว้ นั่นก็คือ “พรรคภูมิใจไทย”

โดย “ซูเปอร์โพล” ระบุว่า “ภูมิใจไทย” จะได้ส.ส.เขต 101 ที่นั่ง และคาดว่าจะได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ จำนวน 20 ที่นั่ง รวมทั้งสิ้น “พรรคภูมิใจไทย” จะได้ 121 ที่นั่ง โดยมีค่าต่ำสุดที่ 96 ที่นั่ง และค่าสูงสุดอยู่ที่ 146 ที่นั่ง

เมื่อผลโพลออกมาแบบนี้ คงทำให้ “เนวิน ชิดชอบ-อนุทิน ชาญวีรกูล” สองแกนนำพรรคภูมิใจไทย คงมีกำลังใจมากโข สำหรับการทำศึกเลือกตั้งรอบนี้

ซึ่งหากเป็นแบบนี้ นั่นหมายถึง “เสี่ยหนู-อนุทิน” ลุ้นนั่งเก้าอี้นายกฯคนที่ 30

ภายใต้เงื่อนไขว่า หากพรรคการเมืองขั้วรัฐบาลปัจจุบัน รวมถึงพรรคอื่นๆ ที่จะไปดึงมา เช่น “ชาติพัฒนากล้า” ของสุวัจน์ ลิปตพัลลภ “ไทยสร้างไทย” ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รวมเสียงกันแล้วเกิน 250 เสียง ถ้าทำได้แบบนี้…ก็จบเร็ว พรรคขั้วรัฐบาลปัจจุบัน ตั้งรัฐบาลได้สบายๆ และ “อนุทิน” ในฐานะพรรคที่มีส.ส.มากที่สุดในปีกนี้ ก็มีสิทธิ์ลุ้นเก้าอี้นายกฯ

เว้นแต่จะมี “สัญญาณพิเศษ” เพื่อให้ “อนุทิน” เปิดทางให้ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็นนายกฯไปก่อน 2 ปี ตามวาระที่เหลืออยู่ของพล.อ.ประยุทธ์ ถ้าแบบนี้ “อนุทิน” อาจยอม

แต่หากไม่มีสัญญาณพิเศษส่งมา และ “อนุทิน” ยืนกรานขอเป็นนายกฯ โดย “พี่น้อง 2 ป.” ทั้ง “บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” จากพลังประชารัฐ และ “บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” จากรวมไทยสร้างชาติ ต้องยอมให้ เพราะเสียงส.ส.ของพรรคตัวเอง สู้ “ภูมิใจไทย” ไม่ได้ แบบนี้ “อนุทิน” ก็อาจได้ลุ้นเป็นนายกฯ

อย่างไรก็ตาม ก็ต้องรอดูผลการเลือกตั้งที่จะออกมา คืนวันที่ 14 พ.ค. ว่าสุดท้าย “ภูมิใจไทย” จะทำยอดส.ส.เข้าสภาฯได้ตามเป้าหรือไม่ ซึ่งแม้ไม่แตะ 100 ที่นั่ง แต่หากได้ระดับ 85 เสียงเป็นอย่างต่ำ และขั้วฝ่ายรัฐบาล รวมเสียงได้เกิน 250 เสียง จนตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ “อนุทิน-เนวิน” ก็น่าจะพอใจระดับหนึ่ง แล้วค่อยมาตกลงกันว่า จะให้ใครเป็นนายกฯ ระหว่าง “อนุทิน-บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” ซึ่งคุยกันได้ไม่ยาก

เพราะหาก “เพื่อไทย” เป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาล โอกาสที่ “เพื่อไทย” จะดึง “ภูมิใจไทย” มาร่วมตั้งรัฐบาลด้วย คงเกิดขึ้นได้ยาก อาจเป็นตัวเลือกท้ายๆ หลัง “พลังประชารัฐ” เสียด้วยซ้ำ

