วันศุกร์, กรกฎาคม 12, 2024
หน้าแรกCOLUMNISTSรัฐบาลเพื่อไทยต้อง“กล้า”ลงมือทำ
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

รัฐบาลเพื่อไทยต้อง“กล้า”ลงมือทำ

รัฐบาลดิจิทัล มีโอกาสเกิดขึ้นตามนโยบายของ พรรคเพื่อไทย คิดใหญ่ ทำเป็น…ได้หรือไม่ ต้องตามลุ้นช็อตต่อช็อต นับตั้งแต่ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เข้ามาบริหารประเทศก้าวสู่เดือนที่ 3 ได้จุดไม้ขีดให้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หนึ่งในสามหัวข้อประชุมรมว.คลัง ในงานประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคครั้งล่าสุดที่นครซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ได้กำหนดให้หัวข้อ “สินทรัพย์ดิจิทัล” ขึ้นมาถกถึงเทรนด์เศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้น และนายกฯบุก เทสลา บิ๊กเทคโนโลยีโลก อาทิ ไมโครซอฟท์ จีบเข้ามาลงทุนในประเทศไทย

ตามด้วย IMD สวิตเซอร์แลนด์ หรือ World Competitiveness Center ของ International Institute for Management Development ได้สำรวจจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันดิจิทัลของ 64 เขตเศรษฐกิจทั่วโลกในปี 2023

ปรากฎว่า ประเทศไทยดีดขึ้นมาอยู่อันดับที่ 35 ดีขึ้น 5 อันดับ เดิมในปี 2022 อยู่อันดับที่ 40 ของโลก

และ 5 ประเทศที่มีอันดับสูงสุดในโลก ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ สิงคโปร์ เดนมาร์ก สวิตเซอร์แลนด์ แน่นอน 5 อันดับแรกในอาเซียน เบอร์หนึ่งตกเป็นของสิงคโปร์ อันดับ 3 ของโลก ตามด้วยมาเลเชีย อันดับ 33 ของโลก คิวถัดไปเป็นไทย อินโดนิเซีย ฟิลิปปินส์

“รัฐบาลให้ความสำคัญด้านดิจิทัล รมว.ดีอีเอสจะผลักดันความสามารถการแข่งขันด้านดิจิทัลของไทย ให้ขึ้นไปอยู่ใน 30 อันดับแรกของโลกภายในปี 2569 เพื่อก้าวสู่เป็นเบอร์หนึ่งในอาเซียน” ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอีเอส) บอกถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลเพื่อไทย

ประเสริฐ จันทรรวงทอง

แต่อุปสรรคสำคัญโตแบบก้าวกระโดดสู่การแข่งขั้นด้านดิจิทัลของไทย อยู่ที่ ความกล้าของผู้นำประเทศ และ องค์กรรัฐ ที่เกี่ยวข้องกับด้านนี้ ต้อง คิดนอกกะลา สร้างสรรค์นอกกรอบ

ล่าสุดองค์กรในสังกัดดีอีเอสที่รับจดนวัตกรรมใหม่ เพิ่งสร้างวีรกรรมสุดมึนให้วงการสตาร์ตอัพไทย โดยนำซอฟต์แวร์สำหรับ “แพลตฟอร์มการชำระเงิน สำหรับเอนเตอร์เทนเมนท์ คอมเพล็กซ์”

นับเป็นนวัตกรรมสุดคลาสสิคที่ยังไม่มีรายใดในโลกทำได้สำเร็จ โดยเป็นระบบเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ผ่านระบบออนไลน์ ไปขอจดนวัตกรรม แต่ถูกปฏิเสธหน้าตาเฉย

สตาร์ตอัพกลุ่มนี้ ตัดสินใจลงทุนมหาศาลเสียค่าปรึกษาทนายในสหรัฐอเมริกาที่คิดเป็นชั่วโมง นับ 8 วันต่อชั่วโมงรวมเวลาประมาณ 2 เดือน เพื่อขอจดสิทธิบัตรในสหรัฐอเมริกาจนสำเร็จ

ฉีกหน้าองค์กรในไทยปฏิเสธรับขึ้นทะเบียนนวัตกรรม แต่องค์กรที่สหรัฐฯรับจดสิทธิบัตรยังกับอึ่งในแพลตฟอร์มดังกล่าว สหรัฐอเมริกาถึงเป็นดินแดนแห่งยูนิคอร์น

ถึงบรรทัดนี้อยากให้ องค์กรในดีอีเอส หรือ องค์กรอื่นๆ ในประเทศไทย ต้องหยุดเดินตามรอยเท้าประเทศอื่นด้านนวัตกรรม โดย กล้าคิด กล้าทำ กล้าใช้ความคิดสร้างสรรค์ คิดนอกกะลาให้ไกลกว่าประเทศอื่นๆ

ไม่เช่นนั้นสตาร์ตอัพไทยไม่มีโอกาสแจ้งเกิดในประเทศไทย และที่สำคัญประเทศไทยต้องเสียงบประมาณมหาศาลไปซื้อซอฟต์แวร์มาใช้ เสียดุลการค้าอีกกระทอก ที่สำคัญปิดโอกาสความคิดสร้างสรรค์

สตาร์ตอัพไทยยังใจชื้นขึ้นมานิดหน่อย เมื่อได้ยินนายกฯเปิดใจที่ลานสังคีต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระหว่างหารือประเด็นการพัฒนา และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่สตาร์ตอัพ

โดยปลุกใจสานความฝันชาวไทยให้เป็นจริง “ต้องคิดภาพใหญ่เพื่อสู่ตลาดโลก วันนี้ทำอะไรเล็กๆ ย่อมสู้เขาไม่ได้” พร้อมเนรมิตยูนิคอร์นให้เกิดขึ้นในรัฐบาลเพื่อไทย

ถึงเวลาที่ผู้นำประเทศชื่อคุณเศรษฐาต้องกล้า ขอย้ำต้องมีความกล้าเขย่าโลก จัดประกวดสตาร์ตอัพหาเครื่องมือบล็อกเชนสาธารณะที่ล้ำยุค เป็นซอฟต์แวร์สำคัญสำหรับวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สู่รัฐบาลดิจิทัล-เศรษฐกิจดิจิทัล

กลุ่มสตาร์ตอัพมีความฝันลงมือทำแล้ว แต่รัฐบาลเพื่อไทยมีความฝันหรือยังที่เตรียมพลิกโฉมประเทศไทยให้ยืนตระหงานเป็นเบอร์ต้นๆ ของโลกด้านแข่งขันดิจิทัล

………….

คอลัมน์ : ไขกุญแจ/ไขแหลก

โดย….#ราษฎรเต็มขั้น

- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img