‘คกก.ป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ’ลุย ถึงวันสะสาง“แรบไบยิวสัญชาติไทย”

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ภายหลังจากมีการตีแผ่ กรณี กลุ่มแรบไบ หรือ นักบวชชาวยิว บนแหล่งท่องเที่ยวเกาะพะงัน สมุย ภูเก็ต ที่เปลี่ยนสัญชาติเป็นคนไทย และเริ่มประกอบธุรกิจท่องเที่ยวแบบครบวงจร รวมกว่า 40 บริษัท นำโดย “โจเซฟ” ที่เข้ามาบุกเบิกกิจการในประเทศไทย

ที่น่าเป็นห่วงคือ กรณีบริษัทนำเที่ยวของแรบไบยิวที่ได้สัญชาติไทยกลุ่มนี้ มีรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2568 เพียงปีเดียว แตะหลัก 1.3 พันล้านบาท โดยมีธุรกิจอื่นรองรับ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านอาหาร ที่เป็นอาหารโคเชอร์ อาหารเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล

คาดการณ์ว่า ธุรกิจของตระกูล “โจเซฟ” ที่ดำเนินอยู่ในประเทศไทย จะมีมูลค่ากิจการรวมกันไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท และที่น่าสนใจ คือ ตัวโจเซฟ ได้ยื่นขอก่อสร้าง “ชาบาด” หรือ โบสถ์ยิวขนาดใหญ่ ใจกลางซอยสุขุมวิท 22 เป็นการขยายทุบโบสถ์เดิมทิ้ง แล้วซื้อพื้นที่บ้านด้านข้างเพิ่มเติมมาอีกอย่างน้อย 2 หลัง สร้างอาคาร 5 ชั้น มีชั้นใต้ดิน 3 ชั้น

กรณีดังกล่าว “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เคยตอบคำถามสื่อถึงการสร้างโบสถ์ยิวใจกลางเมืองหลวงว่า “ถ้าขออนุญาตถูกต้อง ไม่ทำผิดกฎหมาย ประเทศไทยก็ไม่ได้ปิดกั้น แต่ห้ามใครทำผิดกฎหมายเด็ดขาด”

กรณีของ “ครอบครัวโจเซฟ” จึงกลายเป็นอีกหนึ่งมิติความมั่นคง ที่แตกต่างจากกลุ่มจีนเทา กลุ่มรัสเซีย ที่เข้ามาทำมาหากินในประเทศไทย เพราะ แรบไบกลุ่มนี้ ใช้ช่องทางการเปลี่ยนสัญชาติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีสิทธิทุกประการเหมือนกับคนไทย

แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ การกว้านซื้อที่ดินตามแหล่งท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นที่ดินบนเกาะพะงัน สมุย ภูเก็ต เชียงใหม่ และแหล่งท่องเที่ยวอย่างอำเภอปาย แม่ฮ่องสอน ที่ตอนนี้ ไม่แน่ใจว่าแรบไบยิวสัญชาติไทยเหล่านี้ กว้านซื้อที่ดินไปมากน้อยเท่าไหร่แล้ว และอย่างที่เห็นว่าธุรกิจท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นมานั้น ประเทศไทยได้ประโยชน์มากน้อยแค่ไหน

ล่าสุดในวันที่ 5 มิ.ย.69 นายกฯ เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการคลัง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เป็นต้น

โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า “วันนี้ถือเป็นการประชุมครั้งแรกหลังจากที่มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาเมื่อวันที่ 11 พ.ค. นโยบายที่สำคัญนโยบายหนึ่งของรัฐบาล คือการสร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน เพื่อให้ปลอดภัยจากอาชญากรรมทุกรูปแบบ ทั้งยาเสพติด การฉ้อโกง การก่อการร้าย การหลอกลวงทางไซเบอร์ การฟอกเงิน และอาชญากรรมในรูปแบบอื่น ๆ ที่กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนทั้งชาวไทย และต่างชาติ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้อย่างจริงจัง และต่อเนื่อง ขณะเดียวกันมีชาวต่างชาติที่เข้ามาพักอาศัย และประกอบธุรกิจในประเทศไทยเพิ่มขึ้นจำนวนมาก”

“นายกฯ อนุทิน” ระบุต่อว่า โดยเฉพาะจากสถานการณ์ความขัดแย้งในระดับภูมิภาค ทำให้คนเหล่านี้เข้ามาประกอบอาชีพ และธุรกิจที่แข่งขันกับคนไทยด้วย รวมถึงมีการใช้คนไทยมาเป็นตัวแทนหรือนอมินี เพื่อทำธุรกรรมต่าง ๆ เช่น การถือครองที่ดินอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงธุรกิจต่าง ๆ เช่น ธุรกิจโรงแรมที่พัก สถาบันการศึกษาเอกชน ร้านอาหาร เป็นต้น ทำให้ มีชาวต่างชาติจำนวนมากซึ่งบางกรณีรวมตัวกันเป็นชุมชนในหลายพื้นที่อย่างเป็นเอกเทศ โดยมีการจัดกิจกรรมเฉพาะกลุ่มทำให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าถึงไม่ได้ สถานการณ์ดังกล่าวหากยังปล่อยไว้อาจจะลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ได้ในอนาคต จนเกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงปลอดภัยของประชาชน

“ดังนั้น การตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาถือเป็นการให้ความสำคัญในการปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท โดยเน้นเรื่องของสแกมเมอร์ และอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อให้การจัดการปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพต่อสถานการณ์ ลดความเสียหาย และผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม” นายกฯ ระบุ

แม้ในคำสัมภาษณ์ของนายกฯ จะไม่ได้เอ่ยถึงชนชาติ เชื้อชาติใดโดยเฉพาะ แต่จากการที่เราตีแผ่ ปัญหากลุ่มแรบไบสัญชาติไทย ที่เข้ามากว้านซื้อทรัพยากรในประเทศไทย แล้วทำธุรกิจเฉพาะกลุ่มเชื้อชาติตัวเองแบบครบวงจร มาตั้งแต่ปี 2552 ก่อนจะเปลี่ยนสัญชาติกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันในปี 2560

ถึงวันนี้ คงเหลือเวลาอีกไม่นานเท่าไหร่นัก ที่คนไทยอาจจะต้องเสียเงินเข้างานฟูลมูนปาร์ตี้อันโด่งดังที่เกาะพะงัน หากภาครัฐ ยังไม่ดำเนินการใด ๆ กับขบวนการสูบทรัพยากรประเทศไทยไปใช้ประโยชน์กลุ่มนี้

…………….

คอลัมน์ : The Key Reported by Fah kham-ram

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img