ศักดิ์สยาม ชิดชอบ-อนุทิน ชาญวีรกูล

ทว่าเรื่องที่ตอนนี้ “อนุทิน-เนวิน-ศักดิ์สยาม” น่าจะปวดหัวมาก ก็คือ เรื่องพื้นที่เลือกตั้ง “กรุงเทพมหานคร” ที่ถึงตอนนี้ต้องบอกว่า โอกาสที่ “ภูมิใจไทย” จะปักธง มีส.ส.เขตกทม.ของตัวเองได้เป็นครั้งแรก หลังเข้าสู่การเลือกตั้งรอบนี้เป็นรอบที่สาม…ไม่เอื้ออำนวย

สถานการณ์ตอนนี้ “อนุทิน-เนวิน” คงเห็นแล้วว่า รูปการณ์ไม่ค่อยเป็นใจนัก เพราะ “กระแสพรรค” และ “เรตติ้งผู้สมัครส.ส.เขต ภูมิใจไทย” เรียกได้ว่า “ไม่สู้ดี”

ทำให้จากที่ “บี-พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์” และ แกนนำพรรคที่รับผิดชอบพื้นที่เลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ของภูมิใจไทย เคยตั้งเป้าไว้ว่า น่าจะได้สัก 6-7 ที่นั่งเป็นอย่างต่ำ โดยคาดหวังไว้ที่พื้นที่ซึ่งมีอดีตส.ส.กทม.ที่ย้ายมาเข้า “ภูมิใจไทย” ที่ส่วนใหญ่มาจาก “พลังประชารัฐ” เพราะความคุ้นเคยกับ “บี-พุทธิพงษ์” มาก่อนสมัยอยู่ด้วยกันที่พลังประชารัฐ คือ “พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์” เขต 2 ปทุมวัน สาธร ราชเทวี – “กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา” เขต 4 คลองเตย วัฒนา – “ภาดาท์ วรกานนท์” เขต 6 เขตพญาไท เขตดินแดง – “กษิดิ์เดช ชุติมันต์” เขตเลือกตั้งที่ 13 เขตลาดพร้าว (ยกเว้นแขวงจรเข้บัว) เขตบึงกุ่ม (ยกเว้นแขวงคลองกุ่ม) – “จักรพันธ์ พรนิมิตร” เขตเลือกตั้งที่ 33 บางพลัด เขตบางกอกน้อย (ยกเว้นแขวงศิริราช)

และที่ย้ายมาจาก “อนาคตใหม่” ตั้งแต่ตอนยุบพรรค คือ “ร.ต.ต.มณฑล โพธิ์คาย” เขตเลือกตั้งที่ 22 สวนหลวง เขตประเวศ (เฉพาะแขวงหนองบอน)และ “โชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี” เขตเลือกตั้งที่ 26 เขตบางขุนเทียน (เฉพาะแขวงท่าข้าม) เขตจอมทอง (ยกเว้นแขวงบางขุนเทียน) รวมถึงจาก “เพื่อไทย” อีกคน คือ “ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ” เขต 5 ห้วยขวาง เขตวังทองหลาง รวมถึงบางพื้นที่ ซึ่งผู้สมัคร น่าสนใจอยู่เช่น เขตสายไหม (ยกเว้นแขวงออเงิน) ที่ส่ง “เอกภพ เหลืองประเสริฐ” ผู้ก่อตั้งเพจ สายไหมต้องรอด ที่ถือว่าพอมีลุ้น อาจจะเป็นม้ามืดที่หลายคนคาดไม่ถึง

อย่างไรก็ตาม ถึงตอนนี้ ว่ากันตรงไป-ตรงมา ก็ต้องยอมรับว่า กระแสพรรคภูมิใจไทย และเรตติ้ง “อนุทิน” แคนดิเดตนายกฯ ในพื้นที่กทม.ยังเป็นรองคู่แข่ง ทั้ง “เพื่อไทย-รวมไทยสร้างชาติ-ก้าวไกล” ค่อนข้างเยอะ

ขณะที่ “ประชาธิปัตย์-จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์” รวมถึง “ไทยสร้างไทย-คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” กระแสยังดีกว่า “อนุทิน-ภูมิใจไทย” เพราะมีฐานเสียงเดิมในกทม.อยู่พอสมควร แต่ก็ยังถือว่าไม่ได้ทิ้งห่าง “อนุทิน-ภูมิใจไทย” มาก ยังพอวิ่งไล่ได้ทัน

