ประธานวิปรัฐบาลเผย เตรียมหารือพรรคร่วมรัฐบาลถึงร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข หลังวุฒิสภาแก้ไขสาระบางมาตรา โดยเฉพาะการไม่นิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 ระบุหากทุกฝ่ายเห็นพ้องสามารถเดินหน้ากฎหมายได้ทันที แต่หากมีข้อกังวลก็พร้อมตั้งกรรมาธิการร่วม แม้อาจทำให้การพิจารณาล่าช้าอีก 2-3 เดือน
เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2569 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐสภาจะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมืองในช่วงปี 2548-2568 ภายหลังวุฒิสภาได้แก้ไขถ้อยคำในบางมาตรา อาทิ การไม่นิรโทษกรรมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
นายกรวีร์ กล่าวว่า ในวันที่ 6 ก.ค. วิปรัฐบาลจะมีการประชุมประจำสัปดาห์ เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายที่จะเข้าสู่การประชุมสภาในสัปดาห์ดังกล่าว ซึ่งรวมถึงร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่วุฒิสภาส่งกลับมา โดยที่ประชุมจะหารือร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลถึงสาระที่วุฒิสภาแก้ไข ว่าแต่ละพรรคมีความเห็นอย่างไร
“จากที่ได้พิจารณาเบื้องต้น ประเด็นที่วุฒิสภาแก้ไขยังอยู่ในแนวทางที่ฝ่ายการเมืองสามารถรับได้ แต่หากมีประเด็นใดที่เห็นต่างและจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมของทั้งสองสภา ก็ไม่มีข้อขัดข้อง อย่างไรก็ตาม หากทุกฝ่ายเห็นพ้องและยอมรับได้ ก็พร้อมเดินหน้ากฎหมายฉบับนี้ทันที เพื่อให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว” นายกรวีร์ กล่าว
นายกรวีร์ กล่าวว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยไม่มีประเด็นติดขัด แต่ยังต้องหารือกับพรรคเพื่อไทยว่าเห็นชอบกับสาระที่วุฒิสภาแก้ไขหรือไม่ หากทุกฝ่ายรับได้ก็สามารถเดินหน้าต่อได้ทันที แต่หากมีความจำเป็นต้องปรับแก้เพิ่มเติม พรรคก็พร้อมดำเนินการ
สำหรับจุดยืนของฝ่ายค้านที่ประกาศไม่เห็นชอบและเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วม นายกรวีร์ กล่าวว่า จุดยืนเรื่องการนิรโทษกรรมคดีการเมือง แต่ไม่นิรโทษกรรมความผิดตามมาตรา 112 เป็นแนวทางที่พรรคภูมิใจไทยยึดถือมาตลอด อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าท้ายที่สุดกฎหมายฉบับนี้จะสามารถประกาศใช้ได้อย่างแน่นอน หากทุกฝ่ายหาข้อยุติร่วมกันได้
“หากทุกฝ่ายเห็นตรงกัน กฎหมายก็จะออกมาได้เร็ว แต่หากต้องตั้งกรรมาธิการร่วม ก็จะต้องเข้าสู่การพิจารณาในสมัยประชุมหน้า ซึ่งอาจใช้เวลาเพิ่มอีกประมาณ 2-3 เดือน ทำให้กระบวนการล่าช้าออกไป” นายกรวีร์ กล่าว




















