วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 30, 2024
หน้าแรกCOLUMNISTS“ระบบทักษิณ”คืนชีพ
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“ระบบทักษิณ”คืนชีพ

“ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี กลับประเทศไทย 22 ส.ค.66 โดยเข้าเกณฑ์นักโทษผู้สูงอายุ และป่วยอาการหนัก เข้ารับการพักรักษาตัวชั้น14 โรงพยายาลตำรวจ โดยไม่ได้สัมผัสคุกแม้แต่วินาทีเดียว ก่อนได้รับพักโทษ 18 ก.พ.67 มาพักฟื้นสุขภาพที่บ้านจันทร์ส่องหล้า

“กรมราชทัณฑ์-โรงพยาลบาลตำรวจ-อัยการสูงสุด” การันตี “ทักษิณ” ป่วยขั้นวิกฤติ พออยู่บ้านที่ไม่ได้เหยียบมา 17 ปี ซึมซับบรรยากาศ แวดล้อมด้วยลูกๆ และบรรดาหลานๆ วัยน่ารักน่าชัง เหมือนเป็นยาอายุวัฒนะ อาการโคม่าหายปลิดทิ้ง

“ผลสุดท้ายความสุขอยู่ที่ครอบครัว Happinees is at home  ที่อื่นอาจจะเป็นสิ่งสมมุติ แต่สิ่งที่แน่นอน คือ Happinees is at home” เจ้าตัวยืนยันไป-ยิ้มไป

ว้าบแรกที่เคลื่อนไหวออกนอกบ้านจันทร์ส่องหล้าครั้งแรก เอาฤกษ์ถือชัย เข้าเฝ้า สมเด็จพระสังฆราชฯ ที่วันราชบพิธฯ สักการะศาลหลักเมืองกรุงเทพ และกลับมาตุภูมิจ.เชียงใหม่ กราบเจ้าอาวาสพระธาตุดอยสุเทพ ไหว้บรรพบุรุษสุสาน “คุณพ่อเลิศ-คุณแม่ยินดี ชินวัตร” อ.แม่ออน

ปักหมุดจุดไหนที่จ.เชียงใหม่วิกแตก ทำให้นึกถึงบรรยากาศสมัย “ทักษิณ” เป็นนายกฯ มีแฟนคลับ ประชาชน ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แห่มาต้อนรับตรึม คราวนี้ก็เหมือนกัน ต่างแค่ช่วงเวลา ถึงกับแซวกันว่า วันนี้พื้นที่จ.เชียงใหม่ ค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 เกินค่ามาตรฐาน เพราะบรรดาข้าราชการวิ่งมาต้อนรับ “ผู้ทรงอิทธิพลการเมือง” กันฝุ่นตลบ

และเป็นครั้งแรกที่มีเฟรม “3 นายกรัฐมนตรี” ร่วมวงดินเนอร์ที่บ้านกรีนวัลย์ อ.แม่ริม โดย “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” อดีตนายก เปิดบ้านเลี้ยงรับรอง “ทักษิณ” และเชิญ นายกฯนิด “เศรษฐา ทวีสิน” มาร่วมด้วย

ภาพนี้ถูกตอกย้ำ “1 ประเทศ 2 นายกฯ” และยังสะท้อนให้เห็นถึงลำดับการนั่งร่วมโต๊ะ ไล่เรียงลำดับที่นั่ง “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ-เศรษฐา-ทักษิณ-สมชาย” ระหว่าง “เศรษฐา-ทักษิณ” ถูกตั้งคำถามอีกครั้ง ใครเป็นนายกฯ ปกติต้องเรียงลำดับ “ร.อ.ธรรมนัส-สมชาย-เศรษฐา-ทักษิณ” ถึงมีเสนห์เหมาะสม

“อย่าดราม่ากันว่ามีนายกฯกี่คน ผมนายเศรษฐา นายกฯ มีอำนาจบริหารตามรัฐธรรมนูญ” เจอใครถามมา นายกฯตามรัฐธรรมนูญ เด้งตอบใส่ทันที ไม่มีบั่นทอนกำลังใจ

“ปรากฏการณ์เชียงใหม่” บอกได้คำเดียวว่า “ทักษิณฟูลพาวเวอร์” ตรงปกที่นิด้าโพลสำรวจยกให้เป็น “ผู้ทรงอิทธิพลทางการเมือง” โดยเฉพาะคีย์เวิร์ด “ใครไม่ชอบหน้าผม ต่างคนต่างอยู่” คำรามถึงฝ่ายชังให้รู้แล้วรอดูว่าใครเป็นใคร

คู่ปรับทางการเมืองตลอด 20 ปี อย่าง พรรคประชาธิปัตย์ ต้องกระตุกอารณ์สังคมให้หันกลับมาฉุกคิดถึงผลเสียต่อระบอบประชาธิปไตยที่กำลังจะตามมา

“ระบบทักษิณกลับฟื้นคืนมา พร้อมกับความเสียหายของบ้านเมืองที่เริ่มมีให้เห็น รอดูตอนจบสุดท้ายรอบนี้ระบบทักษิณจุดจบเป็นอย่างไร” ราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ

ขอนิยาม “ระบบทักษิณ” ให้แจ่มแจ้งแดงแจ๋ โดยมีพฤติการณ์เป็น เผด็จการเสียงข้างมาก-ไม่ฟังเสียงฝ่ายค้าน คุมบังเหียนวุฒิสภา-องค์กรอิสระถูกแทรกแซง-แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการบริหารจัดการเด็ดขาด-ทุจริตเชิงนโยบาย 

เป็นชนวนเส้นสุดท้ายก่อให้เกิดวิกฤติขัดแย้งทางการเมือง สงครามเสื้อสี ลากยาวมาถึงปัจจุบัน ซึ่งกำลังเข็นมาตรการนิรโทษกรรมคดีการเมืองให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว

กาลเวลาเป็นตัวพิสูจน์ “ปรากฎการณ์เชียงใหม่” เป็นจุดเริ่มต้นของรัฐบาล 2 นายกฯ สลายเสื้อสีหรือเกิดระบบทักษิณซ้ำรอยกงล้อประวัติศาสตร์ จุดชนวนวิกฤติความขัดแย้งรอบใหม่

……………………………..

คอลัมน์ : ไขกุญแจ-ไขแหลก

โดย #ราษฎรเต็มขั้น

- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img