‘ปานเทพ’โต้‘ทนายตั้ม’อ้างมีหลักฐานเด็ด คดี71ล้านยันหลักฐานเดิมไม่ใช่เรื่องใหม่

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img


ทีมทนายฝ่าย “บ้านพระอาทิตย์” ออกโรงชี้แจงกรณีนายษิทรา เบี้ยบังเกิด อ้างมีหลักฐานเด็ดในคดีเงิน 71 ล้านบาท และยื่นเรื่องต่อดีเอสไอ โดยยืนยันพยานหลักฐานทั้งหมดถูกศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พร้อมระบุไม่กังวลต่อข้อกล่าวหา และพร้อมดำเนินการตามกฎหมาย


เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน พร้อมด้วย น.ส.อัจฉรา แสงขาว หรือ “ทนายปุย” และทีมทนายความ ร่วมกันแถลงชี้แจงกรณีนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” ออกมาให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชน ภายหลังได้รับการประกันตัว โดยอ้างว่ามี “หลักฐานเด็ด” ในคดีเงิน 71 ล้านบาท รวมถึงการยื่นเรื่องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เกี่ยวกับโครงการฮั้วประมูลของ AOT และมีการพาดพิงถึง “บ้านพระอาทิตย์”

นายปานเทพระบุว่า ข้อมูลที่ถูกนำมาอ้างว่าเป็นหลักฐานใหม่ แท้จริงแล้วเป็นพยานหลักฐานที่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาในชั้นศาลมาแล้ว และศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยอย่างครบถ้วนก่อนมีคำพิพากษา พร้อมย้ำว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นประเด็นใหม่ตามที่มีการนำเสนอ

พร้อมกันนี้ นายปานเทพกล่าวเพิ่มเติมว่า การนำประเด็นดังกล่าวไปยื่นต่อดีเอสไอ และการพาดพิงถึงบุคคลหรือหน่วยงานต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ไม่กังวล เนื่องจากข้อเท็จจริงได้ผ่านการซักถามและพิจารณาในศาลแล้วทั้งหมด และไม่สามารถนำพยานหลักฐานใหม่เข้าสู่ชั้นอุทธรณ์ได้โดยง่าย

นายปานเทพยังระบุว่า ฝ่ายตนพร้อมดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม หากมีการพาดพิงที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อพยานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องใช้การสื่อสารผ่านสื่อมวลชนเพื่อกดดันนอกศาล

ด้าน น.ส.อัจฉรา แสงขาว หรือทนายปุย กล่าวว่า พยานหลักฐานทั้งพยานบุคคลและพยานทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกกล่าวถึงในคดี ได้ผ่านการตรวจสอบและวินิจฉัยโดยศาลแล้วทั้งหมด การออกมาให้ข้อมูลในลักษณะโต้แย้งผ่านสื่อ ไม่ใช่แนวทางทางกฎหมาย หากมีข้อโต้แย้งต้องดำเนินการผ่านกระบวนการอุทธรณ์ตามขั้นตอน

ทั้งนี้ ทีมทนายฝ่ายดังกล่าวยังระบุว่า การตั้งข้อกล่าวหาเรื่องแรงจูงใจของพยานบุคคลนั้น ศาลได้มีคำวินิจฉัยแล้วว่าพยานสามารถรับฟังได้ ไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องตามที่ถูกตั้งข้อสังเกต

สำหรับกรณีที่มีการพูดถึง “หลักฐานเด็ด” นั้น ฝ่ายผู้ชี้แจงยืนยันว่าไม่ใช่ข้อมูลใหม่ และเป็นเพียงการนำประเด็นเดิมที่ศาลเคยพิจารณาแล้วกลับมาให้ข้อมูลต่อสาธารณะอีกครั้ง พร้อมยืนยันว่าหากมีการเผยแพร่ข้อมูลที่กระทบต่อชื่อเสียง อาจมีการดำเนินการทางกฎหมายต่อไปตามสิทธิ์.

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img