“อนุทิน” เร่งระบายน้ำพื้นที่ปริมณฑล เตรียมรับฝนหนักภาคใต้ สั่งทุกหน่วยพร้อมแผนอพยพ

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“อนุทิน” เผยสถานการณ์ลุ่มน้ำสำคัญภาคอีสานควบคุมได้ เหลือพื้นที่ปริมณฑลต้องเร่งระบายน้ำ ขณะที่ “ปราจีนบุรี” ยังมีน้ำท่วมขัง เสี่ยงเน่าเสีย เตรียมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ พร้อมสั่งผู้ว่าฯ-กองทัพภาคที่ 4 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับมือฝนหนักภาคใต้ตั้งแต่ประจวบฯ ถึงนราธิวาสในสัปดาห์หน้า

เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ห้องประชุมพนมรุ้ง ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรุงเทพฯ ถึงสถานการณ์อุทกภัยว่า ขณะนี้จังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำสำคัญของภาคอีสานน่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว ส่วนพื้นที่ที่ต้องเร่งดำเนินการในช่วงนี้คือพื้นที่ปริมณฑล ซึ่งจะต้องเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้ได้มากที่สุด

นายอนุทินกล่าวว่า ในช่วงบ่ายวันเดียวกันจะเดินทางลงพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์ เนื่องจากยังมีน้ำท่วมและน้ำขังอยู่ โดยขณะนี้ปริมาณน้ำที่ไหลหลากเข้าพื้นที่ไม่มากเท่ากับน้ำที่ยังคงท่วมขัง แต่เมื่อท่วมขังเป็นเวลาหลายวันก็เริ่มเกิดน้ำเน่าเสีย จึงจำเป็นต้องเร่งหาทางระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด

ส่วนมาตรการช่วยเหลือประชาชนในเรื่องกรมธรรม์ประกันภัยแห่งชาติ นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการ โดยตั้งแต่วันที่ 4 ต.ค. เป็นต้นไป ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงจำนวน 30 ล้านครัวเรือนที่มีประกันภัยคุ้มครอง เมื่อเกิดภัยขึ้นรัฐบาลจะประสานงานเพื่อให้การเยียวยาและช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยประชาชนไม่จำเป็นต้องดำเนินการเอง เนื่องจาก ปภ.และจังหวัดจะเร่งสำรวจสถานการณ์และประสานบริษัทประกันภัย เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงประชาชนโดยเร็วที่สุด

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ตนประชุมติดตามสถานการณ์ทุกวัน โดยรัฐบาลมีความกังวลและห่วงใยต่อสถานการณ์อุทกภัย และเร่งแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเตรียมความพร้อมรับมือปริมาณฝนที่ยังมีแนวโน้มตกหนัก โดยเฉพาะในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไปจนถึง จ.นราธิวาส

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด กองทัพภาคที่ 4 และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เตรียมแผนเผชิญเหตุและความพร้อมรับมือสถานการณ์ รวมถึงเตรียมศูนย์อพยพ โดยกำหนดมาตรฐานของศูนย์อพยพให้มีความพร้อมและเหมาะสม เพื่อรองรับประชาชนที่จำเป็นต้องอพยพออกจากพื้นที่ประสบภัย และให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ในศูนย์อพยพได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img