วันเสาร์, มีนาคม 2, 2024
หน้าแรกCOLUMNISTS‘เฉลิมชัย’ยึดพรรคเบ็ดเสร็จ-ปชป.แตกยับ
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

‘เฉลิมชัย’ยึดพรรคเบ็ดเสร็จ-ปชป.แตกยับ

แม้ “เสี่ยต่อ-เฉลิมชัย ศรีอ่อน” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ จะยืนกรานกลางที่ประชุมใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เมื่อ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมาถึงสองรอบว่า พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ใช่ “พรรคอะไหล่”

โดยเฉพาะหาก “เขา” ขึ้นเป็น “ผู้นำพรรค” อย่างที่คนปรามาส แต่ดูเหมือนแวดวงการเมือง ก็ดูจะไม่เชื่อเช่นนั้น เพราะแม้แต่กับคนในพรรคปชป.ด้วยกันเอง ก็ยังเชื่อว่า ปชป.ยุค…เฉลิมชัย หัวหน้าพรรค-นายกฯชาย “เดชอิศม์ ขาวทอง” เป็นเลขาธิการพรรค ถ้ามีจังหวะเหมาะเมื่อไหร่ หากได้รับเทียบเชิญจาก “ทักษิณ ชินวัตร” และพรรคเพื่อไทย พรรคปชป.ก็พร้อมจะร่วมรัฐบาลทันทีหลัง “เสี่ยต่อ” เข้าไปยึดกุมพรรคปชป.ไว้ราบคาบหมดแล้ว

ทั้งหัวหน้าพรรค-กรรมการบริหารพรรคที่ทั้งหมดอยู่ในสายเฉลิมชัยหมด-ส.ส.พรรค 21 คนจาก 25 คน

เฉลิมชัย ศรีอ่อน

สำคัญเพียงแต่ว่า จะมีจังหวะได้เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่เท่านั้น จะมีการปรับครม.โดยปรับพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคออกไปหรือไม่ เพราะดูแล้วด้วยจำนวนเสียงส.ส.รัฐบาลเวลานี้ ที่มีร่วม 312 เสียงถือว่าล้นหลามแล้ว ไม่จำเป็นต้องดึง ปชป.25 เสียง เข้าไปเติม ที่จะทำให้เปลืองโควต้ารัฐมนตรีไปอีก เว้นแต่เกิดกรณี “เพื่อไทย” ร่วมงานการเมืองกับ “บางพรรคร่วมรัฐบาล” เวลานี้…ไม่ได้ จึงต้องปรับออก แล้วดึง “ปชป.” มาเสียบแทน

ส่วนกรณีจะมีการปรับครม.รอบใหญ่ โดย “พรรคเพื่อไทย” ไปจับมือกับ “พรรคก้าวไกล” แล้วดึง “พรรคปชป.” ไปร่วมรัฐบาลด้วย โดยปรับ “ภูมิใจไทย-พลังประชารัฐ-รวมไทยสร้างชาติ” ออก เพื่อตั้งรัฐบาล “เพื่อไทย-ก้าวไกล-ปชป.” ก็ยังเป็นอีกสูตร ที่มองข้ามไม่ได้

หลังเห็นถึงท่าทีของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” (หัวหน้าพรรคก้าวไกลตัวจริง) ที่ยอมรับว่า ไปคุยกับทักษิณ ที่ฮ่องกง ตอนช่วง “ก้าวไกล” จัดตั้งรัฐบาล

อีกทั้ง “ธนาธร” ก็ให้สัมภาษณ์สื่อหลายรอบในช่วงหลัง ในลักษณะเชื่อมสัมพันธ์อันดีกับ “เพื่อไทย”

ผนวกกับ “เดชอิศม์” เอง ก็เคยยอมรับว่า เคยไปคุยกับทักษิณที่ฮ่องกงจริง ในช่วงหลังเลือกตั้ง ที่ “เพื่อไทย“” ก็เริ่มวางแผนตั้งรัฐบาล ที่ตอนแรกจะไม่มีการดึง “พรรค 2 ลุง” พลังประชารัฐ-รวมไทยสร้างชาติ มาร่วมด้วย แต่สุดท้าย พอต้องไปดึงพรรค 2 ลุงมาตั้งรัฐบาลด้วย เลยทำให้ “ปชป.” ตกขบวน

ด้วยเหตุนี้ สูตรตั้งรัฐบาล “เพื่อไทยกับก้าวไกล” โดยมี “ปชป.” ร่วมด้วย จึงยังตัดออกไปไม่ได้ หรือแม้แต่สูตร…ปรับบางพรรคร่วมรัฐบาลเวลานี้ออก แล้วดึง “ปชป.” ร่วมรัฐบาลแทน ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้เช่นกัน เพียงแต่จะเกิดขึ้นหรือไม่เท่านั้น เพราะถ้ารัฐบาลเพื่อไทย ยังเกาะกันแน่น มีเสถียรภาพมั่นคง มันก็คงยากที่จะปรับพรรคใดพรรคหนึ่งออกไปแล้วดึงปชป.มาเสียบแทน

ขณะเดียวกันอีกประเด็นที่น่าจับตาต่อจากนี้ก็คือ ปัญหา “ความแตกร้าว-แตกแยก” ภายในพรรคปชป. เพราะเห็นชัด ศึกชิงเก้าอี้ หัวหน้าพรรคปชป.รอบนี้ “ร้าวลึก-รุนแรง”

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

จน “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีตหัวหน้าพรรคปชป.-อดีตนายกฯ ต้องประกาศลาออกจากสมาชิกพรรค ปชป. เมื่อเคลียร์ใจกับ “เฉลิมชัย” สองต่อสอง ไม่ลงตัว หลัง “ชวน หลีกภัย” เสนอชื่อ “อภิสิทธิ์” เข้าชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค ปชป.

