‘ทนายดัง’จ่อร้องสอบ‘นาฬิกาหรูไอเดียร์’ เหตุไม่ปรากฏในรายการ‘บัญชีทรัพย์สิน’

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“นรเศรษฐ์”ตั้งข้อสังเกต “นาฬิกาไอเดียร์ สุชาดา” หลังพบในบัญชีทรัพย์สินแจ้ง Rolex GMT-Master II “Sprite” มูลค่า 3.3 ล้านบาท แต่ไม่ปรากฏ Rolex Cosmograph Daytona ขณะที่ภาพช่วงหาเสียงและปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. พบสวมนาฬิกาสายดำลักษณะคล้ายรุ่นดังกล่าว เตรียมยื่น ป.ป.ช. 5 ต.ค. ขอให้ตรวจสอบว่าเข้าข่ายจงใจยื่นบัญชีเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงหรือไม่

วันที่ 4 ต.ค.69 นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความ โพสต์ตั้งข้อสังเกตเรื่องนาฬิกา สส.ไอเดียร์ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ที่มีการยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. โดยระบุว่า

ข้อสังเกตเรื่อง “นาฬิกา” ของคุณไอเดียร์ สุชาดา ที่มีการยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. และวันที่ 5 ต.ค. 69 เวลา 13.30 น. ผมจะไปยื่นเรื่องให้ ปปช. ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว

ตามที่ปรากฏข้อมูลในเอกสารแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน (ป.ป.ช.) รายละเอียดประกอบรายการทรัพย์สินอื่น หน้า 17 ลำดับที่ 19 ระบุว่ามี Rolex GMT-Master II “Sprite” มูลค่าประมาณ 3,300,000 บาท จำนวน 1 เรือน แต่ไม่ปรากฏรายการนาฬิกา Rolex รุ่นอื่น เช่น Rolex Cosmograph Daytona แต่อย่างใด (ปรากฏตามภาพประกอบ 1 ถึง 2)

แต่จากการตรวจสอบข้อมูลการลงพื้นที่หาเสียงและปฏิบัติหน้าที่ สส. กลับพบข้อสังเกตที่น่าสนใจ ดังนี้ ในช่วงลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้ง ทั้งในวันที่ 20 มกราคม, 31 มกราคม, 4 กุมภาพันธ์ (ร่วมกับคุณไชยชนก ชิดชอบ) และ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ปรากฏภาพคุณไอเดียร์ สุชาดา สวมใส่นาฬิกาสายสีดำที่มีลักษณะคล้าย Rolex Cosmograph Daytona (Ref. 126519LN) มูลค่าประมาณ 3,300,000 บาท ปรากฏตามภาพประกอบ 3 ถึง 8

เมื่อมีการยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ในวันที่ 15 มีนาคม 2569 กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. กลับไม่ปรากฏรายการนาฬิกาลักษณะดังกล่าว ทั้งที่เป็นทรัพย์สินมูลค่าสูงเกินกว่า 200,000 บาทตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด หากนาฬิกาดังกล่าวเป็นของคุณไอเดียร์ผู้ยื่นจริง ย่อมถือเป็นทรัพย์สินที่มีอยู่ก่อนหรือขณะเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งต้องแสดงในบัญชีทรัพย์สิน

ข้ออ้างเรื่องการหลงลืมก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เนื่องจากในเอกสารยื่นบัญชีทรัพย์สิน มีการระบุรายละเอียดยิบย่อยแม้กระทั่งสร้อยคอทองคำมูลค่า 30,000 บาท การหลงลืมนาฬิกาหรูมูลค่าสูงถึง 3 ล้านบาทเศษที่สวมใส่ปฏิบัติงานเป็นประจำ จึงเป็นเรื่องผิดปกติอย่างยิ่ง อีกทั้งคุณสุชาดาฯ มีประสบการณ์ทางการเมือง เคยดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลฯ และเคยยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. มาแล้ว ย่อมทราบหลักเกณฑ์และข้อกฎหมายเป็นอย่างดี

หากบอกว่านาฬิกาดังกล่าวขายไปแล้วก่อนยื่นบัญชีรายการทรัพย์สิน ผมก็พบข้อมูลอีกว่าเมื่อวันที่ 23 กันยายน ถึง 28 กันยายน 2569 ในการเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมาธิการ และการลงพื้นที่ต่างๆ ก็ยังปรากฏภาพการสวมใส่นาฬิกาที่มีลักษณะคล้าย Rolex Cosmograph Daytona เรือนดังกล่าวอยู่เช่นเดิม ปรากฏตามภาพประกอบ

กรณีนี้จึงเกิดคำถามสำคัญทางกฎหมายว่า นาฬิกาดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของคุณไอเดียร์ สุชาดาฯ หรือไม่ หากเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง เหตุใดจึงไม่ปรากฏในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.

ดังนั้น ในวันที่ 5 ตุลาคม 69 เวลา 13.30 น. ผมในฐานะประชาชนจะเดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า กรณีดังกล่าวจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 หรือไม่ อย่างไร ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนโปร่งใสสร้างบรรทัดฐานทางการเมืองที่ดีต่อไป…

นอกจากนี้ยังระบุว่า หากอ้างว่า “นาฬิกายืมเพื่อน” ก็ยังต้องมีหน้าที่ยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินหนี้สิน ต่อ ป.ป.ช.

คำพิพากษาศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขแดงที่ อม.อธ.๕/๒๕๖๖ ได้วินิจฉัยวางหลักไว้อย่างชัดเจนว่า

หากผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่า “ถือครองทรัพย์สินแทนบุคคลอื่น” แม้จะไม่อาจถือว่าเป็นทรัพย์สินของตนได้เต็มปาก แต่การถือแทนนั้น ย่อมก่อให้เกิดภาระผูกพันตามกฎหมายเป็น “หนี้สินที่ต้องส่งคืน” เจ้าของที่แท้จริง

เมื่อมีสถานะเป็น “หนี้สิน” ผู้ยื่นจึงมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องแสดงข้อเท็จจริง ทั้งในฝั่งทรัพย์สินและหนี้สินให้ปรากฏในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้เกิดการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินได้อย่างถูกต้องครบถ้วน การละเว้นไม่แจ้ง ย่อมเข้าข่ายปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ

หากนำบรรทัดฐานนี้มาจับกับข้ออ้างยอดฮิตอย่าง “นาฬิกายืมเพื่อน” ผลทางกฎหมายก็แทบไม่ต่างกันครับ

เพราะตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 640 การยืมใช้สอยสิ่งของ ย่อมมีสถานะทางสัญญาเป็นการยืมใช้คงรูปซึ่งผู้ยืมมีหน้าที่และภาระผูกพันตามกฎหมาย (หนี้) ที่จะต้องส่งมอบทรัพย์สินนั้นคืนแก่ผู้ให้ยืมเมื่อใช้สอยเสร็จสิ้น

ดังนั้น ไม่ว่าจะอ้างว่า “ถือครองแทน” หรือ “ยืมเพื่อนมา” ในทางกฎหมายล้วนสร้าง ภาระผูกพันที่ต้องส่งคืน ด้วยกันทั้งสิ้น หากยึดตามแนวบรรทัดฐานของศาลฎีกานี้

ข้ออ้างเรื่อง “นาฬิกายืมเพื่อน” ก็ไม่อาจหลุดพ้นจากข้อหาการปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินไปได้เลย ซึ่งผมจะได้แนบคำพิพากษาฉบับดังกล่าวนี้ยื่นต่อ ป.ป.ช. ต่อไป

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img