ทั้งนี้ เป้าหมายของ “เนวิน-อนุทิน-ภูมิใจไทย” ในกทม. จริงๆ คือ ต้องการได้ส.ส.เขต มากกว่า และไม่ได้คาดหวังคะแนนปาร์ตี้ลิสต์มากนัก เพราะ “อนุทิน-เนวิน” รู้ดี หากต้องการทำให้ “ภูมิใจไทย” เติบโตไปได้ไกลกว่านี้ ถ้าพรรคไม่สามารถปักธงในกทม.ได้ มันก็ยากจะเติบโตได้ เพราะด้วยความที่กทม.มีส.ส.เขตมากถึง 33 เก้าอี้ อีกทั้งเป็นเมืองหลวง ที่เป็นศูนย์กลางความเคลื่อนไหวและการสร้างกระแสทางการเมืองไปทั่วประเทศ

พรรคภูมิใจไทย-พูดแล้วทำ

ดังนั้น ถ้า “ภูมิใจไทย” คิดจะเติบใหญ่ และสร้างภาพลักษณ์ให้เป็นพรรคที่มีส.ส.ครบทุกภาค ทุกพื้นที่ โดยเฉพาะเมืองหลวงของประเทศ อย่างกทม. “ภูมิใจไทย” จะต้องปักธง ในกทม.รอบนี้ให้ได้

แต่ถึงตอนนี้ แวดวงการเมืองมองกันว่า มีโอกาสไม่น้อยที่ “ภูมิใจไทย” อาจผิดหวังอีกรอบ ไม่ได้ส.ส.กทม. ตามเป้าหมาย หากกระแสพรรคยังไม่กระเตื้องขึ้น ส่วนจะถึงขั้น “ล้มเหลว” ไม่ได้ส.ส.เขตเลยสักคนเลยหรือไม่ เรื่องนี้ บางคนก็มองว่า มันก็อาจเป็นไปได้ หากโค้งสุดท้าย ก่อนวันลงคะแนนเสียง “กระแสพรรค-กระแสแคนดิเดตนายกฯ” ของ “เพื่อไทย-รวมไทยสร้างชาติ-ก้าวไกล” รวมถึงพรรคอื่นๆ ที่พอมีลุ้นในกทม.อย่าง “ประชาธิปัตย์-ไทยสร้างไทย” ถ้าโค้งสุดท้าย ต่างมาแรงด้วยกันหมด มันก็อาจเบียด “ภูมิใจไทย” ร่วงหมด ไม่ได้ส.ส.เลยสักคนก็ยังได้!

เว้นแต่บางคนที่คนภายนอกมองว่า น่าจะพอมีลุ้น แต่ก็ต้องทำงานหนักเช่น “กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา” เขต 4 คลองเตย วัฒนา ที่แวดวงการเมืองมองว่า น่าจะเป็นคนที่มีโอกาสมากที่สุดในบรรดา 33 คนของผู้สมัครส.ส.เขตกทม.ของภูมิใจไทย

ดังนั้น เชื่อได้ว่า ในช่วงไม่ถึงสี่สัปดาห์ต่อจากนี้ก่อนถึงวันเลือกตั้ง “อนุทิน-พุทธิพงษ์” หัวหน้าทีมกทม.คงต้องปิดห้องคุยกันอย่างเคร่งเครียดแล้วว่า จะทำอย่างไร เพื่อให้กระแสพรรค และเรตติ้งผู้สมัครส.ส.เขต กทม.ของภูมิใจไทย ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ จะมีหมัดเด็ดอะไรปล่อยออกมาหรือไม่?

เพราะหากปล่อยไว้แบบนี้ บอกได้เลยว่า ที่ “อนุทิน-ภูมิใจไทย” ลงทุนไปกับ “บี-พุทธิพงษ์” และผู้สมัคร ส.ส.เขตกทม.ทั้งหลาย โดยเฉพาะพวกที่ย้ายพรรคเข้ามาจากภูมิใจไทย ไม่แน่…ผลที่ออกมา อาจขาดทุน ย่อยยับ ถ้ายังไม่สามารถพลิกเกม-พลิกสถานการณ์ของพรรคในกทม.ให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

…………………………………….

คอลัมน์ : ส่องป้อมค่ายการเมือง

โดย “พระจันทร์เสี้ยว”

- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img