“ชัชชาติ” เผยสถานการณ์น้ำท่วม กทม. ดีขึ้น คลองหลักระบายน้ำได้ ยกเว้นคลองประเวศบุรีรมย์ที่ยังต้องเร่งระบาย กระทบร่มเกล้า-ลาดกระบัง-สะพานสูง คาด 5 ต.ค. พื้นที่เคหะร่มเกล้าแห้งเพิ่ม 80% พร้อมเข้าสู่การฟื้นฟู ย้ำฝน 1-2 วันนี้ไม่น่าห่วง แม้ตก 30 มม. เชื่อไม่ซ้ำรอยสัปดาห์ก่อน เหตุฝนไม่หนักและไม่ตกแช่ทั่วกรุงเหมือนครั้งก่อน
เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 4 ต.ค. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำในคลองสายหลักส่วนใหญ่ดีขึ้น เหลือเพียงคลองประเวศบุรีรมย์ที่ยังต้องเร่งระบายน้ำ เนื่องจากมีผลต่อพื้นที่ร่มเกล้า ลาดกระบัง และสะพานสูง ซึ่งต้องอาศัยการระบายน้ำออกทางคลองประเวศบุรีรมย์
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ร่มเกล้าและลาดกระบัง ขณะนี้ กทม.ได้เร่งสูบน้ำออกแล้ว ทำให้ระดับน้ำลดลงประมาณ 50 เซนติเมตร ขณะที่ศูนย์พักพิงสามารถเดินทางเข้า-ออกได้แล้ว คาดว่าในวันที่ 5 ต.ค. สถานการณ์จะดีขึ้นอย่างมาก และสามารถเริ่มดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ต่อไปได้ โดยขณะนี้ถือว่าเข้าสู่ช่วงฟื้นฟูและเร่งระบายน้ำส่วนที่เหลือ
นายชัชชาติยอมรับว่า ยังมีหลายหมู่บ้านที่มีน้ำเข้าและระบายออกได้ยาก กทม.จะเข้าไปช่วยสูบน้ำออก ขณะที่หมู่บ้านที่สามารถระบายน้ำได้แล้ว จะเร่งดำเนินการฟื้นฟูทันที เช่น เคหะคลองจั่น ซึ่งขณะนี้พบว่ามีขยะจำนวนมาก จึงประสานกระทรวงกลาโหมร่วมจัดทำแผนจัดเก็บขยะ เพื่อเร่งฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยภาพรวมสถานการณ์ในพื้นที่ กทม.กำลังทยอยคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น
เมื่อถามถึงสถานการณ์ในเคหะร่มเกล้าว่าน้ำจะลดจนแห้งสนิทเมื่อใด นายชัชชาติกล่าวว่า เคหะร่มเกล้ามีพื้นที่มากกว่า 2,000 ไร่ จึงไม่สามารถทำให้แห้งพร้อมกันทั้งหมดได้ แต่ขณะนี้บางพื้นที่เริ่มแห้งแล้ว และคาดว่าในวันที่ 5 ต.ค. จะมีพื้นที่แห้งเพิ่มขึ้นประมาณ 80% โดยสถานการณ์จะค่อยๆ ดีขึ้น พร้อมแบ่งพื้นที่ฟื้นฟูออกเป็น 4 โซน และมีหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมรับผิดชอบ
ส่วนสถานการณ์ฝนในพื้นที่กรุงเทพฯ ในช่วง 1-2 วันนี้ กทม.ได้เตรียมพร่องน้ำในคลองต่างๆ ให้ได้มากที่สุด โดยกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกประมาณ 30 มิลลิเมตร ซึ่งหากฝนไม่ตกแช่ต่อเนื่อง อาจทำให้มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ยังไม่ใช่สถานการณ์ที่น่าวิตกกังวล อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามสภาพอากาศในช่วงใกล้เคียงอีกครั้งเพื่อประเมินสถานการณ์ให้แม่นยำ
เมื่อถามว่าสถานการณ์น้ำใน กทม.จะกลับมาซ้ำรอยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาหรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่า ต้องติดตามการพยากรณ์อากาศในปัจจุบัน แต่ยืนยันว่าฝนในระยะนี้ไม่ได้มีปริมาณมากเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งครั้งก่อนมีฝนตกหนักถึงประมาณ 300 มิลลิเมตร และตกครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ อีกทั้งเป็นฝนที่ตกแช่ต่อเนื่องถึง 3 วัน จึงเป็นคนละรูปแบบกับสถานการณ์ปัจจุบัน
“ยืนยันว่าจะไม่ซ้ำรอย เพราะเป็นคนละรูปแบบ” นายชัชชาติกล่าว พร้อมอธิบายว่า หากเป็นฝนตามฤดูกาลหรือมรสุมตามปกติ รวมถึงสถานการณ์น้ำเหนือและน้ำหนุนในระดับปกติ กทม.ยังสามารถบริหารจัดการได้ โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะต้องดูแลประชาชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ และเร่งเสริมกระสอบทรายเพื่อป้องกันผลกระทบ
เมื่อถามถึงกรณีฝนตกเพียงประมาณครึ่งชั่วโมง แต่กลับทำให้เกิดน้ำท่วมถนนในหลายพื้นที่มากกว่าปกติ นายชัชชาติกล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้มีน้ำขังอยู่ในพื้นที่ และคลองแต่ละจุดมีระดับน้ำเต็ม เมื่อมีฝนตกลงมาเพิ่มเติมจึงทำให้น้ำล้นขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว แม้ก่อนหน้านี้ กทม.จะพร่องน้ำและเตรียมพื้นที่รองรับไว้แล้ว แต่ยังมีน้ำปริ่มอยู่ในหลายพื้นที่ ประกอบกับดินมีความชุ่มน้ำสูง ทำให้ไม่สามารถซึมซับน้ำได้มากเหมือนภาวะปกติ
ส่วนกรณีน้ำทะเลหนุนจะส่งผลกระทบต่อการระบายน้ำหรือไม่นั้น นายชัชชาติกล่าวว่า น้ำทะเลหนุนและน้ำเหนือที่ไหลลงมามีลักษณะเป็นน้ำที่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเช่นเดียวกัน แต่ขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบที่น่ากังวล เนื่องจากแนวคันกั้นน้ำยังมีพื้นที่รองรับอีกมาก และจากการพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ยังไม่มีสัญญาณที่ต้องกังวล เนื่องจากปริมาณน้ำเหนือไม่ได้มีมาก จึงเชื่อว่าสถานการณ์จะสามารถคลี่คลายได้ พร้อมขอให้ประชาชนไม่ต้องวิตกกังวลเกินเหตุ



















