‘อนุทิน’สั่ง‘ผู้ว่าฯใต้’เร่งรับมือฝน4-10ต.ค. ‘พื้นที่เสี่ยง’อพยพกลุ่มเปราะบางล่วงหน้า

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“อนุทิน” ประชุม บกปภ.ช. วันที่ 5 ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม สั่งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดเตรียมศูนย์พักพิง อาหาร ยา เครื่องสูบน้ำ เรือ และทีมแพทย์ให้พร้อม โดยเฉพาะภาคใต้ที่คาดฝนตกหนัก 4-10 ต.ค. ย้ำพื้นที่เสี่ยงต้องวางแผนอพยพผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็ก และกลุ่มช่วยเหลือตัวเองจำกัดก่อนเกิดเหตุ พร้อมกำชับบูรณาการทหาร-ฝ่ายปกครอง-กู้ภัยเป็นทีมเดียว

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 ต.ค. 2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย วิดีโอคอนเฟอเรนซ์จาก จ.บุรีรัมย์ เข้าร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย โดยมีรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม

นายอนุทินกล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง พร้อมระบุว่า วันนี้เป็นวันที่ 5 ของการประชุมติดตามสถานการณ์เป็นประจำทุกวัน โดยได้รับรายงานว่าหลายพื้นที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ยังต้องอยู่ในช่วงเฝ้าระวังอย่างสูง พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานอัปเดตสถานการณ์ ประเมินความพร้อมในการช่วยเหลือ ฟื้นฟูเยียวยา และเฝ้าระวังมวลน้ำระลอกใหม่ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จากการลงพื้นที่ จ.ชัยนาท และนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้ติดตามการดูแลประชาชนในศูนย์อพยพ และเห็นว่าการเคลื่อนย้ายประชาชนในช่วงที่เกิดอุทกภัยแล้วมีความยากลำบาก จึงขอให้จังหวัดต่าง ๆ เตรียมศูนย์พักพิงให้พร้อม โดยให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มเปราะบาง เด็ก และผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองได้จำกัด

พร้อมกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่ง ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ ให้เตรียมอาหาร น้ำดื่ม ระบบสาธารณสุข ยา การรักษาพยาบาล ไฟฟ้า และน้ำประปาที่จำเป็น รวมถึงวางแผนพาประชาชนกลับบ้านอย่างปลอดภัยเมื่อสถานการณ์น้ำลด

นายอนุทินกล่าวว่า การประชุมทุกวันทำให้สามารถรับทราบข้อมูลพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น หากพื้นที่ใดมีความเสี่ยง ขอให้ผู้ว่าฯ ตัดสินใจและสั่งการเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางไปยังศูนย์พักพิงก่อนเกิดเหตุ

“ถ้าเกิดเหตุการณ์แล้ว จะต้องตั้งรับทั้งสูบน้ำ ระบายน้ำ จัดหาเวชภัณฑ์ ยา อาหารต่าง ๆ มากมาย หากต้องเข้าไปเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้สูงอายุในขณะที่บ้านเรือนยังมีน้ำท่วม จะเป็นการเพิ่มภาระงาน” นายกรัฐมนตรีกล่าว

นอกจากนี้ นายอนุทินยังขอให้จังหวัดบริหารจัดการเรื่องการช่วยเหลือ การสื่อสาร และการรับบริจาคสิ่งของให้เป็นระบบ เพื่อไม่ให้สิ่งของมีมากเกินความจำเป็นจนเกิดการเน่าเสีย หรือกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง โดยเสนอให้จังหวัดที่มีความพร้อมและได้รับสิ่งของบริจาคมาก ทำหน้าที่เป็นศูนย์กระจายสิ่งของไปยังจังหวัดหรือพื้นที่ที่มีความพร้อมน้อยกว่า

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการเตรียมรับมือสถานการณ์ในภาคใต้ว่า กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 4-10 ต.ค. โดยพื้นที่ฝั่งตะวันออกจะมีฝนตกบางแห่ง ขณะที่ฝั่งตะวันตกมีแนวโน้มได้รับฝนครอบคลุมทุกพื้นที่ และพื้นที่ที่มีฝนสะสมอาจเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม

จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคใต้เร่งทบทวนแผนเผชิญเหตุเป็นรายอำเภอ ระบุพื้นที่เสี่ยงและกลุ่มเปราะบางให้ชัดเจน พร้อมเตรียมศูนย์พักพิง เครื่องสูบน้ำ เรือ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า อาหาร ยา และทีมแพทย์ให้พร้อมก่อนฝนตก หากจำเป็นต้องอพยพประชาชนล่วงหน้า ต้องกำหนดผู้รับผิดชอบดูแลประชาชนไปจนถึงพื้นที่ปลอดภัย

นายอนุทินยังมอบหมายให้เสนาธิการทหารประสานแม่ทัพภาคที่ 4 และฝ่ายปกครองในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อบูรณาการการกู้ภัยและเตรียมความพร้อมให้เป็นชุดปฏิบัติการเดียวกัน โดยย้ำว่า หากสามารถดำเนินการใดล่วงหน้าได้ให้เร่งสั่งการทันที

ส่วนพื้นที่อื่นที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะพื้นที่ตามลุ่มน้ำสำคัญ ขอให้จัดตั้งศูนย์บัญชาการที่ทำงานตลอดเวลา จัดเวรเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันความเหนื่อยล้า และแจ้งเตือนประชาชนด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง กระชับ เข้าใจง่าย และทันเวลา

พร้อมกำชับให้ ปภ. เป็นศูนย์กลางข้อมูล ประสานข้อขัดข้อง และติดตามการให้ความช่วยเหลือจนถึงระดับพื้นที่ ผ่านระบบการบริหารตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด

นายกรัฐมนตรีได้กำชับกระทรวงสาธารณสุขให้เตรียมสถานพยาบาล ทีมพยาบาล และเวชภัณฑ์ให้พร้อม รวมถึงจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ในศูนย์อพยพ และประเมินว่าหากโรงพยาบาลชุมชนหรือสถานพยาบาลในพื้นที่สามารถรองรับผู้ป่วยติดเตียงจากพื้นที่เสี่ยงได้ ก็ควรพิจารณาเคลื่อนย้ายไปดูแลในสถานพยาบาล เนื่องจากมีทีมแพทย์และพยาบาลพร้อมกว่า

ขณะเดียวกัน ต้องบริหารกำลังบุคลากรทางการแพทย์ไม่ให้ทำงานต่อเนื่องจนเกิดความเหนื่อยล้า เพราะอาจกระทบต่อการวินิจฉัยโรคและการดูแลผู้ป่วย

นายอนุทินยังเตือนว่า หลังน้ำลดอาจต้องเผชิญกับปัญหาขยะ น้ำเน่าเสีย สิ่งปฏิกูล และน้ำท่วมขังที่มีคุณภาพแย่ลง จึงต้องให้ความสำคัญกับการวางแผนระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเร่งฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img