ตอนแรก ที่มีการพักการประชุม คนก็นึกว่า “เฉลิมชัย” จะยอมถอยเพื่อเปิดทางให้ “อภิสิทธิ์” แต่สุดท้าย…ก็ไม่ถอย จน “อภิสิทธิ์” ที่เกรงใจ “ชวน” ซึ่งเสนอชื่อตัวเอง ประกาศจะไม่ขอลงก็ไม่ได้ เพราะจะทำให้ “ชวน” เสียหน้า แต่เมื่อเคลียร์ใจกับ “เฉลิมชัย” ไม่ได้ “อภิสิทธิ์” ก็เลยกลับมาประกาศถอนตัว ไม่ลงชิงหัวหน้าพรรค ปชป. อีกทั้งยังทำให้ที่ประชุมตกตะลึงด้วยการลาออกจากสมาชิกพรรค แต่ยืนยันว่าจะไม่ไปอยู่พรรคการเมืองไหน ยังมีเลือดสีฟ้าอยู่ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม การที่ “อภิสิทธิ์” ที่ประกาศกรีดเลือดตัวเองเป็นสีฟ้า ลาออกจากพรรคปชป.แบบนี้ มันก็แสดงให้เห็นแล้วถึง สภาพภายในพรรค ปชป.ที่แตกยับเยิน เพราะมันหมายถึง “คนที่เป็นอดีตหัวหน้าพรรคปชป.มาหลายปี” ไม่ยอมรับในตัว “เฉลิมชัย” นั่นเอง แม้ “เฉลิมชัย” จะอ้างว่า ที่ “อภิสิทธิ์” ลาออก เพื่อทำให้ทุกคนในพรรคสบายใจ แต่ดูแล้วในความเป็นจริง ไม่ใช่แน่นอน

เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ในพรรคปชป.ที่คาดว่าจะมีตามมาอีก หลัง “สาธิต ปิตุเตชะ” อดีตส.ส.ระยองหลายสมัย-อดีตรมช.สาธารณสุข ก็ประกาศลาออกจากสมาชิกพรรคปชป.ในวันเดียวกัน พร้อมกับทิ้งระเบิดใส่ “กลุ่มเฉลิมชัย” ว่า กำลังทำให้ปชป.เปลี่ยนจุดยืนอุดมการณ์ และรับไม่ได้ที่คนที่จะมานำพาพรรค ไม่รักษาสัจจะวาจา ที่ก็หมายถึง “เฉลิมชัย” ที่เคยประกาศก่อนหน้านี้ว่า หากพรรคปชป.ได้ส.ส.ต่ำกว่า 52 คน จะเลิกเล่นการเมืองนั่นเอง

วทันยา บุนนาค

แม้แต่กับ “มาดามเดียร์-วทันยา บุนนาค” ที่โดนบล็อกสกัด ตั้งแต่ด่านแรก ไม่สามารถเข้าชิงหัวหน้าพรรคได้ เพราะตอนโหวต ว่าจะให้ “มาดามเดียร์” ที่เป็นสมาชิกพรรคไม่ถึง 5 ปี ลงสมัครได้หรือไม่ ที่ต้องใช้เสียงโหวตเตอร์ 3 ใน 4 ขององค์ประชุม ก็ปรากฏว่า เสียงโหวตรับรองไม่ถึง ทำให้ “มาดามเดียร์” ตกม้าตายตั้งแต่รอบแรก ที่ดูทรงแล้ว ก็มีความเป็นไปได้ที่ในอนาคต “มาดามเดียร์” หากไม่มีบทบาทใดๆ ในพรรค ปชป. ไม่มีที่ยืนในพรรค ก็คงออกจากพรรค ปชป.เช่นกัน

ขณะที่ คนในพรรค ปชป. สาย “ชวน-อภิสิทธิ์” ที่แม้จะยังอยู่ ไม่ลาออกไป แต่ก็จะอยู่แบบ ไม่ร่วมสังฆกรรม ไม่ให้การยอมรับในตัว “เฉลิมชัย” และ “กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่” จึงทำให้ พรรค ปชป. ก็จะมีสภาพ “หนึ่งพรรค-สองกลุ่ม” คอยขัดแข้งขัดขาไปมากันตลอด

จนอาจส่งผลทำให้การขับเคลื่อนพรรคปชป.ของ “เฉลิมชัย” ก็จะมีปัญหาเรื่องความไม่เป็นเอกภาพ เว้นเสียแต่ “เฉลิมชัย-เดชอิศม์” ต้องหาวิธีเคลียร์ใจกับ “ผู้เฒ่าชวน หลีกภัย” ให้ได้ เพื่อไม่ให้พรรค…แตกแยกไปมากกว่านี้  

ซึ่ง “เฉลิมชัย” ก็ประกาศทันทีหลังขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคปชป.คนใหม่ว่า…

“แนวทางในการฟื้นฟูพรรค อันดับแรกต้องสร้างความเป็นเอกภาพภายในพรรค โดยขอให้ทุกคน ทุกรุ่นมาช่วยกัน เพราะประชาธิปัตย์มีผู้สนับสนุนทุกรุ่น”

นั่นเพราะ “เฉลิมชัย” รู้ดีว่า “ปัญหาใหญ่ของพรรคปชป.” เวลานี้ ก็คือความแตกแยกภายในพรรคนั่นเอง หากไม่รีบแก้ไขโดยด่วน “ปชป.โคม่า” แน่นอน

………

คอลัมน์ : ส่องป้อมค่ายการเมือง

โดย …“พระจันทร์เสี้ยว”

- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img